เดือน: มกราคม 2019

ขวัญ อุษามณี ขาวจั๊วะมากจริงๆ ถูกชาวเน็ตแซว หลังรีวิวการแต่งหน้า

ขวัญ อุษามณี รีวิวการแต่งหน้า แอบมีชาวเน็ตเข้ามาแซวเรื่องสีของรองพื้นและแป้งที่ดูจะขาวจั๊วะเกินไปหรือเปล่า

ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์ นางเอกหน้าสวยล่าสุดกับการรีวิวการแต่งหน้า โดยเจ้าตัวได้เผยหน้าสดโชว์ผิวขาวใสของตัวเองให้แฟนคลับได้เห็น ตามด้วยขั้นตอนในการแต่งหน้าแบบสไลต์ ขวัญ Lover คือในแบบที่ ขวัญ ชอบ

ขวัญ อุษามณี

ซึ่งเจ้าตัวได้บอกว่าตัวเองเป็นคนไม่ชอบเวลาที่ปากของตัวไร้สีสัน เธอจึงจัดลิปสติกสีแดงสดแต่งแต้มเรียวปากให้สวยงาม และในคลิปได้มีการสาธิตการลงรองพื้นเพื่อให้หน้านวลเนียน ซึ่ง ขวัญ ได้บรรจงลูบไล้รองพื้นพร้อมกับลงแป้ง โดยเธอบอกว่าการแต่งหน้าในวันนี้ของ ขวัญ ขอเน้นสีปากเป็นหลัก

หลังจากรีวิวแต่งหน้าเสร็จแล้ว บอกเลยว่าหน้าสวยๆ ของเธอจากที่เป๊ะอยู่แล้ว ออร่ายิ่งเปล่งประกายเข้าไปใหญ่

แต่คลิปการรีวิวแต่งหน้าครั้งนี้ของ ขวัญ ที่มียอดคนดูกว่า 2 แสนครั้งนั้น แอบมีชาวเน็ตเข้ามาแซวเรื่องสีของรองพื้นและแป้งที่ดูจะขาวจั๊วะเกินไปหรือเปล่า แต่บางคนได้บอกว่าหรือแสงไฟในห้องระหว่างการแต่งหน้าของ ขวัญ คาดคงสาดมาเยอะจนเกินไป เลยทำให้การแต่งหน้าของ ขวัญ ดูขาวจั๊วะมากจริงๆ

ก็ต้องบอกว่าเสียงแซวอาจจะเป็นกระบอกเสียงในการสร้างสรรค์คลิปแต่งหน้าต่อไปของ ขวัญ ที่ทุกอย่างดีอยู่แล้ว อาจจะลดแสงไฟในห้องลงบ้างก็ได้นะคะ

ล่าสุด ขวัญ ได้ออกมาเฉลยแล้วผ่านอินสตาแกรมโดยบอกว่า “Not yet … Not now YouTube >! ไม่ได้ใช้รองพื้นนะจ๊ะ บร๊ายยย!!! #ขอบคุณทุกคนที่รักกันนะคะ #ขวัญชื่นใจ

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ตะลึง ท่ายาก “ไฮโซน้ำหวาน”แซ่บทะลุจักรวาล อวดหุ่นเป๊ะลืมไปเลยว่าเคยมีลูก

ตะลึง ท่ายาก ไฮโซน้ำหวาน พัสวี ขอบอกว่างานนี้ทำเอาตะลึงกันเป็นแถว เมื่อเห็นลีลาการโพสท่ายากของไฮโซน้ำหวาน ในชุดทูพีชสีชมพูหวานแหวว ที่นอนราบแอ่นอก แหงนมองท้องฟ้าลืมไปเลยว่าเคยมีลูก

ตะลึง ท่ายาก น้ำทะเลที่เค็มๆ ต้องเปลี่ยนเป็นหวานฉ่ำทันที เพราะภาพครอบครัวสุดน่ารักของ นาวิน ต้าร์ ที่ล่าสุดได้พาภรรยาสาวสุดสตรองไฮโซ น้ำหวาน พัสวี และลูกสาว น้องลูก้า ไปเที่ยวพักผ่อนทะเล

ตะลึง ท่ายาก

ขอบอกว่างานนี้ทำเอาตะลึงกันเป็นแถว เมื่อเห็นลีลาการโพสท่ายากของไฮโซน้ำหวาน ในชุดทูพีชสีชมพูหวานแหวว ที่นอนราบแอ่นอก แหงนมองท้องฟ้า สวยเป๊ะไม่แพ้นางแบบมืออาชีพเลยทีเดียว ที่สำคัญสามียังเป็นคนลงรูปพร้อมเขียนแคปชั่นว่า “แม่เข้าที่แล้ว จุดพลุได้ หลังจากที่ไม่ยอมออกกำลังกายเลย และคงไม่ยอมออกต่อไป” ทำเอาแฟนคลับเข้ามากดไลค์และชื่มชมในหุ่นสุดเป๊ะของไฮโซน้ำหวานกันอย่างรัวๆ

ส่วนด้าน นาวิน ต้าร์ ก็จัดโชว์แซ่บชุดใหญ่ไม่แพ้ภรรยา ถอดเสื้อเล่นน้ำเผยให้เห็นท่อนหน้าท้องขาวๆ หวิวเบาๆ พอให้สาวๆ ที่เดินผ่านไปผ่านมาเห็นพอได้กรี๊ด

แหม… หยอกล้อเล่นกันแบบน่ารักอบอุ่น ซึ่งเป็นภาพสวีทหวานในแนวเซ็กซี่เล็กๆ ของครอบครัวนี้ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ท่าทางภาพชุดนี้คงแชร์กันว่อนโซเชียล เพราะมันดูน่ารักสดใส จนคนโสดต้องแอบอิจฉาเบาๆ

 

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

ดูบอลออนไลน์hd trueฟรี

ดูบอลออนไลน์hd trueฟรี

ดูบอลออนไลน์hd trueฟรี

ดูบอลออนไลน์hd trueฟรี  ดูฟรี ไม่ต้องเสียค่าบริการเพียงแค่มีอินเตอร์เน็ต

ดูบอลออนไลน์hd trueฟรี สตรีมแบบสดเยี่ยมๆ เช่น เกมสด ดนตรีสด กีฬาสด ข่าวสด ออนไลน์ช่อง 7HDฟรี ดูบอลสดญี่ปุ่นกับเกาหลีเหนือ

สดๆ ผ่านทางอินเตอร์เน็ต ภาพชัด เสียงชัด ไม่กระตุก ดูละครช่อง ออนไลน์ฟรี ดูบอลสดไทยญี่ปุ่นวันนี้

ดูทีวีย้อนหลัง รายการต่างๆ ครบทุกเรื่อง ครบทุกรส ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ดูบอลสดลีกญี่ปุ่น

เจนนิเฟอร์ คิ้ม เกินวัยตามหา “รักแท้” เผยทุกวันนี้แค่ “ผู้ชาย” ยังไม่มีเฉียดเข้ามา

เจนนิเฟอร์ คิ้ม ยึดอาชีพร้องเพลงมายาวนานกว่า 2 ทศวรรษ สำหรับศิลปินสาวทรงพลัง คิ้ม

เจนนิเฟอร์ คิ้ม ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับครั้งไม่ถ้วน ล่าสุดผุดคอนเสิร์ตใหญ่ “อิชิตัน พรีเซนต์ เจนนิเฟอร์ คิ้ม ดีว่า ไชน่าทาวน์” ระหว่างวันที่ 23-24 ก.พ.62 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน ซึ่งครั้งนี้ “เจ๊คิ้ม” ไม่ได้ฉายเดี่ยวแต่ควง เบน–ชลาทิศ, พีท พล และ อ๊อฟ–ปองศักดิ์ มาฟาดฟัน “สงครามน้ำลาย” กันบนเวทีแบบนันสต็อป เลยต้องเรียกน้ำย่อยด้วยการคว้า “นักร้องดีว่าตัวแม่” มาเปิดใจกันก่อน ใน “คนดังนั่งคุย”

รู้สึกอย่างไรกับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งที่หกของตัวเอง

“รู้สึกว่ามันคืองานนะ เพราะว่าจุดประสงค์หลักของการทำคอนเสิร์ตไม่ใช่ทำยังไงก็ได้ให้ขายตั๋วหมด ขายตั๋วหมดก็เป็นปัญหาอีกเรื่องหนึ่ง คือทำยังไงให้คนดูรู้สึกสนุกแบบไม่เบื่อ และไม่ซ้ำกับครั้งก่อนๆ ไอ้ตรงนี้คือจะยาก ครั้งที่หกแล้วเหมือนกับการทำหนังไตรภาค หนังสามภาคมันทำยากมากนะ แต่นี่ภาคหกแล้ว ต้องคิดให้ได้ที่จะไม่ให้เหมือนครั้งที่ผ่านๆมา ในภาคหกมันต้องแตกต่างไปในขณะเดียวกันในความที่มีมาตรฐานแข็งแรง มีสีสันที่เกิดขึ้นจากการเอาแขกรับเชิญมาประสมก็จะเป็นอีกสีนึง สีมันเปลี่ยนในแต่ละปีนะ มันยากมากนะ เรารู้สึกว่าเราไม่น่าทำเลย แก่แล้ว อายุ 50 เราน่าจะสบายแล้วนะ อยากมีคนมาส่งเสียเลี้ยงดูอยู่ แต่มันไม่มี ก็ต้องช่วยตัวเองไป”

