เจนนิเฟอร์ คิ้ม เกินวัยตามหา “รักแท้” เผยทุกวันนี้แค่ “ผู้ชาย” ยังไม่มีเฉียดเข้ามา

เจนนิเฟอร์ คิ้ม

เจนนิเฟอร์ คิ้ม ยึดอาชีพร้องเพลงมายาวนานกว่า 2 ทศวรรษ สำหรับศิลปินสาวทรงพลัง คิ้ม

เจนนิเฟอร์ คิ้ม ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับครั้งไม่ถ้วน ล่าสุดผุดคอนเสิร์ตใหญ่ “อิชิตัน พรีเซนต์ เจนนิเฟอร์ คิ้ม ดีว่า ไชน่าทาวน์” ระหว่างวันที่ 23-24 ก.พ.62 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน ซึ่งครั้งนี้ “เจ๊คิ้ม” ไม่ได้ฉายเดี่ยวแต่ควง เบน–ชลาทิศ, พีท พล และ อ๊อฟ–ปองศักดิ์ มาฟาดฟัน “สงครามน้ำลาย” กันบนเวทีแบบนันสต็อป เลยต้องเรียกน้ำย่อยด้วยการคว้า “นักร้องดีว่าตัวแม่” มาเปิดใจกันก่อน ใน “คนดังนั่งคุย”

รู้สึกอย่างไรกับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งที่หกของตัวเอง

“รู้สึกว่ามันคืองานนะ เพราะว่าจุดประสงค์หลักของการทำคอนเสิร์ตไม่ใช่ทำยังไงก็ได้ให้ขายตั๋วหมด ขายตั๋วหมดก็เป็นปัญหาอีกเรื่องหนึ่ง คือทำยังไงให้คนดูรู้สึกสนุกแบบไม่เบื่อ และไม่ซ้ำกับครั้งก่อนๆ ไอ้ตรงนี้คือจะยาก ครั้งที่หกแล้วเหมือนกับการทำหนังไตรภาค หนังสามภาคมันทำยากมากนะ แต่นี่ภาคหกแล้ว ต้องคิดให้ได้ที่จะไม่ให้เหมือนครั้งที่ผ่านๆมา ในภาคหกมันต้องแตกต่างไปในขณะเดียวกันในความที่มีมาตรฐานแข็งแรง มีสีสันที่เกิดขึ้นจากการเอาแขกรับเชิญมาประสมก็จะเป็นอีกสีนึง สีมันเปลี่ยนในแต่ละปีนะ มันยากมากนะ เรารู้สึกว่าเราไม่น่าทำเลย แก่แล้ว อายุ 50 เราน่าจะสบายแล้วนะ อยากมีคนมาส่งเสียเลี้ยงดูอยู่ แต่มันไม่มี ก็ต้องช่วยตัวเองไป”

ธีมคอนเสิร์ตครั้งนี้คืออะไร

“ทุกครั้งที่จัดคอนเสิร์ตใหญ่ของตัวเองใช้ธีมเดียวกันหมด คือความสนุกที่เกิดจากเพลงที่คุ้นเคย ความสนุกที่เกิดจากการตะลึงในการใช้เสียง ว้าว! ใช้เสียงขนาดนี้เลยเหรอ และช่วงทอล์ก สมัยก่อนพูดถึงการแอ๊วผู้ชาย การอกหักรักคุดตุ๊ดเมิน แต่ตอนนี้มันถึงเลขห้าแล้ว คนที่นั่งดูเรานั้นอายุใกล้เคียงกับเรา ก็จะขำอีกแบบ ขำเรื่องที่แตกต่างออกไป คือหลักในการทำคอนเสิร์ตให้มันเป็นธีมยังไงนั้น มันก็ยังเป็นเพลงเพราะ ต้องมีเพลงสนุก ซึ่งครั้งที่หกที่จะถึงนี้เจ๊ถือว่าโชคดีนะ เพราะนี่เราได้ร้องเพลงจากฟากลาดพร้าวด้วย ซึ่งในปกติชีวิตประจำวันไม่เคยได้ไปร้องที่ไหน เป็นเรื่องของกฎข้อบังคับที่ก็ต้องยอมรับกันไป แต่คราวนี้บอกได้เต็มปากเต็มคำว่าร้องได้แล้วแบบถูกกฎหมายลิขสิทธิ์ด้วย ลองนึกดูสิ! เฮ้ยเหมือนคำต้องห้ามแต่ฉันพูดได้สบายปากเหลือเกิน มันฟินนะ ยิ่งเพลงในฝั่งนี้มันเพราะมาก ครั้งนี้แหละที่ทุกคนจะได้ฟังสดๆกันอีกครั้ง อีกอย่างเราดันเป็นคนที่ร้องเพลงของใครก็ได้ ในแง่ที่ว่าเราจะมาตีความในแบบของเราเอง อันนี้คือความพิเศษในการที่จะได้ฟังเพลงแบบนี้”