ธีมคอนเสิร์ตครั้งนี้คืออะไร

“ทุกครั้งที่จัดคอนเสิร์ตใหญ่ของตัวเองใช้ธีมเดียวกันหมด คือความสนุกที่เกิดจากเพลงที่คุ้นเคย ความสนุกที่เกิดจากการตะลึงในการใช้เสียง ว้าว! ใช้เสียงขนาดนี้เลยเหรอ และช่วงทอล์ก สมัยก่อนพูดถึงการแอ๊วผู้ชาย การอกหักรักคุดตุ๊ดเมิน แต่ตอนนี้มันถึงเลขห้าแล้ว คนที่นั่งดูเรานั้นอายุใกล้เคียงกับเรา ก็จะขำอีกแบบ ขำเรื่องที่แตกต่างออกไป คือหลักในการทำคอนเสิร์ตให้มันเป็นธีมยังไงนั้น มันก็ยังเป็นเพลงเพราะ ต้องมีเพลงสนุก ซึ่งครั้งที่หกที่จะถึงนี้เจ๊ถือว่าโชคดีนะ เพราะนี่เราได้ร้องเพลงจากฟากลาดพร้าวด้วย ซึ่งในปกติชีวิตประจำวันไม่เคยได้ไปร้องที่ไหน เป็นเรื่องของกฎข้อบังคับที่ก็ต้องยอมรับกันไป แต่คราวนี้บอกได้เต็มปากเต็มคำว่าร้องได้แล้วแบบถูกกฎหมายลิขสิทธิ์ด้วย ลองนึกดูสิ! เฮ้ยเหมือนคำต้องห้ามแต่ฉันพูดได้สบายปากเหลือเกิน มันฟินนะ ยิ่งเพลงในฝั่งนี้มันเพราะมาก ครั้งนี้แหละที่ทุกคนจะได้ฟังสดๆกันอีกครั้ง อีกอย่างเราดันเป็นคนที่ร้องเพลงของใครก็ได้ ในแง่ที่ว่าเราจะมาตีความในแบบของเราเอง อันนี้คือความพิเศษในการที่จะได้ฟังเพลงแบบนี้”

ทำไมแขกรับเชิญต้องเป็น เบน–พีท และอ๊อฟ

“เป็นโจทย์ที่ค่อน ข้างใช้ความคิด ใช้เวลาในการตัดสินใจเหมือนกันนะ คือการที่เราจะเลือกอะไรสักอย่างให้ถูกใจคนนับพันนับหมื่นชีวิตให้มากที่สุด มันไม่ง่ายเลยนะ ครั้งที่ผ่านๆมาคอนเสิร์ตเจนนิเฟอร์ คิ้ม มีแขกรับเชิญมากหน้า หลายตามาก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแขกรับเชิญผู้ชายที่โด่งดังมีชื่อเสียง มีความสามารถในด้านต่างๆ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จทุกครั้ง เพราะมันมีทางของมันว่าจะต้องเดินไปในรูปแบบนี้ มารอบนี้อย่างที่บอกว่าถึงเส้นชัยวัย 50 อัปเต็มรูปแบบแล้ว มุมมองความสนุกสนานย่อมมีเปลี่ยนตามไปบ้าง จะเหมือนทุกๆครั้งที่ผ่านมา ก็เกรงว่าจะเบื่อมุกแอ๊วผู้ชายของเจ๊กันแล้ว งั้นเป็นใครดีล่ะ คิดกันอยู่นาน นังสามลูกนี่แหละตอบโจทย์เจ๊มากที่สุด จบ เคลียร์ สบายใจ มันทางเดียวกันเป็นพื้นฐานอยู่แล้วด้วย ระหว่างทางมันเกิดการซัพพอร์ตกันและกันได้ตลอดเวลา”

เตรียมลับฝีปากฝีมือไว้เยอะมั้ย

“ไม่ต้องลับฝีปากมากเพราะว่าพอขึ้นไปจริงๆแล้ว เราไม่จำเป็นต้องไปลับฝีปากกับนางๆเลย มันจะไปตามฟีล ตามสถานการณ์เอง แต่ก็แอบคิดในใจว่าพวกนางๆน่าจะไม่เล่นแรงกับเรา น่าจะกลัวเราหลงทางออกไปไกลแล้วกลับมาไม่ได้ เพราะเนื้อมันยังต้องพึ่งพวกเราเลย เดี๋ยวไปเล่นแรงๆ มันลืมสคริปต์หมด แต่พวกนางจะแรงใส่กัน สู้กัน ฟาดฟันกันเองเป็นธรรมชาติของสไตล์นี้อยู่แล้ว เป็นช่วงฉกชิง พวกนี้มันชอบจก จกกันสดๆ ฟาดฟันไม่ยอมกันแน่นอน ตรงนี้แหละเสน่ห์ของพวกนาง ไม่ต้องห่วงมันสนุกมันขำได้ด้วยตัวมันเองแบบไม่ได้ตั้งใจ เพราะว่าในความเป็นตุ๊ดมันจะไม่เหมือนผู้หญิงหรือผู้ชายปกติ”

เจนนิเฟอร์ คิ้ม
ตอนประกาศรอบแรกบัตรขายหมดแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง

“รู้สึกว่าขอบพระคุณที่คนดูยังเมตตา เขาคงนึกว่าหมดตรงนี้แล้วก็จะไม่มีอีกแล้ว ก็เลยแห่กันมาซื้อรอบแรกสองสามวันหมดเลย (หัวเราะ) คนเราต้องมีมุมขำให้ได้ทุกเรื่องนะ ชีวิตจะยาวเอง เอาเข้าจริงก็ขอบพระคุณจริงๆค่ะ เท่านั้นจริงๆ ตอนนี้ก็ยังมีรอบที่สองที่เหลืออยู่นิดๆหน่อยๆ ยอดจองก็มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หวังไว้ว่าจะเหมือนรอบแรกในเร็ววันนี้ค่ะ” เริ่มซ้อมหรือยัง “ไอ้เรื่องซ้อมอยากจะบอกว่าถ้าเมื่อไหร่ที่เราได้เริ่มซ้อมเราจะไปเร็วมาก แต่เรื่องของเรื่องคือการที่พอเราซ้อมแล้ว เพลงนี้ดันไม่เข้าไม่ส่งก็ต้องคอยเปลี่ยน เป็นความยุ่งยากที่มันจะเกิดขึ้นในระหว่างการซ้อม คือการเปลี่ยนเพลงเนี่ยแหละที่ทำให้ไม่จบไม่สิ้นสักที ร้องแล้วยังไม่โดน มันก็จะกลายเป็นเรื่องที่ทำให้การซ้อมใหญ่เป็นซ้อมยาวจนไปถึงรอบรันคิวกันเลย”

เจนนิเฟอร์ คิ้ม จัดคอนเสิร์ตใหญ่เยอะมาก อะไรคือเสน่ห์ที่จะจัดได้ขนาดนี้

“มันคงเป็นเพราะเราเหมือนเป็นต้นแบบของนักร้องคัฟเวอร์ สมัยนี้นะจะคัฟเวอร์ก็คัฟเวอร์ให้มันมีเอกลักษณ์เฉพาะตนด้วย ไม่ใช่ก๊อปมาทั้งหมดแม้กระทั่งจังหวะหายใจ ให้มันดูมีสีสันต่างไปจากต้นฉบับด้วย มันถึงจะกลายเป็นความนิยม คือเหมือนเราเป็นคัฟเวอร์รุ่นแรก คือถ้าคุณเห็นเด็กทุกวันนี้ในยูทูบคัฟเวอร์เป็นร้อยเป็นพัน วันนึงปล่อยกันมาไม่รู้เท่าไหร่ ขอบอกเลยว่าฉันคือรุ่นแม่ของการคัฟเวอร์ ในยุคนั้นมันไม่มีเน็ตไอดอล ไม่งั้นฉันก็เป็นแล้วแหละ เรามีวิธีการคัฟเวอร์ของตัวเองซึ่งคงเป็นสิ่งที่ดึงดูดคนที่ต้องการเสพศิลป์ในมุมใหม่ๆบ้างน่ะ”

ถามถึงความรักนิดนึง ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง

“อย่าไปถามเลย ถามว่าฉันซื้อที่ไว้ฝังศพตัวเองหรือยัง? ยังจะน่าเป็นไปได้มากกว่า (หัวเราะ) เวลานี้ฉันอยากได้อะไรฉันก็ต้องทำงานหาเงินซื้อเอง แค่นี้คงทะลุปรุโปร่งกันแล้วนะ รักไม่รัก โสดไม่โสดน่ะ ชีวิตนี้อย่าว่าแต่เข้ามาในชีวิตเลย ผู้น่ะ แค่เดินผ่านเฉียดๆ ยังไม่มีมาเฉียดเลย (หัวเราะ)” นิยามความรักของเจ๊คืออะไร “ความรักของคนเรามันเปลี่ยนไปตามอายุ ตามวัย ตามสิ่งที่ตัวเองเจอ โดยประสบการณ์ในการตีความนิยามความรักของพี่คือ สวยไม่สวยก็จ่ายเท่ากัน ไม่มีลดไม่เซลไม่อะไรใดๆทั้งสิ้น หน้าตาดีหรือหน้าตาแย่ก็จ่ายเท่ากัน อยากได้อะไรซื้อเหมือนเดิม”

คิดว่าความรักมันใช้เงินซื้อได้ด้วยเหรอ

“ต้องตั้งคำถามใหม่ รักแท้ซื้อได้ด้วยเงินไหม อันนั้นค่อยว่ากันอีกเรื่อง ตอบไม่ได้ ยังไม่เคยเจอเลยไม่รู้จัก ความรักมันมีหลายรูปแบบ และเท่าที่ดำรงอยู่ในทุกวันนี้ ตรงไหนเรียกว่ารักแท้ บอกตรงๆฉันก็ยังไม่รู้เลย แต่งงานกันเป็นเรื่องเป็นราว อยู่มา 10 ปี แล้วคนนึงยังไปกิ๊กกับคนนั้นคนนี้ ไม่เหลืออะไรแล้ว ผู้หญิงเราก็ต้องอยู่เลี้ยงลูกต่อไป ถามว่ารักแท้หรือเปล่า” แล้วถ้าอย่างนั้นเจ๊คิดหรือไม่คะ หรือเลิกคิดไปแล้วไปต่อในวันข้างหน้า “ถ้าจะต้องมีสามี มีลูกก็เลี้ยงลูก มีครอบครัวอบอุ่น มันเป็นเรื่องที่เราผ่านมันมาไกลแล้ว อายุขนาดนี้แล้ว ลูกจะน้ำลายยืดไหม สงสารลูกไหม ก็ต้องทำงานทำหน้าที่ที่ตัวเองรับผิดชอบให้ดีที่สุด วางอนาคตไว้เลย อีกเท่าไหร่ ทำอะไร อยู่ยังไง คือมันเป็นเรื่องที่ทุกคนคิดเผื่อไว้อยู่แล้ว แต่นี่ไม่ใช่แค่คิด ลงมือทำนานแล้วด้วย”

ชีวิตจริงของเจนนิเฟอร์ คิ้ม เป็นอย่างไร

“ตลอดเวลาก็ขำนะถ้ามองชีวิตให้มันเป็นเรื่องขำได้เราจะไม่ค่อยโทษตัวเอง เราก็ไม่ใช่คนดีเด่อะไร เราก็บ้าๆบอๆแบบนี้แหละ แต่เรื่องของเรื่องเรารู้ว่าอะไรดีไม่ดี พอรู้ว่าไม่ดีก็อย่าผิดซ้ำผิดซาก รู้ว่าชีวิตนี้มีอยู่แค่สองครั้งเท่านั้น ครั้งแล้วครั้งเล่าไม่เคยมีครั้งเดียวเลย ถึงอยู่มาได้ถึงทุกวันนี้ คือเราอย่าไปกัดกินตัวเอง อยากทำอะไรทำถ้ามีแรงทำ และไม่ทำให้ใครเดือดร้อนเป็นพอ”

ฝากอะไรถึงแฟนๆที่จะเจอกันในวันคอนเสิร์ต

“ในชีวิตหนึ่งที่เราต้องเสียเงินไปดูคอนเสิร์ตเนี่ย เรารู้แล้วว่าสำคัญกว่าเงินมันคือเวลา เราจะสร้างเวลานั้นให้มันกลายเป็นความทรงจำที่ดีในห้วงเวลานั้น เค้าจะคิดถึงโมเมนต์นั้น แล้วมันจะทำให้มีกำลังใจด้วยสิ่งที่มันตลกขบขัน ความตลกเป็นการปลดปล่อยอย่างหนึ่งนะ ถือเป็นจิตบำบัดอย่างหนึ่ง โชว์ของเจนนิเฟอร์ คิ้ม ไม่ได้เป็นโชว์ที่ให้คนมาดูความเก่งของฉัน ฉันไม่มีหรอก สิ่งที่เก่งที่สุดในตัวฉันคือ การจัดความสุขของคนออกมาข้างนอก ได้ออกมาอยู่ข้างนอก บางคนไม่เคยแสดงออกว่าตัวเองมีความสุข ไม่เคยค้นพบเลยว่าความสุขมันหาได้ง่าย คอนเสิร์ตครั้งนี้จะทำให้คุณรู้สึกว่าชีวิตมันสวยนะ แล้วฉันก็จะทำให้คนที่รู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสุขมีความสุขได้ นี่คือความพิเศษของการทำคอนเสิร์ตกันครั้งนี้”.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th…

มัดซี สุนิสา เจอถล่ม ไถนาให้น้องแหน่ ลามก! เอ็มวีถลกผ้าถุงจนเห็นกางเกงใน

มัดซี สุนิสา กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันทางโลกโซเชี่ยล ถึงท่าเต้นในเอ็มวี “ไถนาให้น้องแหน่”

มัดซี สุนิสา อดีตนักฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย แห่งค่ายนายพลเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ที่ดูสองแง่สองง่าม ลามก ล่อแหลมเห็นกางเกงใน

ซึ่งเรื่องนี้ล่าสุดเจ้าตัวที่ได้รับเชิญขึ้นเวทีศรีสมานออร์โต้ โชว์ ที่ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ศรีสมาน( ปากเกร็ด นนทบุรี) เปิดรายการให้ ก้อง ห้วยไร่ นักร้องหนุ่มเจ้าของเพลง “ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน” เพื่อให้ความบันเทิงแก่คนที่มาเดินเที่ยวจับจ่ายใช้สอยในวันช่วงวันหยุด ได้เผยว่า เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา เอ็มวีเพลง ไถนาให้น้องแหน่ เพลงซิงเกิลที่สองของชีวิตนักร้องของตนเอง มียอดวิวพุ่งเกิน 1 ล้าน หลังจากอัพฯ ขึ้นยูทูบไปเมื่อ 28 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีคนเข้าไปกดชอบ 6,000 ไม่ชอบ 1,000 แสดงความคิดเห็นจำนวนกว่า 800 ความเห็นแล้ว

“รู้สึกดีใจมากกับเสียงตอบรับของบรรดาแฟนเพลง ทั้งตัวเองและทีมงานทุกคนทำงานเพลงซิงเกิลนี้กันอย่างเต็มที่ ถ้าถามว่าเหนื่อยมั้ยกับการทำงานเพลงชิ้นนี้ เมื่อเห็นยอดวิวทะลุ 1 ล้านได้ บอกตามตรงว่าไม่เหนื่อยเลยค่ะ” นักร้องสาวกล่าว

สำหรับความเห็นที่มีคนเข้ามาคอมเมนต์เอ็มวีเพลงนี้ นักร้องสาวกล่าวว่า “ได้มีโอกาสเข้าไปเปิดดู เห็นมีคนด่าและชม แม้จะมีคนด่ามากก็ตาม ตอนแรกเห็นแล้วก็ตกใจ ไม่อยากกลับเข้าไปอ่านอีกเลย หนูไม่อยากซีเรียสกับคอมเมนต์ที่มาด่าน่ะ คนรักเราให้กำลังใจเราก็มี ส่วนคนที่เกลียดก็เยอะ ไม่ว่ากัน อยากจะอธิบายให้คนที่ไม่ชอบว่า ความจริงที่ได้ดูไปก็เพียงแค่เอ็มวีเท่านั้น เป็นพล็อตเรื่องที่สร้างขึ้นมา ถ้ารู้จักตัวตนจริงๆ ของหนูแล้วไม่มีอะไรเลย ตัวเราไม่ได้เคียว(ภาษาอีสาน แปลว่าแรด ร่าน) เหมือนในเอ็มวีเลย เป็นคนเฉยๆ กะโหลกกะลาประมาณนั้นมากกว่า”

มัดซี สุนิสา
“ซึ่งเสียงวิจารณ์ที่เข้ามาแสดงความเห็นเกี่ยวกับเนื้อเพลง ‘ไถนาให้น้องแหน่’ ส่วนมากจะว่าเป็นเพลงประเภทสองแง่สามง่าม ลามกว่ะ คิดได้ยังไงเพลงนี้? ใครเป็นคนแต่ง บางคนก็บอกว่าอย่าไปโทษนักร้องเลย ต้องไปโทษทางค่าย โทษโปรดิวเซอร์ที่ทำเพลงมาให้นักร้องเขาร้อง หนูก็ตอบไปบ้างว่ามันคือการแสดงน่ะค่ะ ไม่อยากให้ทุกคนคิดไปในเรื่องของการแสดงลามก ขอให้คิดซะว่าเป็นศิลปะการแสดง เหมือนกับละคร ถ้าละครบทไหนที่ให้เรามาแสดงเราก็ต้องเล่นบทนั้นให้เต็มที่”

ถามถึงเอ็มวี ช่วงที่ต้องลงไปเต้นในท้องนาแล้วถลกผ้าถุงขึ้นมาเหน็บเอว จนมองเห็นกางเกงในสีดำโผล่ออกมานั้น เจ้าตัวปฏิเสธหนักแน่นว่า “ตรงนั้นไม่ใช่กางเกงในสีดำ เป็นกางเกงสเตย์สีดำ ซึ่งตนเป็นผู้หญิง จะต้องเซฟตลอดเวลาถ่ายเอ็มวีรับรองไม่มีการเปิดโชว์ของอย่างแน่นอน มีบางคนดูเอ็มวียังไม่ทันไรก็จะไล่กลับไปเตะบอลอย่างเดิมดีกว่า ร้องเพลงไม่รุ่งหรอก หนูก็อยากจะขอโอกาสก่อน เมื่อตัดสินใจแล้ว ก็อยากจะเดินหน้าต่อไป ส่วนฟุตบอลมีเวลาก็ยังคงซ้อมอยู่ไม่ได้ทิ้ง ชีวิตนักฟุตบอลก็ยังรักอยู่ เมื่อมีโอกาสได้ติดทีมชาติไทยก็ถือว่าสูงสุดในชีวิตนักฟุตบอลหญิงตัวน้อยๆ คนนี้ทำตามที่คุณพ่อฝันไว้แล้ว วันนี้ก็ขอโอกาสมาเก็บความฝันของตัวเองดูบ้าง เมื่อเราคิดถึงฟุตบอลก็จะกลับไปซ้อมเป็นการรักษาสุขภาพไปในตัวด้วย”

นอกจากนี้นักร้องสาวยังอธิบายถึงท่าเต้น “ไถนาให้น้องแหน่” ที่ดูล่อแหลมจนมีเพจดังบางเจ้าเอาไปวิจารณ์ว่า “มันก็เหมือนการแสดงหนังไปแนวทางไหน เราก็ต้องแสดงให้ไปสุดๆ ของแนวทางนั้นๆ เมื่อเพลงเขาไปทางเซ็กซี่ หรือ สองแง่สามง่าม เราเป็นศิลปินเพลงก็ต้องแสดงให้สมบทบาทที่รับมอบมาทำให้มันดีที่สุด โปรดิวเซอร์ตัดออกมาได้ง่ายที่สุด ขอยืนยันว่าเป็นการแสดงเพื่อความบันเทิง เหมือนกับการร้องเพลงในวันนี้ที่เวทีศรีสมานออร์โต้โชว์ มีเด็กๆ มาดูกันมาก เราก็เต้นท่าธรรมดาไม่ผาดโผนอะไรมาก เราดูผู้ชมและสถานที่เป็นหลัก เอ็นเตอร์เทนต์ผู้ชมต้องดูความเหมาะสมดูกาลเทศะด้วย”

มัดซี สุนิสา

ส่วนคนที่วิจารณ์ตำหนิว่าการเต้นของนักร้องลูกทุ่งอีสาน หมอลำซิ่งที่ต้องมีการเด้งหน้าเด้งหลังพาดพิงไปถึงคนอีสานนั้น ได้รับการชี้แจงว่า “คนอีสานเขาเข้าใจดีในเรื่องนี้ ตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่า ที่เขามีมาเหมือนการเล่านิทานเป็นนิทานสองแง่สองง่าม เมื่อเรามาทำเพลงก็เหมือนกัน เป็นเพลงสองแง่สองง่าม คนอีสานเขาดูกันเพื่อความบันเทิง เขาจะเข้าใจกันอยู่แล้ว ส่วนซิงเกิลที่สามตอนนี้กำลังดำเนินการอยู่ในขั้นตอนการผลิต ยังบอกอะไรไม่ได้ ขอเก็บไว้เซอร์ไพรส์แฟนเพลงก่อน”

ย้อนกลับไปถึงชื่อเล่นว่ามาจากไหน เจ้าตัวบอกว่า มันไม่มีความหมายอะไร ได้มาจากคุณยายท่านเรียกตั้งแต่ตอนเด็กๆ ท่านอ่านสุนิสาเป็นมัด-สะ-หยา คุณยายก็เรียกสั้นๆ ว่ามัด พี่ๆ ก็พากันเรียกหนูว่ามัดซี่ๆ มาเรื่อยๆ จนโตขึ้นมาเวลาคนถามชื่อเล่นก็เลยบอกว่า มัดซี จากนั้นมาใครก็ๆ ที่รู้จักก็จะเรียกหนูว่า มัดซี สุนิสา กันไป”

“ฝากขอบคุณคนที่ชมและด่าตลอดจนคนที่ให้กำลังใจ ต้องขอขอบคุณมากๆ ที่ช่วยกันเข้ามาดู MV ไถนาให้น้องแหน่ ขอให้แฟนคลับอยู่และติดตามผลงานต่อๆ ไป ที่กำลังผลิตออกมาเรื่อยๆ รับรองความสนุกสนานที่จะมามอบให้บรรดาแฟนเพลง ส่วนใครจะเอาเพลงนี้ไป Cover เพลงก็เชิญได้ตามสบายทั้งหนูและทางค่ายยินดีอนุญาตให้ไป Cover ได้เลยไม่มีเรื่องของลิขสิทธิ์เพลงใดๆ ทั้งสิ้น และ Cover เพลงแล้วติดแท็กมาด้วยหนูก็จะช่วยกระจายให้ และขอบคุณทุกท่านค่ะ” มัดซีกล่าวทิ้งท้าย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.khaosod.co.th…

บอย-เจี๊ยบ รักนี้ได้ถูกพิสูจน์แล้ว หนี้ 48 ล้าน ถือว่าคุ้มค่าที่ทำให้ได้เจอคู่แท้

บอย-เจี๊ยบ หลังจากที่ให้สัมภาษณ์ถึงมรสุมครั้งใหญ่ในชีวิตที่มีหนี้สินก้อนใหญ่กว่า 48 ล้านบาทห้ต้องรับผิดชอบ

บอย-เจี๊ยบ บรรดาแฟนคลับและหลายๆ คนที่ทราบข่าวเข้ามาให้กำลังใจอย่างล้นหลาม

ล่าสุดคู่รักมาราธอนอย่าง บอย-อนุวัฒน์ สงวนศักดิ์ภักดี หรือ บอย พีซเมคเกอร์ กับแฟนสาว เจี๊ยบ-พิจิตตรา สิริเวชชะพันธ์ ก็ได้ออกมาขอบคุณแฟนๆ พร้อมทั้งบอกว่า ดีใจมากที่เรื่องของคู่ตนได้เป็นอุทาหรณ์ให้กับคู่รักคู่อื่นๆ ที่กำลังประสบปัญหาเดียวกัน

เหลือเวลาอีกไม่เท่าไหร่ก็จะถึงวันวิวาห์ของเราสองคนแล้ว ?
บอย – “ครับผม แต่จริงๆ ก็คงไม่สามารถพูดได้ว่าพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์หรอกครับ เพราะทุกวันนี้เราก็ยังต้องคุยกับทีมงานอยู่”

เจี๊ยบ – “อย่างที่คุณบอยบอกก็ยังไม่มีอะไรพร้อมเต็มที่หรอก ยกเว้นก็แค่เรื่องชุดกับอาหารที่เราพอจะคาดการณ์เอาไว้บ้าง แต่เรื่องความกังวลมันก็ยังมีอยู่ดี โดยเฉพาะเรื่องอาหารเพราะกลัวว่าจะไม่พอกับจำนวนคนที่มาร่วมงาน รวมถึงกลัวด้วยว่าจะดูแลแขกได้ไม่ดีเท่าที่ควร ”

เราสองคนตื่นเต้นมากน้อยแค่ไหนกับงานที่กำลังจะเกิดขึ้น ?
บอย – “ตอนนี้ความตื่นเต้นมันมีน้อยกว่าความกังวลครับ (หัวเราะ)”

เจี๊ยบ – “เอาจริงๆ นะช่วงแรกเจี๊ยบก็ไม่ค่อยตื่นเต้นสักเท่าไหร่หรอก แต่ยิ่งพอใกล้เข้าวันแต่งงาน เราก็เริ่มมีการพูดคุยกันบ้างค่ะ”

เห็นว่า เดวิด เบ็คแฮม อวยพรงานแต่งให้คู่เราด้วย ?
บอย – “เรื่องของเรื่องก็คือว่าผมกับเจี๊ยบได้มีโอกาสไปร่วมงานที่เขาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ผมก็เลยหาโอกาสที่จะนำการ์ดงานแต่งงานของเราไปให้เขาเซ็น แต่ว่าสุดท้ายมันก็ไม่ทัน ผมก็เลยคิดว่าลองนำไปฝากให้กับพี่ๆ ที่บริษัทดูว่าเขาจะสามารถฝากไปให้เซ็นได้หรือเปล่า ซึ่งเขาก็ใจดีฝากไปให้”

เจี๊ยบ – “เจี๊ยบคิดว่าเขาคงรู้นะคะว่าเป็นการ์ดงานแต่งงาน ซึ่งเรื่องใส่ซองเราสองคนไม่ได้คาดหวังอยู่แล้ว เราอยากได้แค่ลายเซ็นของเขาค่ะ และถือว่าที่ได้มาตอนนี้ก็ดีใจมากแล้ว เป็นของขวัญวันแต่งงานของเราสองคน”

บอย-เจี๊ยบ

เห็นเราสองคนไปออกรายการแล้วพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับหนี้สิน แฟนๆ ก็เข้าไปให้กำลังใจกันเยอะ ?
บอย – “ขอบคุณมากครับเพราะมีกำลังใจส่งให้เราสองคนอย่างล้นหลาม อีกทั้งเรื่องของเราสองคนก็ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับหลายๆ คู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดูแลความรัก หรือการที่เราจับมือกันสู้กับปัญหา เรารู้สึกดีใจมากๆ ที่เรื่องของเราสองคนได้เป็นอุทาหรณ์ให้กับคนอื่นๆ”

บอย – “ซึ่งบางข้อความที่เขาเขียนส่งมาหาเรา เราเองพอได้อ่านก็น้ำตาไหล เพราะหลายๆ คนก็เป็นหนี้เป็นสินคล้ายๆ กับเรา แต่เขาไม่รู้จะทำอย่างไร อย่างบางคนที่เป็นหนี้ถึงแม้จะไม่มากเท่าเราแต่เขาก็ถูกคนรักทิ้ง ซึ่งตอนที่เรารู้เราก็รู้สึกเสียดายแทนและก็เสียใจกับเขาด้วย ส่วนบางคนเขาก็บอกว่าพอเขาได้รู้เรื่องของเรา จากที่เขากำลังจะเลิกกันเขาก็กลับมาสู้ด้วยกันอีก ตัวเราเองพอได้ทราบแบบนี้ก็รู้สึกอิ่มใจ มีกำลังใจในการที่จะสู้”

จำนวนหนี้ที่เราสองคนรับภาระอยู่ยังเหลืออีกเยอะหรือเปล่า ?
บอย – “ไม่เยอะแล้วครับ อีกแค่ประมาณ 2 ปีก็น่าจะเคลียร์หมดแล้ว”

เจี๊ยบ – “จริงๆ ตามที่เราคาดการณ์ไว้ก็น่าจะประมาณ 2 ปีค่ะ แต่เราก็คุยกันว่าถ้าหากสามารถจัดการได้แล้ว ก็คงจะหมดเร็วกว่าที่คิดไว้”

สภาพจิตใจของเราทั้งคู่ตอนนี้ถือว่าโอเคขึ้นหรือยัง ?
บอย – “ดีครับ จริงๆ ก็ดีขึ้นมากนะ เพียงแต่ว่าตอนที่เราไปออกรายการมันเป็นการเล่าเรื่องย้อนหลัง ซึ่งทุกครั้งที่เราเล่ามันก็เหมือนกับเรานำมีดไปแทงที่แผลเดิม มันก็เลยเจ็บอยู่ที่เดิม แต่ทุกวันนี้เราก็ดีขึ้นมากแล้วครับ เอาจริงๆ ตอนที่เราไปออกรายการ เรายังคิดด้วยว่าตอนนั้นเราแข็งแรงแล้ว ซึ่งพอได้เล่ามันก็กลับมาเจ็บอีก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ไม่ได้อยากจะเก็บมันมาเป็นปม อยากจะเก็บเอาไว้เป็นเรื่องเตือนใจมากกว่า ”

บอย – “ผมคิดว่าจำนวนเงินที่เราเสียไปมันคุ้มนะ มันคือบทพิสูจน์ความรักของเราสองคน มันคุ้มมากกับสิ่งที่เราได้มา”

เจี๊ยบ – “จริงๆ เราก็ต่อสู้กันมาตั้งแต่แรกแล้ว ทั้งการเริ่มต้นธุรกิจก็ดีหรือการมีปัญหาก็ดี มันต้องมีคนสองคนช่วยกันแก้ปัญหาอยู่แล้ว ไม่ว่าปัญหาจะเล็กหรือใหญ่ เพราะฉะนั้นในวันที่มันมีปัญหาใหญ่ขนาดนี้เราก็ต้องการกำลังใจเหมือนกัน และเจี๊ยบก็เชื่อว่าเขาก็ต้องการกำลังใจเหมือนกันค่ะ”

บอย – “ผมรู้สึกโชคดีมากที่ไม่ได้สู้เพียงลำพัง เพราะผมยังมีอีกคนที่ช่วยคิดช่วยสู้และคอยเป็นกำลังใจ ซึ่งนั่นคือสิ่งสำคัญของการเป็นคู่รัก”

ปัญหาที่เกิดขึ้นมันทำให้เราสองคนรักกันมากกว่าเดิมหรือเปล่า ?
บอย – “มันก็มีส่วนช่วยนะครับ เพราะมันทำให้เราได้รักกันโดยที่เราไม่ต้องมีข้อสงสัยหรือมีคำถามอะไรเกิดขึ้นในใจอีก จริงๆ ที่เราออกมาพูดเราไม่ได้ต้องการความสงสารหรืออะไรเลย แต่ก็ต้องขอบคุณด้วยที่ทำให้เราได้พูดและได้เป็นกำลังใจให้กับคนอื่นๆ”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com…

เวียร์ ศุกลวัฒน์ ควง เบลล่า ทำบุญเสริมมงคล-ฝ่ายหญิงลุ้นเซอร์ไพรส์วาเลนไทน์

เวียร์ ศุกลวัฒน์ พระเอกดัง เวียร์ มาร่วมงานบวงสรวงละคร ผู้บ่าวอินดี้ ยาหยีอินเตอร์

เวียร์ ศุกลวัฒน์ ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่ควงหวานใจเบลล่า-ราณี พร้อมคุณแม่ของนางเอกสาว ไปทำบุญเริ่มต้นปีใหม่ที่ผ่านมา หลายคนแซวว่าเป็นการทำบุญร่วมชาติ ตักบาตรร่วมขันเสริมดวงการงานความรักของทั้งคู่

โดย เวียร์ เผยว่า “มีไปทำบุญด้วยกันครับ จะเป็นช่วงที่ว่างวันหนึ่งตรงกัน จะไปไหนกันดี เลยชวนกันไปทำบุญสักหน่อย เป็นศิริมงคล สิ้นปีแล้วจะได้เริ่มปีใหม่แบบสดใส”

มีไปทานข้าวกับคุณแม่ด้วยไหม ?
“ยังเลยครับ ยังเลย ยังไม่ได้ไปเลยครับ”

ทริปทำบุญวางแผนไว้อยู่แล้ว ?
“ไม่ครับ คือไปก็ไปเลย ไม่ได้วางแผน เพราะจริงๆ น้องเขาก็ทำบุญที่วัดนั้นอยู่แล้วเลยชวนผมไป”

เหมือนเป็นการทำบุญร่วมบาติตักบาตรร่วมขัน ?
“ไม่ได้ตักบาตรครับ ทำบุญอย่างเดียว มีถวายจุดธูปเทียน ถวายสังฆทาน ตามปกติทั่วๆ ไปครับ”

จะมีโปรเจ็กต์พิเศษอะไรร่วมกันไหม ?
“ตอนนี้ยังเลยครับ เอาจริงๆ น้องเขาก็จะมีโปรเจ็กต์ของเขาอยู่แล้ว เราก็มีทุกปีอยู่แล้ว ก็ทำบุญ เพราะในแต่ละปีเราก็ได้อะไรจากสังคมเยอะ ก็ต้องตอบแทนคืนบ้าง เราจะมีโครงการที่ทำกับแฟนคลับมาโดยตลอดอยู่แล้ว ก็ทำต่อเนื่องไป”

เวียร์ ศุกลวัฒน์

มีคนอยากให้ทำด้วยกันไหม ?
“จริงๆ ไม่ได้คุยนะครับ ไม่ได้ถาม จริงๆ แล้วได้หมด การทำสิ่งที่ดีก็ทำกับใครก็ได้ก็ดีหมดอยู่แล้ว เรียบง่ายสบายๆ มีเวลาก็เจอ”

ย้อนกลับไปวันเกิดของเบลล่า มีของขวัญพิเศษอะไรให้ไหม ?
“ย้อนไปนานมากเลย จำแทบไม่ได้ว่าให้ไปในโอกาสอะไร ก็ได้ให้ไปแล้วครับ ไม่รู้ว่าปีใหม่ วันเกิด หรืออะไร เพราะมันใกล้ๆกัน เพราะน้องเขาจะเกิดช่วงก่อนคริสต์มาสก่อนจะปีใหม่ จริงๆผมไม่ค่อยได้มีโอกาส จะให้ก็เห็นอะไรที่รู้สึกว่าเหมาะกับเขา ก็จะพยายามหามาให้ครับ”

ให้เป็นเครื่องประดับหรืออะไร ?
“แนวๆนั้นครับ หมวกนี่เขาให้ผม แต่ผมก็ให้เขาบ้างนาฬิกา ง่ายๆ ส่วนใหญ่ก็ต้องถามก่อนครับ เพราะว่าจริงๆแล้วเราไม่รู้ว่าเขาชอบหรือเปล่า เราต้องเอาชัวร์ (หัวเราะ) พอให้เขาก็แฮปปี้ครับ น้องดีใจ”

ในวันเดียวกัน นางเอกสาว เบลล่า-ราณี แคมเปน มาร่วมงานเปิดตัวพรีเซนเตอร์ เคลล็อกส์ มูสลิกส์ คัพ ที่ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องทริปทำบุญเริ่มต้นปีใหม่ กับหวานใจหนุ่ม เวียร์-ศุกลวัฒน์ ว่า “ใช่ค่ะ จริงๆ เบลเคยบอกไปตั้งแต่ช่วงปีใหม่แล้วนะคะว่าเราจะนัดกันไปทำบุญ และก็เป็นทริปที่พาคุณแม่ไปด้วย”

เวียร์ ศุกลวัฒน์

แสดงว่าเป็นทริปที่ตั้งใจจะไปด้วยกันตั้งแต่แรก เลยไม่ได้กังวลหากมีคนถ่ายภาพ ?
“ก็เป็นความตั้งใจของเราที่จะไปอยู่แล้วเนื่องในโอกาสวันปีใหม่ แถมวัดที่ไปก็ยังเป็นวัดใกล้ๆ บ้าน เดินทางกันไปก็สะดวกหน่อย”

พอมีภาพออกมาคนก็เลยยิ่งแซวว่าทำบุญเสริมดวงเสริมความรักหรือเปล่า ?
“ไม่ได้เสริมอะไรเลยค่ะ เราแค่ตั้งใจทำบุญรับปีใหม่มากกว่า และก็อย่างที่บอกเป็นทริปที่พาคุณแม่ไปด้วย เพราะเบลก็อยากให้คุณแม่ได้ทำบุญ”

เริ่มชินแล้วหรือยังกับการที่คนจับตามองแบบนี้ ?
“ถามว่าชินมั้ยเหรอ (หัวเราะ) คือเบลก็ทำทุกอย่างตามปกติมากกว่า ทำให้ทุกอย่างมันเป็นไปตามธรรมชาติ”

เขินไหมกับการที่คนมองว่าคู่เราไปไหนมาไหนก็ตัวติดกันตลอด ?
“โอ้โห ไม่ได้ขนาดนั้นเลย เราไม่ค่อยได้เจอกันเท่าคนอื่นด้วยซ้ำ และเวลาเจอกันส่วนใหญ่ก็ขึ้นอยู่กับโอกาสมากกว่า”

เวียร์ ศุกลวัฒน์

หลังจากนี้เราสองคนมีทริปไปที่ไหนด้วยกันอีกบ้าง ?
“ตอนนี้ยังไม่มีค่ะ เพราะจริงๆ เดือนนี้คิวเบลก็ค่อนข้างเต็มแล้วด้วย แถมเดือนหน้าละคร กรงกรรม ก็จะออนแอร์ ซึ่งมันคงต้องมีการเดินสายโปรโมตกันอีก ถือว่าคิวค่อนข้างแน่นค่ะ”

โดยปกติเรากับพี่เวียร์ไปทำบุญด้วยกันบ่อยไหม ?
“ไม่ค่อยบ่อยค่ะ จริงๆ ก็นานแล้วเหมือนกันนะคะกว่าจะมีครั้งนี้ เพราะคิวเราไม่ค่อยนิ่งเราก็เลยไม่สามารถนัดล่วงหน้าได้”

เรียกว่าว่างปุ๊บก็สวีตปั๊บ ?
“ไม่ค่ะ(หัวเราะ) ไม่ได้มีอะไรมาก แค่ทำบุญทานข้าว”

เห็นว่าเวียร์ให้เครื่องประดับเป็นของขวัญวันเกิด ?
“ยังไม่เห็นจะให้เลยอ่ะ แต่น่าจะหมายถึงที่ให้ไปก่อนหน้านี้นะคะ”

เหมือนล่าสุดพี่เขาก็บอกว่าวางแผนไกลถึงวาเลนไทน์แล้วด้วย ?
“ค่ะ รอดู (หัวเราะ)”

เขามาถามเราบ้างไหมว่าอยากได้อะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า ?
“ไม่ได้มีการถามอะไรจริงจังขนาดนั้นนะคะ เพราะเราก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องเทศกาลกันอยู่แล้ว และตัวเบลเองก็ไม่ได้มีอะไรที่อยากได้เป็นพิเศษด้วย”

เวียร์ ศุกลวัฒน์

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.khaosod.co.th…

ดีเจพีเค ยอมจ่าย4ล้าน รีโนเวทบ้าน อยากนั่งกินข้าวกับลูกสาว ซึ้งรักแรกพบ โยเกิร์ต

ดีเจพีเค  หลังเซอร์ไพรส์คุกเข่าขอดาราสาวแต่งงาน พีเค ปิยะวัฒน์ สายเปย์หนัก ทุ่มเต็มที่ให้ โยเกิร์ต

ดีเจพีเค หวานใจ ออกแบบจัดงานแต่ง ฝ่าอาถรรพ์รัก 7 ปี ไปแล้ว ล่าสุด หนุ่มพีเค เปิดบ้านครั้งแรก บ้านหรูริมทะเลสาบ หลังเพิ่งทำเสร็จ ให้รายการ ตีท้ายครัว มาบุกชมความทันสมัย ตั้งแต่ประตูบ้าน

เปิดแบบไฮเทคมากๆ แต่จุดสำคัญที่ทำด้วย คือ ลูกสาว ต้องการอยากอยู่กับลูกสาว อยากนั่งกินข้าวกับลูกสาว เลยได้เห็นรถสุดรักเข้ามาอยู่ในบ้าน

พีเค บอกว่า เวลาไปโชว์รูม เห็นคนอยู่กับโชว์รูมแล้วเท่ เรารักเขาขนาดนี้ เหมือนเรารักแฟน รักครอบครัว เราควรมีที่ให้เขาอยู่ อยู่ในห้องแอร์กับเราด้วย

ดีเจพีเค

ซูเปอร์คาร์ ของหนุ่มพีเค นอกจากสวยแพง เจ้าตัวรักมากเหมือนลูกสาว ถึงกับทำที่จอดไว้ข้างโต๊ะกินข้าว เจ้าตัวบอกว่า เวลาซื้อข้าวกลับมาบ้าน จอดรถเสร็จ ก็นั่งกิน กินข้าวกับแฟน กินข้าวกับลูกสาวได้เลย

คอนโดก็อยู่ทุกวัน ส่วนจะทำบ้านเป็นเรือนหอหรือเปล่า จริงๆ ที่ไหนที่มีเขา เป็นเรือนหอได้หมด ส่วนที่ทำใหม่อีก คือ สระว่ายน้ำ อลังการ ร้อนมาก มีม่านน้ำ ช่วยคลายร้อน แถมจากบ้านยังส่องเห็นวิวบ้านเศรษฐีตัน ใหญ่มากๆ ด้วย

พีเค ยังเผยความประทับใจที่มีต่อสาวโยเกิร์ต ว่า สิ่งแรกคือสวย แล้วก็เก่ง จบโทวิศวะไฟฟ้า จุฬาฯ เขาทำไฟได้หมด เคยทำงานมาก่อนที่จะเดินแบบ นางแบบหน้าใหม่ เห็นเขาครั้งแรกในงานอีเว้นต์ที่พารากอน รักแรกพบเลย ไปหาเบอร์เขามา น้าเน็กโทรให้ บอกว่าผมชอบ แต่เขาบอกมีแฟนแล้ว แล้วไปเจอเขาที่งานอีเว้นต์อีกงาน ส่งข้อความไปขอโทษเขาที่น้าเน็กโทรไป เขาก็บอกไม่เป็นไร ก็คุยเป็นเพื่อนกันได้

จนเกือบปี เขาเลิกกับแฟน ตลอดเวลานั้น เราก็หาข้อมูล เพื่อนเขาคือใคร เขาทำงานกับใคร เฝ้าดูเขาตลอด เรารู้วันหนึ่งเขาต้องเป็นของเรา เราก็เป็นเพื่อนเขา เขาก็ปรึกษา เรามุ่งมั่นอยากเป็นดีเจอันดับหนึ่ง อยากเป็นพิธีกร เราก็ยังทำได้ เรื่องนี้ก็เหมือนกัน ซื้อหมาให้เขาประสานความสัมพันธ์ เพราะรู้ว่าเขาชอบหมามาก พีเคเผยยอมนั่งแท็กซี่ 2 ปี เพื่อไปส่งที่บ้านซอยลึกด้วย

ตั้งใจจะแต่งงานต้นปี 2020 อายุห่างกัน 14 ปี ตัวเอง 45 แล้ว เขา 31 เรื่องมีลูก เดี๋ยวคุยกันอีกทีแล้วแต่เขา อยากมีไหม ตอนนี้ก็เคลียร์หนี้หมดแล้ว จะเก็บเงินแต่งงาน ตั้งใจอยากแต่ง 20 กุมภาพันธ์ 2020 เลขสวยดี ต้องอุดรอยรั่วความรัก รู้ว่าเขาชอบอะไร เราจัดให้ เขาไม่ชอบอะไร เราไม่ทำตรงนั้น เราต้องเป็นทุกอย่างที่เขาต้องการให้ได้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.khaosod.co.th…

เปิดวาร์ป น้องมิล ภรรยาเด็กของ “ทองขาว” ดารารุ่นเดอะ ชาวเน็ตแห่กดไลค์รัวๆๆ

เปิดวาร์ป น้องมิล  หลังจากที่ ทองขาว ภัทรโชคชัย ดาวร้ายรุ่นใหญ่วัย 55 ปี ควง น้องมิล วัย 24 ปี

เปิดวาร์ป น้องมิล แฟนสาวที่อายุห่างกันถึง 32 ปี เปิดใจเหตุพบรัก โดย ทองขาว เป็นคนเริ่มสานสัมพันธ์ด้วยการกดไลก์รูปฝ่ายหญิงแบบรัวๆ จนฝ่ายหญิงต้องทักไปขอบคุณ หลังจากนั้นทั้งคู่ก็คุยกันมาเรื่อยๆ เป็นระยะเวลา 3 เดือน กว่าจะเจอตัวจริงของกันและกัน จนถึงปัจจุบันนี้คบหาดูใจกันถึง 2 ปีแล้ว

น้องมิล บอกว่า ครั้งแรกที่เจอพี่ทองขาวรู้สึกว่าเขาหล่อ และชอบที่เขาสอนให้รู้จักใช้ชีวิต สอนทุกอย่าง ทางบ้านของเราก็รักเขา พี่ทองขาวเป็นคนอบอุ่นเหมือนพ่อ ไปกับเราได้ทุกที่ ไม่ร้ายเหมือนในทีวีเลยสักนิด เราคบกันไม่ใช่เพราะหน้าตา ไม่ใช่เพราะเขาเป็นดารา ไม่ได้คบกันเพราะสร้างกระแส ไม่ได้อยากดัง

เปิดวาร์ป น้องมิล

ส่วนที่กระแสฮือฮาความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ทองขาว บอกว่า ก็ขำๆ จริงๆ คบกันมานานเกือบสองปีแล้วแต่เพิ่งเป็นข่าว เราอยู่แบบเปิดเผยสาธารณะอยู่แล้วไม่ได้ปิดบังอะไร พอเป็นประเด็นสังคมก็มีคนวิจารณ์ว่าคบกันไม่รอด เพราะอายุห่างกันถึง 32 ปี

“แต่จริงๆ แล้วอายุห่างกันไม่ได้เป็นปัญหาเลย เราสองคนไม่มีอะไรต้องปรับหากันเลย อยู่ด้วยกันเพราะเข้าใจกัน อายุไม่เป็นอุปสรรค” ทองขาวกล่าว ส่วนเรื่องของอนาคตไม่ได้วางแผนอนาคตอะไร เราคบกันเลยคำว่าดูใจไปแล้ว พ่อแม่ของฝ่ายหญิงก็แฮปปี้ ส่วนเรื่องมีลูก ทางผู้ใหญ่ก็อยากมีหลาน พร้อมเมื่อไหร่ก็มีได้เลย แต่น้องมิล บอกอยากทำงานก่อน

เปิดวาร์ป น้องมิล

หลังข่าวนี้ออกไป ชาวเน็ตต่างพากันเข้าไปดูส่องเฟซบุ๊คของทั้งทองขาว และน้องมิล กดไลค์รัวๆ ภาพถ่ายแบบสุดเซ็กซี่ของน้องมิล รวมทั้งภาพที่ทั้งทองขาวและน้องมิลสวีตกันหวานหยดเลยทีเดียว

แฟนสาวอายุห่างกว่า30ปี ถึงรุ่นลูกก็ไร้ปัญหา ฮือฮา นักแสดงรุ่นใหญ่ ทองขาว ภัทรโชคชัย ที่มีแฟนเด็ก อย่าง น้องมิล นางแบบ-พริตตี้ สุดเซ็กซี่ อายุห่างกันถึง 32 ปี ล่าสุดทั้งคู่ควงกันมาเปิดใจด้วย

ในรายการเล่นใหญ่จัดใหญ่ ช่องไบรท์ทีวี ทองขาว ในวัย 55 ปี ส่วน น้องมิล วัย 24 ปี เผยเจอกันทางเฟซบุ๊ก โดยทองขาวเป็นคนเริ่มสานสัมพันธ์ด้วยการกดไลก์รูปฝ่ายหญิงแบบรัวๆ จนฝ่ายหญิงต้องทักไปขอบคุณ หลังจากนั้นทั้งคู่ก็คุยกันมาเรื่อยๆ เป็นระยะเวลา 3 เดือน กว่าจะเจอตัวจริงของกันและกัน จนถึงปัจจุบันนี้คบหาดูใจกันถึง 2 ปีแล้ว

น้องมิล บอกว่า ครั้งแรกที่เจอพี่ทองขาวรู้สึกว่าเขาหล่อ และชอบที่เขาสอนให้รู้จักใช้ชีวิต สอนทุกอย่าง ทางบ้านของเราก็รักเขา พี่ทองขาวเป็นคนอบอุ่นเหมือนพ่อ ไปกับเราได้ทุกที่ ไม่ร้ายเหมือนในทีวีเลยสักนิด เราคบกันไม่ใช่เพราะหน้าตา ไม่ใช่เพราะเขาเป็นดารา ไม่ได้คบกันเพราะสร้างกระแส ไม่ได้อยากดัง

ส่วนที่กระแสฮือฮาความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ทองขาว บอกว่า ก็ขำๆ จริงๆ คบกันมานานเกือบสองปีแล้วแต่เพิ่งเป็นข่าว เราอยู่แบบเปิดเผยสาธารณะอยู่แล้วไม่ได้ปิดบังอะไร พอเป็นประเด็นสังคมก็มีคนวิจารณ์ว่าคบกันไม่รอด เพราะอายุห่างกันถึง 32 ปี

“แต่จริงๆ แล้วอายุห่างกันไม่ได้เป็นปัญหาเลย เราสองคนไม่มีอะไรต้องปรับหากันเลย อยู่ด้วยกันเพราะเข้าใจกัน อายุไม่เป็นอุปสรรค” ทองขาวกล่าว ส่วนเรื่องของอนาคตไม่ได้วางแผนอนาคตอะไร เราคบกันเลยคำว่าดูใจไปแล้ว พ่อแม่ของฝ่ายหญิงก็แฮปปี้ ส่วนเรื่องมีลูก ทางผู้ใหญ่ก็อยากมีหลาน พร้อมเมื่อไหร่ก็มีได้เลย แต่น้องมิล บอกอยากทำงานก่อน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.khaosod.co.th…

เพชรจ้า วิเชียร ไม่ได้ทะเลาะ นิวเคลียร์ แต่มีเหตุผลที่ต้องแยกเตียงนอนกับภรรยา

เพชรจ้า วิเชียร ทำเอาหลายคนเกือบเข้าใจผิดกันไปใหญ่ เมื่อจู่ๆ ภรรยาสาว นิวเคลียร์-หรรษา  ได้ออกมาโพสต์ข้อความว่า ทุกวันนี้ต้องแยกเตียงนอนกับสามีดีเจ เพชรจ้า-วิเชียร

เพชรจ้า วิเชียร แฟนคลับแอบเป็นห่วงไม่ได้ว่าเกิดปัญหาครอบครัวอะไรขึ้นหรือเปล่า

ล่าสุด มีโอกาสได้เจอ ดีเจเพชรจ้า จึงไม่พลาดที่จะสอบถาม โดยเจ้าตัวก็ได้ชี้แจงให้ฟังว่า สาเหตุที่ต้องแยกเตียงนอนนั้น เพราะลูกชาย น้องไทก้า ยังเด็กจึงต้องให้มานอนด้วย แต่เพราะตนต้องทำงานแต่เช้าทำให้หลับพักผ่อนไม่เพียงพอ จึงขอแยกเตียงออกมาเพียงแค่ไม่กี่เมตรเท่านั้น พร้อมยืนยันไม่ได้มีปัญหาอะไรกับภรรยาแน่นอน

ตอนนี้เปิดชาแนลของตัวเองแล้ว เป็นช่องเลี้ยงลูก ?
“จริงๆ เริ่มมาก่อนที่จะมีไทก้า แต่ว่าไปๆ มาๆ เอฟซีไทก้าหนาแน่นมาก จนตอนนี้รายการอื่นของผมค่อนข้างที่จะเฟดแล้ว เน้นไปทางไทก้าอย่างเดียวเลยตอนนี้ กระแสตอบรับดีมาก ตอนแรกเอฟซีอาม่าเยอะกว่า ไปๆ มาๆ ไทก้าแซงแล้ว”

ตอนนี้ยังเห่อลูกอยู่ไหม ?
“เห่ออยู่ครับ”

เวลาคนเข้ามาดูลูกเรา มีคอมเมนต์ช่วยเลี้ยงไหม ?
“มีๆ เขาก็จะแบบเคยมีลูกมาแล้ว ก็มาแนะนำเรา เราก็ฟังเอาไว้ บางอันเราก็ลองเอาไปทำกับลูกเรา มันก็ไม่ได้ผล แต่บางอันก็ได้ผล”

เคยเจอดราม่าไหม ?
“ไม่มี มีแต่ออกสไตล์แบบรู้มากยิ่งกว่าหมออีก เราเลี้ยงลูกโดยมีหมอเป็นหลัก มีอะไรที่เราไม่เข้าใจก็จะถามคุณหมอก่อน เช่น แม่กินพริกได้ไหม เวลาให้นมลูก ถามมาหมดแล้ว แต่จะมีคนที่เก่งกว่าหมอ ห้ามกิน ให้กินกล้วย แต่หมอบอกให้กินแต่นมแม่ เราก็แบบสรุปพี่เขากับหมอใครเก่งกว่ากัน แต่หมอเรารู้จัก แต่พี่เขาในเน็ตเราไม่รู้จัก เราก็เชื่อหมอเป็นหลัก แต่ก็ไม่ได้ไปว่าอะไรเขา เพราะเขาก็หวังดี”

“เอาตรงๆ นะ ตอนไทก้าคลอดแรกๆ จะมีดราม่าเยอะ แต่พอเขาคลอดมาสักพัก ทุกคนเหมือนรักไทก้า แล้วก็จะดูแต่ไทก้า ไม่ได้สนใจตัวพ่อแล้ว เราเองก็ชัดเจน ว่าเลี้ยงในสไตล์เพชรจ้า ก็คือเรียกลูกว่ามันอะไรแบบนี้ เฮ้ย อย่าร้องไห้สิวะ ก็คือแมนๆ คุยกัน ไม่ได้ถนอมอะไรมากมาย”

เวลาเจอคอมเมนต์ที่ชาวเน็ตมาช่วยเราเลี้ยงลูก ที่มันขัดหูขัดตา เรามีอารมณ์ขึ้นไหม ?
“ไม่เลยๆ เพราะเชื่อว่าคนที่เข้ามาดูไทก้าคือเอ็นดูหมด เพราะฉะนั้นจะไม่มีขัดหูขัดตาเราเลย แค่อ่านแล้วขำเท่านั้นเอง หรือบางครั้งเราก็ดีใจที่เขามาเมนต์ แต่เราก็เสียใจตรงที่เราไม่ได้ทำตามเขา”

พัฒนาการน้องไทก้าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ?
“อย่างที่บอกครับ เลี้ยงสไตล์ของเรา กลับมาบ้านแรกๆ ทุกคนจะบอกว่าต้องห่อตัวๆ ไม่งั้นน้องจะสะดุ้ง แต่ทุกวันนี้ไทก้านอนท่าเดียวกับพ่อแล้ว คือเด็กทุกคนมันก็ไม่เหมือนกัน เราเลี้ยงในสไตล์เรา เรารู้สึกว่าเวลาห่อตัว ไทก้าเขาจะมีอาการแบบไม่ชอบถูกรัด จะดีดดิ้นอยู่ตลอด เราก็ค่อยๆ ปล่อย พอไปถามหมอ เขาก็บอกว่าห่อตัว มันช่วยได้ระยะหนึ่ง แต่ถ้าปล่อยออกมา พัฒนาการเขาจะเร็วกว่าคนอื่น เพราะเขามีการขยับนิ้ว ขยับแขนขา เมื่อคืนถ้าใครดูไลฟ์สดจะฮามาก เพราะว่าหลอกล่อไทก้ากันสุดฤทธิ์”

เพชรจ้า วิเชียร

ล่าสุดซื้อรถใหม่อีกแล้ว ?
“รถตู้เหรอครับ ซื้อให้นางสองคันติด เป็นรถตู้กับรถมินิที่นางอยากได้”

เปย์เต็มที่เลย ?
“คือจริงๆ มันเป็นของที่นางอยากได้ เราก็ไม่เรียกว่าเปย์หรอก คือก็ต้องใช้”

เรื่องของเล่นลูก ก็ดูสรรหามาให้เยอะเลย ?
“ใช่ๆ แต่ว่าของเล่นของไทก้าถูกๆ ทั้งนั้น ทุกวันนี้ติดป๋องแป๋งที่ซื้อตามงานวัดอันละ 10 บาท ซื้อเองอะน้อย แต่คนเอามาให้เยอะมาก ไม่กล้าแกะเลย ทุกวันนี้ยังอยู่ในกล่องอยู่เลย”

มีงานติดต่อมาเป็นพรีเซ็นเตอร์บ้างหรือยัง ?
“พูดเรื่องนี้แล้วก็ไม่รู้เลย เพราะแม่เขารับไปหมดเลย งานลูกกับแม่ ทำไมไม่เอาพ่อไปด้วย รู้สึกจะมีนะของนิวเคลียร์กับลูก ใช้คำว่าเขามีงานกันสองคน มีอยู่เรื่อยๆ เรื่องค่าตัวเราก็ไม่เกี่ยว เป็นเงินลูกกับเมีย เราไม่ได้ยุ่งอยู่แล้ว ส่วนใหญ่งานที่เข้ามา ลูกค้าก็จะเข้าใจอยู่แล้ว ว่าไม่ต้องไปถ่ายที่สตูดิโอ ถ่ายที่บ้านได้ เพราะที่บ้านทุกวันนี้ก็พยายามเซตให้มันคล้ายๆ สตู”

ตอนนี้น้องอายุเท่าไหร่แล้ว ?
“2 เดือนกับอีกประมาณ 10 วันครับ”

คิดว่าน้องอายุยังเล็กไปสำหรับรับงานไหม ?
“ใช่ จริงๆ ถ้าฟัง 2 เดือนนี่คือเด็กทารกชัดๆ แต่ตัวเขาเหมือนเด็กขวบสองขวบแล้ว แข็งแกร่งมาก พอไปโน่นนี่ ออกจากบ้านทุกวันเลย ตั้งแต่หมอบอกว่าออกได้”

นิวเคลียร์ให้สัมภาษณ์ว่าตอนนี้นอนแยกเตียงแล้ว ?
“คือนิวเขาต้องให้นม แล้วเวลาเขาขยับตัวหรือลูกร้องหิวนม ก็ต้องมาชนผม ผมก็มีงานก็จะไม่ได้นอน แล้วตอนนั้นเราก็มีเตียงต่อออกมาของไทก้า ไทก้าก็ไม่ไปนอน มานอนตรงที่ผม ผมก็เลยบอกว่าเอางี้ พี่ขอขยับไปนอนตรงที่ไทก้าแล้วกัน ผมก็ขยับไปนอนตรงที่ไทก้า มันก็ยังใกล้อีก เสียงมันก็ยังดัง งั้นเดี๋ยวพี่ลากออกมาไกลหน่อย ก็จะแยกห่างกันประมาณเมตรหนึ่ง”

พอหลายคนได้ยินคำว่าแยกเตียงก็คิดแล้วว่าแยกเตียงยังไง ?
“คล้ายว่าทะเลาะกันอะเหรอ ไม่ใช่ๆ เราพยายามจะกลับไปที่เตียงของเรา เพราะเตียงเรา เราเป็นคนเลือกเองทุกอย่าง เพราะฉะนั้นไทก้ามันจะมาเอากันไปง่ายๆ ไม่ได้ ก็คือรอให้เขาโตขึ้นนิดหนึ่ง นอนนานขึ้น ไทก้าก็ต้องย้ายกลับไปนอนเตียงไทก้า”

มีแอบคิดขำๆ มีอาการหึงหวงลูกไหม ?
“ไม่มีหึงเลย เพราะพ่อแทบจะเป็นหมีแพนด้าอยู่แล้ว ทุกวันนี้กะในการดูแลของผมคือช่วงตีห้าถึงเที่ยง เลี้ยงผลัดกัน ถ้าเวลาตีห้าปุ๊บไทก้าจะร้องแล้ว ผมก็จะไปอุ้ม เพราะแม่ต้องนอน แม่ไม่นอนตั้งแต่เที่ยงคืน นิวจะนอนตั้งแต่ตีห้าไปถึงเที่ยง ผมก็จะอุ้มลูกลงไปข้างล่างเพื่อให้เมียได้อยู่คนเดียว เขาก็จะนอนได้”

พอมีลูกชีวิตเปลี่ยนไปมากไหม ?
“โห เปลี่ยนสิ ชีวิตเพชรจ้าไม่เหลือความเป็นเพชรจ้าอีกเลย แต่ปรึกษาเพื่อนที่มีลูกแล้ว เขาบอกไม่เป็นไร พอผ่านช่วง 4-5 เดือน เดี๋ยวก็กลับมาเป็นคนเดิมได้ ทุกวันที่เป็นแบบนี้เพราะเราอยากเลี้ยงเองไง เราก็เลยต้องทุ่ม 24 ชั่วโมงให้กับไทก้า ซึ่งตอนนี้เมียบอกทุกอย่างลงตัวแล้ว ได้นอนเป็นเวลา นอนเยอะขึ้น พี่เพชรจ้าออกมารับงานได้เต็มที่เลย”

ตั้งใจอยากจะมีลูกอีกกี่คน ?
“ตอนแรกที่เคยให้สัมภาษณ์คืออยากจะมี 4 คนใช่ไหม แต่ตอนนี้บอกเมีย พี่ว่าเอาสัก 2 ก็พอ ถ้าจ้างพี่เลี้ยง บอกเลยว่าจะมีกี่คนก็ได้ แต่ถ้าเลี้ยงเองคงไม่ไหว ที่เห็นอินสตาแกรมแล้วคนถามว่ามีพี่เลี้ยงแล้วเหรอ คือที่เห็นคนไกวเปลเป็นแม่บ้านมาช่วยครับแค่นั้น ช่วงอื่นๆ พ่อกับแม่เลี้ยงเองหมดล้วนๆ ผมเป็นคนที่อยากจะรู้เรื่องเด็กอย่างแท้จริง เราต้องรู้ว่าอะไรที่เด็กใช้ได้หรือใช้ไม่ได้ เราเลยต้องเลี้ยงเอง”

จะเว้นคนที่ 2 ไว้อีกกี่ปี ?                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                               “นิวบอกขอเที่ยวตะลุยก่อน 1 ปีเต็ม ไทก้าจะได้ไปด้วยทุกที่”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com…