ทำไมแขกรับเชิญต้องเป็น เบน–พีท และอ๊อฟ

“เป็นโจทย์ที่ค่อน ข้างใช้ความคิด ใช้เวลาในการตัดสินใจเหมือนกันนะ คือการที่เราจะเลือกอะไรสักอย่างให้ถูกใจคนนับพันนับหมื่นชีวิตให้มากที่สุด มันไม่ง่ายเลยนะ ครั้งที่ผ่านๆมาคอนเสิร์ตเจนนิเฟอร์ คิ้ม มีแขกรับเชิญมากหน้า หลายตามาก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแขกรับเชิญผู้ชายที่โด่งดังมีชื่อเสียง มีความสามารถในด้านต่างๆ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จทุกครั้ง เพราะมันมีทางของมันว่าจะต้องเดินไปในรูปแบบนี้ มารอบนี้อย่างที่บอกว่าถึงเส้นชัยวัย 50 อัปเต็มรูปแบบแล้ว มุมมองความสนุกสนานย่อมมีเปลี่ยนตามไปบ้าง จะเหมือนทุกๆครั้งที่ผ่านมา ก็เกรงว่าจะเบื่อมุกแอ๊วผู้ชายของเจ๊กันแล้ว งั้นเป็นใครดีล่ะ คิดกันอยู่นาน นังสามลูกนี่แหละตอบโจทย์เจ๊มากที่สุด จบ เคลียร์ สบายใจ มันทางเดียวกันเป็นพื้นฐานอยู่แล้วด้วย ระหว่างทางมันเกิดการซัพพอร์ตกันและกันได้ตลอดเวลา”

เตรียมลับฝีปากฝีมือไว้เยอะมั้ย

“ไม่ต้องลับฝีปากมากเพราะว่าพอขึ้นไปจริงๆแล้ว เราไม่จำเป็นต้องไปลับฝีปากกับนางๆเลย มันจะไปตามฟีล ตามสถานการณ์เอง แต่ก็แอบคิดในใจว่าพวกนางๆน่าจะไม่เล่นแรงกับเรา น่าจะกลัวเราหลงทางออกไปไกลแล้วกลับมาไม่ได้ เพราะเนื้อมันยังต้องพึ่งพวกเราเลย เดี๋ยวไปเล่นแรงๆ มันลืมสคริปต์หมด แต่พวกนางจะแรงใส่กัน สู้กัน ฟาดฟันกันเองเป็นธรรมชาติของสไตล์นี้อยู่แล้ว เป็นช่วงฉกชิง พวกนี้มันชอบจก จกกันสดๆ ฟาดฟันไม่ยอมกันแน่นอน ตรงนี้แหละเสน่ห์ของพวกนาง ไม่ต้องห่วงมันสนุกมันขำได้ด้วยตัวมันเองแบบไม่ได้ตั้งใจ เพราะว่าในความเป็นตุ๊ดมันจะไม่เหมือนผู้หญิงหรือผู้ชายปกติ”

เจนนิเฟอร์ คิ้ม
ตอนประกาศรอบแรกบัตรขายหมดแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง

“รู้สึกว่าขอบพระคุณที่คนดูยังเมตตา เขาคงนึกว่าหมดตรงนี้แล้วก็จะไม่มีอีกแล้ว ก็เลยแห่กันมาซื้อรอบแรกสองสามวันหมดเลย (หัวเราะ) คนเราต้องมีมุมขำให้ได้ทุกเรื่องนะ ชีวิตจะยาวเอง เอาเข้าจริงก็ขอบพระคุณจริงๆค่ะ เท่านั้นจริงๆ ตอนนี้ก็ยังมีรอบที่สองที่เหลืออยู่นิดๆหน่อยๆ ยอดจองก็มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หวังไว้ว่าจะเหมือนรอบแรกในเร็ววันนี้ค่ะ” เริ่มซ้อมหรือยัง “ไอ้เรื่องซ้อมอยากจะบอกว่าถ้าเมื่อไหร่ที่เราได้เริ่มซ้อมเราจะไปเร็วมาก แต่เรื่องของเรื่องคือการที่พอเราซ้อมแล้ว เพลงนี้ดันไม่เข้าไม่ส่งก็ต้องคอยเปลี่ยน เป็นความยุ่งยากที่มันจะเกิดขึ้นในระหว่างการซ้อม คือการเปลี่ยนเพลงเนี่ยแหละที่ทำให้ไม่จบไม่สิ้นสักที ร้องแล้วยังไม่โดน มันก็จะกลายเป็นเรื่องที่ทำให้การซ้อมใหญ่เป็นซ้อมยาวจนไปถึงรอบรันคิวกันเลย”

เจนนิเฟอร์ คิ้ม จัดคอนเสิร์ตใหญ่เยอะมาก อะไรคือเสน่ห์ที่จะจัดได้ขนาดนี้

“มันคงเป็นเพราะเราเหมือนเป็นต้นแบบของนักร้องคัฟเวอร์ สมัยนี้นะจะคัฟเวอร์ก็คัฟเวอร์ให้มันมีเอกลักษณ์เฉพาะตนด้วย ไม่ใช่ก๊อปมาทั้งหมดแม้กระทั่งจังหวะหายใจ ให้มันดูมีสีสันต่างไปจากต้นฉบับด้วย มันถึงจะกลายเป็นความนิยม คือเหมือนเราเป็นคัฟเวอร์รุ่นแรก คือถ้าคุณเห็นเด็กทุกวันนี้ในยูทูบคัฟเวอร์เป็นร้อยเป็นพัน วันนึงปล่อยกันมาไม่รู้เท่าไหร่ ขอบอกเลยว่าฉันคือรุ่นแม่ของการคัฟเวอร์ ในยุคนั้นมันไม่มีเน็ตไอดอล ไม่งั้นฉันก็เป็นแล้วแหละ เรามีวิธีการคัฟเวอร์ของตัวเองซึ่งคงเป็นสิ่งที่ดึงดูดคนที่ต้องการเสพศิลป์ในมุมใหม่ๆบ้างน่ะ”

ถามถึงความรักนิดนึง ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง

“อย่าไปถามเลย ถามว่าฉันซื้อที่ไว้ฝังศพตัวเองหรือยัง? ยังจะน่าเป็นไปได้มากกว่า (หัวเราะ) เวลานี้ฉันอยากได้อะไรฉันก็ต้องทำงานหาเงินซื้อเอง แค่นี้คงทะลุปรุโปร่งกันแล้วนะ รักไม่รัก โสดไม่โสดน่ะ ชีวิตนี้อย่าว่าแต่เข้ามาในชีวิตเลย ผู้น่ะ แค่เดินผ่านเฉียดๆ ยังไม่มีมาเฉียดเลย (หัวเราะ)” นิยามความรักของเจ๊คืออะไร “ความรักของคนเรามันเปลี่ยนไปตามอายุ ตามวัย ตามสิ่งที่ตัวเองเจอ โดยประสบการณ์ในการตีความนิยามความรักของพี่คือ สวยไม่สวยก็จ่ายเท่ากัน ไม่มีลดไม่เซลไม่อะไรใดๆทั้งสิ้น หน้าตาดีหรือหน้าตาแย่ก็จ่ายเท่ากัน อยากได้อะไรซื้อเหมือนเดิม”

คิดว่าความรักมันใช้เงินซื้อได้ด้วยเหรอ

“ต้องตั้งคำถามใหม่ รักแท้ซื้อได้ด้วยเงินไหม อันนั้นค่อยว่ากันอีกเรื่อง ตอบไม่ได้ ยังไม่เคยเจอเลยไม่รู้จัก ความรักมันมีหลายรูปแบบ และเท่าที่ดำรงอยู่ในทุกวันนี้ ตรงไหนเรียกว่ารักแท้ บอกตรงๆฉันก็ยังไม่รู้เลย แต่งงานกันเป็นเรื่องเป็นราว อยู่มา 10 ปี แล้วคนนึงยังไปกิ๊กกับคนนั้นคนนี้ ไม่เหลืออะไรแล้ว ผู้หญิงเราก็ต้องอยู่เลี้ยงลูกต่อไป ถามว่ารักแท้หรือเปล่า” แล้วถ้าอย่างนั้นเจ๊คิดหรือไม่คะ หรือเลิกคิดไปแล้วไปต่อในวันข้างหน้า “ถ้าจะต้องมีสามี มีลูกก็เลี้ยงลูก มีครอบครัวอบอุ่น มันเป็นเรื่องที่เราผ่านมันมาไกลแล้ว อายุขนาดนี้แล้ว ลูกจะน้ำลายยืดไหม สงสารลูกไหม ก็ต้องทำงานทำหน้าที่ที่ตัวเองรับผิดชอบให้ดีที่สุด วางอนาคตไว้เลย อีกเท่าไหร่ ทำอะไร อยู่ยังไง คือมันเป็นเรื่องที่ทุกคนคิดเผื่อไว้อยู่แล้ว แต่นี่ไม่ใช่แค่คิด ลงมือทำนานแล้วด้วย”

ชีวิตจริงของเจนนิเฟอร์ คิ้ม เป็นอย่างไร

“ตลอดเวลาก็ขำนะถ้ามองชีวิตให้มันเป็นเรื่องขำได้เราจะไม่ค่อยโทษตัวเอง เราก็ไม่ใช่คนดีเด่อะไร เราก็บ้าๆบอๆแบบนี้แหละ แต่เรื่องของเรื่องเรารู้ว่าอะไรดีไม่ดี พอรู้ว่าไม่ดีก็อย่าผิดซ้ำผิดซาก รู้ว่าชีวิตนี้มีอยู่แค่สองครั้งเท่านั้น ครั้งแล้วครั้งเล่าไม่เคยมีครั้งเดียวเลย ถึงอยู่มาได้ถึงทุกวันนี้ คือเราอย่าไปกัดกินตัวเอง อยากทำอะไรทำถ้ามีแรงทำ และไม่ทำให้ใครเดือดร้อนเป็นพอ”

ฝากอะไรถึงแฟนๆที่จะเจอกันในวันคอนเสิร์ต

“ในชีวิตหนึ่งที่เราต้องเสียเงินไปดูคอนเสิร์ตเนี่ย เรารู้แล้วว่าสำคัญกว่าเงินมันคือเวลา เราจะสร้างเวลานั้นให้มันกลายเป็นความทรงจำที่ดีในห้วงเวลานั้น เค้าจะคิดถึงโมเมนต์นั้น แล้วมันจะทำให้มีกำลังใจด้วยสิ่งที่มันตลกขบขัน ความตลกเป็นการปลดปล่อยอย่างหนึ่งนะ ถือเป็นจิตบำบัดอย่างหนึ่ง โชว์ของเจนนิเฟอร์ คิ้ม ไม่ได้เป็นโชว์ที่ให้คนมาดูความเก่งของฉัน ฉันไม่มีหรอก สิ่งที่เก่งที่สุดในตัวฉันคือ การจัดความสุขของคนออกมาข้างนอก ได้ออกมาอยู่ข้างนอก บางคนไม่เคยแสดงออกว่าตัวเองมีความสุข ไม่เคยค้นพบเลยว่าความสุขมันหาได้ง่าย คอนเสิร์ตครั้งนี้จะทำให้คุณรู้สึกว่าชีวิตมันสวยนะ แล้วฉันก็จะทำให้คนที่รู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสุขมีความสุขได้ นี่คือความพิเศษของการทำคอนเสิร์ตกันครั้งนี้”.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *