ข่าวทั่วไป

มาร์กี้ ราศรี ยิ้มแก้มปริได้อั่งเปาจาก “ป๊อก” สามีสุดที่รัก แต่ตอนจบมีเฮ

มาร์กี้ ราศรี ยิ้มแก้มปริได้อั่งเปาจาก “ป๊อก” สามีสุดหล่อ ความหนาของเงินในซองนั้นบอกเลยว่าดีงามมากจริงๆ

มาร์กี้ ราศรี บาเล็นซิเอก้า จิราธิวัฒน์ หลังจากแต่งงานเป็นสะใภ้ของ ตระกูลจิราธิวัฒน์ ที่เป็นตระกูลเจ้าสัวรวยติดอันดับมหาเศรษฐีในเมืองไทย แน่นอนว่าซองอั่งเปาที่ มาร์กี้ ได้รับจาก ป๊อก-ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์ สามีสุดที่รัก ต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้ว ควันหลงจากวันตรุษจีนวันปีใหม่ของคนจีนและคนไทยเชื้อสายจีน หลายคนยิ้มแย้มดีใจที่ได้รับซองอั่งเปามาเป็นเงินขวัญถุง เช่นเดียวกับนางเอกสาวว่าที่คุณแม่ลูกแฝด

มาร์กี้ ราศรี

และเมื่อค่ำคืนก่อนจะพ้นเทศกาลตรุษจีน มาร์กี้ ได้โพสต์คลิปน่ารักๆ ที่ตัวเองได้ขออั่งเปาจาก ป๊อก โดยบอกว่าคุณพ่อต้องให้ลูกแฝดสองคนที่อยู่ในท้องและตนเองด้วย ซึ่งภาพที่ตามมาคือสามีสุดหล่อได้ยื่นซองให้ ซึ่งดูจากความหนาของเงินในซองนั้นบอกเลยว่าดีงามมากจริงๆ

แต่แอบมีเซอร์ไพรส์กลับเล็กน้อย หลังจาก ป๊อก ได้ยื่นซองเงินให้ มาร์กี้ ตอนนี้แอบมาดึงกลับคืนไปและบอกว่าให้ดูเฉยๆ ถือเป็นการหยอกภรรยาแบบขำขำที่ มาร์กี้ ไม่ยอมแน่ๆ

เมื่อซองอั่งเปามาอยู่ในมือแล้วมีเหรอที่ มาร์กี้ ภรรยาคนสวยแสนดีจะยอม เพราะว่าที่คุณแม่ประกาศชัดเจนว่า “ให้แล้วอะจะมาดึงกลับคืนไปแบบนี้ไม่ได้ศรีจะไม่ยอม”

 

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

เจมส์ มาร์ ทำผู้จัดการแอบกลุ้ม ลุ้นอยากให้รีบมีแฟน แต่ดันมาติดเกมหนักมาก

เจมส์ มาร์ ทำเอาผู้จัดการถึงกับต้องกลุ้มหนักมาก ลุ้นอยากให้รีบมีแฟน แต่ดันมาติดเกมหนักมากจึงไม่มีเวลาให้เหงาเลย

เจมส์ มาร์ ดูเหมือนว่าเป็นพระเอกคนเดียวที่ไม่มีเรื่องสถานะของหัวใจมาให้ได้อัปเดตสักที สำหรับหนุ่มหน้าตี๋จนงานนี้ทำเอาผู้จัดการถึงกับต้องกลุ้มหนักมาก เพราะไฟเขียวก็แล้ว เชียร์ให้มีหวานใจเป็นตัวเป็นตนก็แล้ว แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จทุกครั้ง

เจมส์ มาร์

ซึ่งล่าสุด เจมส์ มาร์ ได้ออกมาเผยให้ฟังว่า ไม่อยากให้ความหวังกับใครหากไม่มีใจ 100 เปอร์เซ็นต์ อีกอย่างยังไม่เจอคนที่ใช่ พร้อมบอกตอนนี้ทำแต่งานและติดเกมหนักมาก จึงไม่มีเวลาให้เหงาเลย

ไปญี่ปุ่นมาเป็นอย่างไรบ้าง ?
“เป็นรอบ 4 ปีได้มั้งครับ ที่ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศกับแม่ คือไม่นับรวมฮ่องกงกับไทยนะครับ เวลาเราว่างตรงกันพอดีเลยได้ไปกับครอบครัวแม่ครับ ก็สนุกดีครับ เพราะปกติจะไปกับเพื่อนๆ จริงๆ ผมกับแม่จะเจอกันทุกเดือนนะ แต่เวลาไปเที่ยวก็จะปลื้มหน่อยเพราะไม่ได้ไปแบบนี้มานานแล้ว เที่ยวนี้ผมไปก็เป็นคนขับรถคอยพาไปในแต่ละที่ที่เขาอยากไป ทั้งหมดก็ประมาณ 8 คนครับ”

เป็นสายเปย์ตลอดทั้งทริปเลยไหม ?
“หมายถึงผมหรือเขาครับ เที่ยวนี้ไปฝั่งผู้ใหญ่ก็ต้องเลี้ยง เพราะผู้ใหญ่เยอะกว่า (หัวเราะ) ก็สนุกสนานดีครับ ส่วนทริปหน้าแม่ก็มีถามมาเรื่อยๆ แหละครับ แต่ส่วนใหญ่ผมจะติดถ่ายละคร เวลาจะไม่ตรงกับครอบครัว เลยต้องไปเที่ยวเองครับ หากเมื่อไหร่ผมว่างตรงก็จะไปครับ หวังว่าคงมีโอกาสได้ไปเที่ยวด้วยกันอีกเรื่อยๆ ไม่ใช่ว่าผมไม่ได้เจอพ่อแม่เลยนะครับ ก็ยังเจอที่ฮ่องกงกับไทย แค่ไม่ได้ไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกันเท่านั้นเอง”

เห็นว่าก็ถ่ายละครเยอะด้วย ?
“ปีที่แล้วเยอะครับ ปีนี้ก็มีถ่ายอยู่เรื่องเดียวครับ ละครถ่ายยากมากๆ เพราะเป็นพีเรียด เลยถ่ายนานนิดหนึ่ง ด้วยแพลนของช่อง ผมว่าเรื่องต่อไปผู้ใหญ่ก็คงมีเตรียมไว้ให้ เพียงแค่ยังไม่ได้ประกาศว่าเป็นเรื่องอะไรเท่านั้นเองครับ เพราะเรายังติดกับอีกหลายๆ เรื่องที่พ่วงจากปีที่แล้วมาปีนี้ เลยยังไม่ได้ลงตัวว่าต่อไปจะเป็นเรื่องอะไร”

เราไม่ได้พักหรือเบรกงานละครไว้ก่อนใช่ไหม ?
“ไม่ได้เบรกครับ เพราะยังรับงานอยู่เรื่อยๆ ทำงานได้ตลอดเวลา ไม่เคยขอเบรกอยู่แล้วครับ นอกจากจะเป็นช่วงเวลาว่างรอละครเปิดกล้อง”

มีกระแสมาว่าละครปีนี้จะไม่มีมาอย่างต่อเนื่อง ?
“ต่อเนื่องแน่ๆ ครับ ได้เห็นหน้าผมปีนี้แน่ๆ รับรอง อย่างปีก่อนๆ ก็ได้เห็น 2 เรื่อง ปีนี้ก็แน่ๆ แล้วคือหนึ่งเรื่องแล้วครับ อยากจะฝากให้ทุกคนติดตามด้วย”

ตอนนี้สัญญากับช่องเหลืออีกกี่ปี ?
“เหลือเยอะเลยครับ เพิ่งเซ็นไปเมื่อปีที่แล้วเลย เรารู้สึกว่าเราอยู่ที่นี่แล้วเราแฮปปี้ ที่ผ่านมาผมเป็นคนชอบอยู่ที่ไหนก็อยู่ที่นั่นไป ยังแฮปปี้อยู่ครับ ขอบคุณทางช่องที่คอยดูแลเราดีตลอดอย่างสม่ำเสมอ”

เห็นมีกระแสว่า ณเดชน์ มาหา ญาญ่า ในกองถ่ายกลิ่นกาสะลองบ่อย ๆ ใช่ไหม ?
“มีมาบ้างครับ แต่ไม่ค่อยได้เห็นมุมมุ้งมิ้งของเขาเลยนะครับ เพราะตัวผมเองต้องเข้าฉาก ซึ่งที่เห็นเขามาก็คือทักทายทุกคน มีอะไรก็ไปถามเขาเองดีกว่า (หัวเราะ)”

ตัวเรามีใครไปหาที่กองถ่ายบ้างไหม ?
“ไม่มีครับ (หัวเราะ) มีแต่ผู้จัดการ หรือบางทีก็คนขับรถ จะสลับกันไปมาเพราะไม่รู้ใครจะมารับ”

ไม่มีสาวๆ มาเลยใช่ไหม ?
“ไม่มีครับ ไม่มี ยังเป็นอย่างนี้อยู่เหมือนเดิม อยากให้ทุกคนเข้าใจนะ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน (หัวเราะ) ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ยิ่งอายุเรามากขึ้น ก็ยิ่งมีกิจกรรมมากขึ้น ยิ่งทำอะไรช้าลง”

แต่เพื่อนๆ ที่เป็นพระเอกก็เปิดตัวมีแฟนกันหลายคนแล้ว ?
“ก็ยินดีกับพวกเขาด้วยครับ เพียงแค่เรายังไม่เจอ ก็เลยไม่รู้จะเอาใครมาเปิดให้เท่านั้นเอง ผมเชื่อว่าทุกคนคงอยากมีอยู่แล้วครับ แต่เราแค่อยากเจอใครที่ใช่และใช่ไปเลย ผมอาจจะเป็นคนที่คิดเยอะเรื่องแบบนี้ แต่ผมคิดว่าคิดเยอะๆ ดีกว่าไม่คิดครับ เพราะเราไม่อยากเสียใจ ไม่อยากเจ็บกับเรื่องความรักครับ”

ไม่เหงาใช่ไหม ?
“ไม่เหงาครับ เพื่อนเต็มเลย กิจกรรมก็เยอะ อีกอย่างเดี๋ยวนี้ก็เล่นเกมหนักขึ้นด้วย (หัวเราะ)”

ผู้จัดการบอกให้มีแฟนได้แล้ว ?
“ทั้งพี่เอ ศุภชัย และคุณอ๋า ก็พูดแบบนี้มาประมาณ 5 ปีแล้วครับ เขาพูดมานาน แต่เดี๋ยวมันไม่มีจริงๆ ยิ่งอายุเยอะยิ่งติดเกม เพื่อนบอกวางเกมได้แล้ว มากินข้าวกับเพื่อนบ้าง”

มีช่วยหาหรือแนะนำให้ไหม ?
“เขารู้ครับ ว่าถึงหาหรือแนะนำมา ถ้าผมไม่ชอบจริงๆ ผมก็ไม่จีบต่อ ผมไม่อยากไปให้ความรู้สึกกับใครถ้าเราไม่ได้มีใจให้ 100 เปอร์เซ็นต์ มันจะไม่แฟร์กับเขา”

ถ้าพาดหัวว่า เจมส์ มาร์ ติดเกมจนไร้สาวข้างกายได้ไหม ?
“จะว่าแบบนั้นก็ได้ครับ แต่เอาเป็นติดงานดีกว่า เดี๋ยวจะดูเป็นมีเวลาว่างเยอะ (หัวเราะ)”

 

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

บุ๋ม ปนัดดา ฮอตปรอทแตกผู้ชายตามจีบเยอะมาก เด็กแว้นทักแชทขอคบด้วย

บุ๋ม ปนัดดา ฮอตปรอทแตก ตอนนี้ผู้ชายตามจีบเยอะมาก ทั้งหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ทักเข้ามาขายขนมจีบไม่ขาดสาย ไม่เว้นแม้กระทั่งหนุ่มๆ สายแว้นที่มาขออาสาช่วยดูแลหัวใจ

บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ตั้งแต่ออกมาประกาศใช้สถานะ โสด อีกครั้ง ก็ดูเหมือนว่าระดับความฮอตของหม้ายสาวสุดแซ่บ  จะทะยานขึ้นสูงมาก เพราะล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาอัปเดตว่า หลังจากที่มีข่าวออกไปว่าเธอได้เลิกรากับอดีตสามี เอก-เอกริน นิลเศรษฐี ก็มีทั้งหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ทักเข้ามาขายขนมจีบไม่ขาดสาย ไม่เว้นแม้กระทั่งหนุ่มๆ สายแว้นที่มาขออาสาช่วยดูแลหัวใจ

บุ๋ม ปนัดดา

ซึ่งเจ้าตัวยังคงยืนยันว่า ณ เวลานี้ขอให้สถานะทุกคนเป็นเพียงแค่เพื่อนกันไปก่อน เนื่องจากยังแฮปปี้กับชีวิตโสด และที่สำคัญก็อยากจะใช้เวลาช่วงนี้สนุกสนานกับลูกสาวสุดที่รัก น้องอันดามัน ให้เต็มที่อีกด้วย

ได้ข่าวว่าตั้งแต่โสด เราก็เนื้อหอมมากๆ ?
“ก็มีหนุ่มๆ เข้ามาจีบบ้างค่ะ จริงๆ มีเยอะกว่าสมัยสาวๆ อีก ซึ่งพี่คิดว่าน่าจะเป็นเพราะพอเราอายุมากขึ้นด้วยมั้งเขาก็เลยกล้าเข้ามาแบบตรงๆ เข้ามาบอกว่าปลื้ม เข้ามาถามว่าเปิดใจไหม ซึ่งบุ๋มก็จะบอกกับทุกคนเหมือนกันหมดว่า ‘ตอนนี้แผลมันยังสด ขอคุยกันแบบเพื่อนดีกว่า ไม่พร้อมที่จะเป็นแฟนกับใครจริงๆ’ (ยิ้ม) ถามว่าคนที่เข้ามาจีบส่วนใหญ่ช่วงอายุจะประมาณไหน เอ่อ…ก็เป็นผู้ใหญ่เลยค่ะ เด็กๆ ก็มีเหมือนกัน เด็กสายแว้นก็มีด้วย ซึ่งบุ๋มงงมากว่าบุ๋มไปเป็นตลาดสายนั้นได้ยังไง แต่ก็ขอบคุณค่ะ (หัวเราะ)”

ที่เราบอกว่าเด็กแว้นมาจีบเขาติดต่อมาทางช่องทางไหน ?
“เขาก็ส่งข้อความมาทางแฟนเพจองค์กรทำดีค่ะ ซึ่งเพจนั้นคือเพจที่เอาไว้ใช้สำหรับช่วยเหลือประชาชนนะคะ (หัวเราะ) คือเขาก็จะส่งข้อความมาหาประมาณว่า ‘คุณบุ๋มดูแลประชาชนเยอะแล้ว ผมขอดูแลหัวใจคุณบุ๋มได้ไหม’ มันมีหลายรูปแบบค่ะทั้งแบบหยอกเล่นๆ ทั้งแบบจริงจัง แต่อย่างที่บอกตอนนี้บุ๋มไม่คิดอะไรเลยจริงๆ บุ๋มทำงานอย่างเดียว”

ณ ตอนนี้ตัวพี่บุ๋มเองมองความรักยังไงบ้าง ?
“บุ๋มอยากมีความสุขอยู่กับการใช้ชีวิตในแต่ละวันมากกว่าค่ะ และจริงๆ ทุกวันนี้บุ๋มกับคุณเอกเราก็ยังคุยกันอยู่นะคะ เรายังเจอกันได้ ยังไปกินข้าวด้วยกันได้ ยังไปช้อปปิ้งด้วยกันได้ คือเรามีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ยังต้องรับผิดชอบร่วมกัน เพียงแต่บุ๋มรู้สึกบุ๋มแฮปปี้กับความสัมพันธ์แบบนี้มากกว่า ความสัมพันธ์ที่เราไม่ต้องมาคาดหวังในตัวของกันและกัน ความสัมพันธ์แบบเพื่อนมันสบายใจกว่าเยอะมากๆ ค่ะ”

ตัวคุณเอกเขามีท่าทีว่าอยากกลับมาปรับจูนความสัมพันธ์บ้างไหม ?
“ไม่รู้นะ แต่รู้สึกว่าตอนนี้เขาดูลัลลามากกว่า (หัวเราะ) แต่ถ้าถามในส่วนของบุ๋ม บุ๋มขอปิดดีกว่าค่ะ คือเราผ่านอะไรมาเยอะมากๆ ตอนนี้บุ๋มก็เลยอยากขอมีเวลากับความสุข ณ ปัจจุบัน พาลูกไปเที่ยวไปผจญภัยแบบสาวๆ เรารู้สึกแฮปปี้กับชีวิตแบบนี้ไปแล้ว”

สำหรับโอกาสรีเทิร์นพอจะมีทางเป็นไปได้ไหม ?
“พูดยากมาก เพราะว่าเราแฮปปี้กับ ณ วันนี้ไปแล้ว และถ้ามองภาพกลับไป ณ วันนั้น ก็กลัวอีก ถ้ากลับไปเป็นสามีภรรยากันอีกก็กลัวที่จะทะเลาะกันเหมือนเดิม ณ วันนี้แฮปปี้ก็เป็นแบบนี้ดีกว่าค่ะ”

แสดงว่าปิดยาวเลยสำหรับเรื่องหัวใจ คิดว่าจะไม่มีคู่แล้ว ?
“เราก็ยังไม่ปลีกวิเวกขนาดนั้น (หัวเราะ) ขอแค่ชั่วคราวก่อน เพียงแต่ว่าเรายังไม่เจอคนที่รู้สึกว่าใช่เฉยๆ”

คิดว่าจะต้องใช้เวลารักษาแผลใจนานแค่ไหน ?
“คงบอกไม่ได้หรอก อาจจะไปเรื่อยๆ ยังบอกกับลูกเลยว่าเมื่อเขาดูแลตัวเองได้ แม่จะขอไปบวชนะ เราศรัทธากับทางนั้นมากกว่า แต่เขาก็จะบอกว่าเขาไม่มีวันโต (หัวเราะ) แม่ต้องดูแลเขาต่อไป”

ทำไมถึงอยากบวช ปลงทางโลกหรือยังไง ?
“เราอยากปล่อยวางสิ่งที่เราถือไว้ ณ ปัจจุบันมากกว่า เรารู้สึกว่ามีความสุขทุกครั้งที่ไปแสวงบุญ แล้วเราก็รู้สึกว่าเวลาทำอะไรอย่างนี้สบายใจ”

บวชแล้วยังจะมีแฟนไหม ?
“ไม่รู้เหมือนกัน แค่มองบั้นปลายชีวิตไว้ว่าอยากจะเป็นอย่างนั้นเท่านั้นเอง”

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

พั้นช์ วรกาญจน์ เฮงรับตรุษจีนซื้อแบบฟลุคๆ แต่กลับถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว

พั้นช์ วรกาญจน์ เฮงรับตรุษจีนซื้อแบบฟลุคๆถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว หยิบมาเสี่ยงโชคดูเล่นๆ

พั้นช์ วรกาญจน์ โรจนวัชร เรียกว่าโชคดีรับตรุษจีนเลยทีเดียว สำหรับนักร้องสาวเสียงคุณภาพ เพราะล่าสุดเจ้าตัวได้โพสต์ภาพเผยให้เห็นลอตเตอรี่ งวดประจำวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ซื้อเก็บไว้เสี่ยงโชคเหมือนกับคนทั่วๆ ไป

พั้นช์

แต่งานนี้ทำเอาสาวพั้นช์ ถึงกลับต้องกรี๊ดหนักมาก เมื่อได้ตรวจผลสลากปรากฏว่า ถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว 04 ถึง 2 ใบ โดยเธอได้เผยในแคปชั่นทำนองว่า จริงๆ ตั้งใจจะซื้อเลข 14 แต่คนขายบอกว่าหมดแล้ว เหลือเพียงเลข 04 เธอจึงตัดสินใจหยิบมาเสี่ยงโชคดูเล่นๆ

พอแฟนคลับได้เห็นต่างก็เข้ามาแสดงความดีใจกันด้วยยกใหญ่ บางส่วนถึงกลับออกปากบอกเลยว่า งวดต่อไปคงต้องขอตามเลขเด็ดจาก พั้นช์ วรกาญจน์ ดูบ้าง เนื่องจากครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอถูก เพราะเมื่อช่วงต้นปีสาวพั้นช์กับสามีหนุ่ม ปลั๊ก อรรถกร ก็เพิ่งจะดวงเฮง ถูกรางวัลเลขท้าย 3 ตัว สูงถึง 5 ใบด้วยกัน

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

วิกกี้ ฉลองค่ำคืนวันเกิดแสนหวานกับ “ชาย ชาตโยดม” ในบ้านสุดอบอุ่น

วิกกี้ สุนิสา ฉลองค่ำคืนวันเกิดแสนหวานกับ “ชาย ชาตโยดม” กันที่บ้าน พร้อมกับมีเชฟมาทำอาหารอร่อยๆ ให้ถึงที่ และยังเนรมิตบ้านให้เต็มไปด้วยดอกกุหลาบสดชื่นสุดอบอุ่น

วิกกี้ สุนิสา เข้ามาเติมเต็มครอบครัวให้สมบูรณ์แบบขึ้นมาก น้องตฤณ ลูกชายคนแรกของคู่ ชาย ชาตโยดมเรียกว่าตอนนี้ทั้งคู่ทุ่มทุกอย่างก็เพื่อลูกน้อย

วิกกี้

แต่ก็ไม่ลืมที่จะมีโมเมนต์หวานๆ กับสามี ชาย ชาตโยดม ก็ช่างเอาใจ เป็นสามีที่มีความโรแมนติกอยู่ตลอด อย่างล่าสุดที่เป็นวันเกิดอายุ 38 ปีของวิกกี้ คู่นี้ก็อยู่สวีทกันที่บ้าน พร้อมกับมีเชฟมาทำอาหารอร่อยๆ ให้ถึงที่ และยังเนรมิตบ้านให้เต็มไปด้วยดอกกุหลาบสดชื่นไปทั้งบ้าน

และที่ขาดไม่ได้ก็ภาพช็อตสุดหวานของทั้งคู่ รักเราไม่เก่าเลยจริงๆ หลังแต่งแล้วยิ่งหวาน แบบนี้ ชาย-วิกกี้ คงต้องมีน้องให้น้องตฤณแล้วนะ

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ขวัญ อุษามณี ขาวจั๊วะมากจริงๆ ถูกชาวเน็ตแซว หลังรีวิวการแต่งหน้า

ขวัญ อุษามณี รีวิวการแต่งหน้า แอบมีชาวเน็ตเข้ามาแซวเรื่องสีของรองพื้นและแป้งที่ดูจะขาวจั๊วะเกินไปหรือเปล่า

ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์ นางเอกหน้าสวยล่าสุดกับการรีวิวการแต่งหน้า โดยเจ้าตัวได้เผยหน้าสดโชว์ผิวขาวใสของตัวเองให้แฟนคลับได้เห็น ตามด้วยขั้นตอนในการแต่งหน้าแบบสไลต์ ขวัญ Lover คือในแบบที่ ขวัญ ชอบ

ขวัญ อุษามณี

ซึ่งเจ้าตัวได้บอกว่าตัวเองเป็นคนไม่ชอบเวลาที่ปากของตัวไร้สีสัน เธอจึงจัดลิปสติกสีแดงสดแต่งแต้มเรียวปากให้สวยงาม และในคลิปได้มีการสาธิตการลงรองพื้นเพื่อให้หน้านวลเนียน ซึ่ง ขวัญ ได้บรรจงลูบไล้รองพื้นพร้อมกับลงแป้ง โดยเธอบอกว่าการแต่งหน้าในวันนี้ของ ขวัญ ขอเน้นสีปากเป็นหลัก

หลังจากรีวิวแต่งหน้าเสร็จแล้ว บอกเลยว่าหน้าสวยๆ ของเธอจากที่เป๊ะอยู่แล้ว ออร่ายิ่งเปล่งประกายเข้าไปใหญ่

แต่คลิปการรีวิวแต่งหน้าครั้งนี้ของ ขวัญ ที่มียอดคนดูกว่า 2 แสนครั้งนั้น แอบมีชาวเน็ตเข้ามาแซวเรื่องสีของรองพื้นและแป้งที่ดูจะขาวจั๊วะเกินไปหรือเปล่า แต่บางคนได้บอกว่าหรือแสงไฟในห้องระหว่างการแต่งหน้าของ ขวัญ คาดคงสาดมาเยอะจนเกินไป เลยทำให้การแต่งหน้าของ ขวัญ ดูขาวจั๊วะมากจริงๆ

ก็ต้องบอกว่าเสียงแซวอาจจะเป็นกระบอกเสียงในการสร้างสรรค์คลิปแต่งหน้าต่อไปของ ขวัญ ที่ทุกอย่างดีอยู่แล้ว อาจจะลดแสงไฟในห้องลงบ้างก็ได้นะคะ

ล่าสุด ขวัญ ได้ออกมาเฉลยแล้วผ่านอินสตาแกรมโดยบอกว่า “Not yet … Not now YouTube >! ไม่ได้ใช้รองพื้นนะจ๊ะ บร๊ายยย!!! #ขอบคุณทุกคนที่รักกันนะคะ #ขวัญชื่นใจ

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ตะลึง ท่ายาก “ไฮโซน้ำหวาน”แซ่บทะลุจักรวาล อวดหุ่นเป๊ะลืมไปเลยว่าเคยมีลูก

ตะลึง ท่ายาก ไฮโซน้ำหวาน พัสวี ขอบอกว่างานนี้ทำเอาตะลึงกันเป็นแถว เมื่อเห็นลีลาการโพสท่ายากของไฮโซน้ำหวาน ในชุดทูพีชสีชมพูหวานแหวว ที่นอนราบแอ่นอก แหงนมองท้องฟ้าลืมไปเลยว่าเคยมีลูก

ตะลึง ท่ายาก น้ำทะเลที่เค็มๆ ต้องเปลี่ยนเป็นหวานฉ่ำทันที เพราะภาพครอบครัวสุดน่ารักของ นาวิน ต้าร์ ที่ล่าสุดได้พาภรรยาสาวสุดสตรองไฮโซ น้ำหวาน พัสวี และลูกสาว น้องลูก้า ไปเที่ยวพักผ่อนทะเล

ตะลึง ท่ายาก

ขอบอกว่างานนี้ทำเอาตะลึงกันเป็นแถว เมื่อเห็นลีลาการโพสท่ายากของไฮโซน้ำหวาน ในชุดทูพีชสีชมพูหวานแหวว ที่นอนราบแอ่นอก แหงนมองท้องฟ้า สวยเป๊ะไม่แพ้นางแบบมืออาชีพเลยทีเดียว ที่สำคัญสามียังเป็นคนลงรูปพร้อมเขียนแคปชั่นว่า “แม่เข้าที่แล้ว จุดพลุได้ หลังจากที่ไม่ยอมออกกำลังกายเลย และคงไม่ยอมออกต่อไป” ทำเอาแฟนคลับเข้ามากดไลค์และชื่มชมในหุ่นสุดเป๊ะของไฮโซน้ำหวานกันอย่างรัวๆ

ส่วนด้าน นาวิน ต้าร์ ก็จัดโชว์แซ่บชุดใหญ่ไม่แพ้ภรรยา ถอดเสื้อเล่นน้ำเผยให้เห็นท่อนหน้าท้องขาวๆ หวิวเบาๆ พอให้สาวๆ ที่เดินผ่านไปผ่านมาเห็นพอได้กรี๊ด

แหม… หยอกล้อเล่นกันแบบน่ารักอบอุ่น ซึ่งเป็นภาพสวีทหวานในแนวเซ็กซี่เล็กๆ ของครอบครัวนี้ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ท่าทางภาพชุดนี้คงแชร์กันว่อนโซเชียล เพราะมันดูน่ารักสดใส จนคนโสดต้องแอบอิจฉาเบาๆ

 

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

เจนนิเฟอร์ คิ้ม เกินวัยตามหา “รักแท้” เผยทุกวันนี้แค่ “ผู้ชาย” ยังไม่มีเฉียดเข้ามา

เจนนิเฟอร์ คิ้ม ยึดอาชีพร้องเพลงมายาวนานกว่า 2 ทศวรรษ สำหรับศิลปินสาวทรงพลัง คิ้ม

เจนนิเฟอร์ คิ้ม ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับครั้งไม่ถ้วน ล่าสุดผุดคอนเสิร์ตใหญ่ “อิชิตัน พรีเซนต์ เจนนิเฟอร์ คิ้ม ดีว่า ไชน่าทาวน์” ระหว่างวันที่ 23-24 ก.พ.62 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน ซึ่งครั้งนี้ “เจ๊คิ้ม” ไม่ได้ฉายเดี่ยวแต่ควง เบน–ชลาทิศ, พีท พล และ อ๊อฟ–ปองศักดิ์ มาฟาดฟัน “สงครามน้ำลาย” กันบนเวทีแบบนันสต็อป เลยต้องเรียกน้ำย่อยด้วยการคว้า “นักร้องดีว่าตัวแม่” มาเปิดใจกันก่อน ใน “คนดังนั่งคุย”

รู้สึกอย่างไรกับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งที่หกของตัวเอง

“รู้สึกว่ามันคืองานนะ เพราะว่าจุดประสงค์หลักของการทำคอนเสิร์ตไม่ใช่ทำยังไงก็ได้ให้ขายตั๋วหมด ขายตั๋วหมดก็เป็นปัญหาอีกเรื่องหนึ่ง คือทำยังไงให้คนดูรู้สึกสนุกแบบไม่เบื่อ และไม่ซ้ำกับครั้งก่อนๆ ไอ้ตรงนี้คือจะยาก ครั้งที่หกแล้วเหมือนกับการทำหนังไตรภาค หนังสามภาคมันทำยากมากนะ แต่นี่ภาคหกแล้ว ต้องคิดให้ได้ที่จะไม่ให้เหมือนครั้งที่ผ่านๆมา ในภาคหกมันต้องแตกต่างไปในขณะเดียวกันในความที่มีมาตรฐานแข็งแรง มีสีสันที่เกิดขึ้นจากการเอาแขกรับเชิญมาประสมก็จะเป็นอีกสีนึง สีมันเปลี่ยนในแต่ละปีนะ มันยากมากนะ เรารู้สึกว่าเราไม่น่าทำเลย แก่แล้ว อายุ 50 เราน่าจะสบายแล้วนะ อยากมีคนมาส่งเสียเลี้ยงดูอยู่ แต่มันไม่มี ก็ต้องช่วยตัวเองไป”

ธีมคอนเสิร์ตครั้งนี้คืออะไร

“ทุกครั้งที่จัดคอนเสิร์ตใหญ่ของตัวเองใช้ธีมเดียวกันหมด คือความสนุกที่เกิดจากเพลงที่คุ้นเคย ความสนุกที่เกิดจากการตะลึงในการใช้เสียง ว้าว! ใช้เสียงขนาดนี้เลยเหรอ และช่วงทอล์ก สมัยก่อนพูดถึงการแอ๊วผู้ชาย การอกหักรักคุดตุ๊ดเมิน แต่ตอนนี้มันถึงเลขห้าแล้ว คนที่นั่งดูเรานั้นอายุใกล้เคียงกับเรา ก็จะขำอีกแบบ ขำเรื่องที่แตกต่างออกไป คือหลักในการทำคอนเสิร์ตให้มันเป็นธีมยังไงนั้น มันก็ยังเป็นเพลงเพราะ ต้องมีเพลงสนุก ซึ่งครั้งที่หกที่จะถึงนี้เจ๊ถือว่าโชคดีนะ เพราะนี่เราได้ร้องเพลงจากฟากลาดพร้าวด้วย ซึ่งในปกติชีวิตประจำวันไม่เคยได้ไปร้องที่ไหน เป็นเรื่องของกฎข้อบังคับที่ก็ต้องยอมรับกันไป แต่คราวนี้บอกได้เต็มปากเต็มคำว่าร้องได้แล้วแบบถูกกฎหมายลิขสิทธิ์ด้วย ลองนึกดูสิ! เฮ้ยเหมือนคำต้องห้ามแต่ฉันพูดได้สบายปากเหลือเกิน มันฟินนะ ยิ่งเพลงในฝั่งนี้มันเพราะมาก ครั้งนี้แหละที่ทุกคนจะได้ฟังสดๆกันอีกครั้ง อีกอย่างเราดันเป็นคนที่ร้องเพลงของใครก็ได้ ในแง่ที่ว่าเราจะมาตีความในแบบของเราเอง อันนี้คือความพิเศษในการที่จะได้ฟังเพลงแบบนี้”

ทำไมแขกรับเชิญต้องเป็น เบน–พีท และอ๊อฟ

“เป็นโจทย์ที่ค่อน ข้างใช้ความคิด ใช้เวลาในการตัดสินใจเหมือนกันนะ คือการที่เราจะเลือกอะไรสักอย่างให้ถูกใจคนนับพันนับหมื่นชีวิตให้มากที่สุด มันไม่ง่ายเลยนะ ครั้งที่ผ่านๆมาคอนเสิร์ตเจนนิเฟอร์ คิ้ม มีแขกรับเชิญมากหน้า หลายตามาก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแขกรับเชิญผู้ชายที่โด่งดังมีชื่อเสียง มีความสามารถในด้านต่างๆ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จทุกครั้ง เพราะมันมีทางของมันว่าจะต้องเดินไปในรูปแบบนี้ มารอบนี้อย่างที่บอกว่าถึงเส้นชัยวัย 50 อัปเต็มรูปแบบแล้ว มุมมองความสนุกสนานย่อมมีเปลี่ยนตามไปบ้าง จะเหมือนทุกๆครั้งที่ผ่านมา ก็เกรงว่าจะเบื่อมุกแอ๊วผู้ชายของเจ๊กันแล้ว งั้นเป็นใครดีล่ะ คิดกันอยู่นาน นังสามลูกนี่แหละตอบโจทย์เจ๊มากที่สุด จบ เคลียร์ สบายใจ มันทางเดียวกันเป็นพื้นฐานอยู่แล้วด้วย ระหว่างทางมันเกิดการซัพพอร์ตกันและกันได้ตลอดเวลา”

เตรียมลับฝีปากฝีมือไว้เยอะมั้ย

“ไม่ต้องลับฝีปากมากเพราะว่าพอขึ้นไปจริงๆแล้ว เราไม่จำเป็นต้องไปลับฝีปากกับนางๆเลย มันจะไปตามฟีล ตามสถานการณ์เอง แต่ก็แอบคิดในใจว่าพวกนางๆน่าจะไม่เล่นแรงกับเรา น่าจะกลัวเราหลงทางออกไปไกลแล้วกลับมาไม่ได้ เพราะเนื้อมันยังต้องพึ่งพวกเราเลย เดี๋ยวไปเล่นแรงๆ มันลืมสคริปต์หมด แต่พวกนางจะแรงใส่กัน สู้กัน ฟาดฟันกันเองเป็นธรรมชาติของสไตล์นี้อยู่แล้ว เป็นช่วงฉกชิง พวกนี้มันชอบจก จกกันสดๆ ฟาดฟันไม่ยอมกันแน่นอน ตรงนี้แหละเสน่ห์ของพวกนาง ไม่ต้องห่วงมันสนุกมันขำได้ด้วยตัวมันเองแบบไม่ได้ตั้งใจ เพราะว่าในความเป็นตุ๊ดมันจะไม่เหมือนผู้หญิงหรือผู้ชายปกติ”

เจนนิเฟอร์ คิ้ม
ตอนประกาศรอบแรกบัตรขายหมดแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง

“รู้สึกว่าขอบพระคุณที่คนดูยังเมตตา เขาคงนึกว่าหมดตรงนี้แล้วก็จะไม่มีอีกแล้ว ก็เลยแห่กันมาซื้อรอบแรกสองสามวันหมดเลย (หัวเราะ) คนเราต้องมีมุมขำให้ได้ทุกเรื่องนะ ชีวิตจะยาวเอง เอาเข้าจริงก็ขอบพระคุณจริงๆค่ะ เท่านั้นจริงๆ ตอนนี้ก็ยังมีรอบที่สองที่เหลืออยู่นิดๆหน่อยๆ ยอดจองก็มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หวังไว้ว่าจะเหมือนรอบแรกในเร็ววันนี้ค่ะ” เริ่มซ้อมหรือยัง “ไอ้เรื่องซ้อมอยากจะบอกว่าถ้าเมื่อไหร่ที่เราได้เริ่มซ้อมเราจะไปเร็วมาก แต่เรื่องของเรื่องคือการที่พอเราซ้อมแล้ว เพลงนี้ดันไม่เข้าไม่ส่งก็ต้องคอยเปลี่ยน เป็นความยุ่งยากที่มันจะเกิดขึ้นในระหว่างการซ้อม คือการเปลี่ยนเพลงเนี่ยแหละที่ทำให้ไม่จบไม่สิ้นสักที ร้องแล้วยังไม่โดน มันก็จะกลายเป็นเรื่องที่ทำให้การซ้อมใหญ่เป็นซ้อมยาวจนไปถึงรอบรันคิวกันเลย”

เจนนิเฟอร์ คิ้ม จัดคอนเสิร์ตใหญ่เยอะมาก อะไรคือเสน่ห์ที่จะจัดได้ขนาดนี้

“มันคงเป็นเพราะเราเหมือนเป็นต้นแบบของนักร้องคัฟเวอร์ สมัยนี้นะจะคัฟเวอร์ก็คัฟเวอร์ให้มันมีเอกลักษณ์เฉพาะตนด้วย ไม่ใช่ก๊อปมาทั้งหมดแม้กระทั่งจังหวะหายใจ ให้มันดูมีสีสันต่างไปจากต้นฉบับด้วย มันถึงจะกลายเป็นความนิยม คือเหมือนเราเป็นคัฟเวอร์รุ่นแรก คือถ้าคุณเห็นเด็กทุกวันนี้ในยูทูบคัฟเวอร์เป็นร้อยเป็นพัน วันนึงปล่อยกันมาไม่รู้เท่าไหร่ ขอบอกเลยว่าฉันคือรุ่นแม่ของการคัฟเวอร์ ในยุคนั้นมันไม่มีเน็ตไอดอล ไม่งั้นฉันก็เป็นแล้วแหละ เรามีวิธีการคัฟเวอร์ของตัวเองซึ่งคงเป็นสิ่งที่ดึงดูดคนที่ต้องการเสพศิลป์ในมุมใหม่ๆบ้างน่ะ”

ถามถึงความรักนิดนึง ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง

“อย่าไปถามเลย ถามว่าฉันซื้อที่ไว้ฝังศพตัวเองหรือยัง? ยังจะน่าเป็นไปได้มากกว่า (หัวเราะ) เวลานี้ฉันอยากได้อะไรฉันก็ต้องทำงานหาเงินซื้อเอง แค่นี้คงทะลุปรุโปร่งกันแล้วนะ รักไม่รัก โสดไม่โสดน่ะ ชีวิตนี้อย่าว่าแต่เข้ามาในชีวิตเลย ผู้น่ะ แค่เดินผ่านเฉียดๆ ยังไม่มีมาเฉียดเลย (หัวเราะ)” นิยามความรักของเจ๊คืออะไร “ความรักของคนเรามันเปลี่ยนไปตามอายุ ตามวัย ตามสิ่งที่ตัวเองเจอ โดยประสบการณ์ในการตีความนิยามความรักของพี่คือ สวยไม่สวยก็จ่ายเท่ากัน ไม่มีลดไม่เซลไม่อะไรใดๆทั้งสิ้น หน้าตาดีหรือหน้าตาแย่ก็จ่ายเท่ากัน อยากได้อะไรซื้อเหมือนเดิม”

คิดว่าความรักมันใช้เงินซื้อได้ด้วยเหรอ

“ต้องตั้งคำถามใหม่ รักแท้ซื้อได้ด้วยเงินไหม อันนั้นค่อยว่ากันอีกเรื่อง ตอบไม่ได้ ยังไม่เคยเจอเลยไม่รู้จัก ความรักมันมีหลายรูปแบบ และเท่าที่ดำรงอยู่ในทุกวันนี้ ตรงไหนเรียกว่ารักแท้ บอกตรงๆฉันก็ยังไม่รู้เลย แต่งงานกันเป็นเรื่องเป็นราว อยู่มา 10 ปี แล้วคนนึงยังไปกิ๊กกับคนนั้นคนนี้ ไม่เหลืออะไรแล้ว ผู้หญิงเราก็ต้องอยู่เลี้ยงลูกต่อไป ถามว่ารักแท้หรือเปล่า” แล้วถ้าอย่างนั้นเจ๊คิดหรือไม่คะ หรือเลิกคิดไปแล้วไปต่อในวันข้างหน้า “ถ้าจะต้องมีสามี มีลูกก็เลี้ยงลูก มีครอบครัวอบอุ่น มันเป็นเรื่องที่เราผ่านมันมาไกลแล้ว อายุขนาดนี้แล้ว ลูกจะน้ำลายยืดไหม สงสารลูกไหม ก็ต้องทำงานทำหน้าที่ที่ตัวเองรับผิดชอบให้ดีที่สุด วางอนาคตไว้เลย อีกเท่าไหร่ ทำอะไร อยู่ยังไง คือมันเป็นเรื่องที่ทุกคนคิดเผื่อไว้อยู่แล้ว แต่นี่ไม่ใช่แค่คิด ลงมือทำนานแล้วด้วย”

ชีวิตจริงของเจนนิเฟอร์ คิ้ม เป็นอย่างไร

“ตลอดเวลาก็ขำนะถ้ามองชีวิตให้มันเป็นเรื่องขำได้เราจะไม่ค่อยโทษตัวเอง เราก็ไม่ใช่คนดีเด่อะไร เราก็บ้าๆบอๆแบบนี้แหละ แต่เรื่องของเรื่องเรารู้ว่าอะไรดีไม่ดี พอรู้ว่าไม่ดีก็อย่าผิดซ้ำผิดซาก รู้ว่าชีวิตนี้มีอยู่แค่สองครั้งเท่านั้น ครั้งแล้วครั้งเล่าไม่เคยมีครั้งเดียวเลย ถึงอยู่มาได้ถึงทุกวันนี้ คือเราอย่าไปกัดกินตัวเอง อยากทำอะไรทำถ้ามีแรงทำ และไม่ทำให้ใครเดือดร้อนเป็นพอ”

ฝากอะไรถึงแฟนๆที่จะเจอกันในวันคอนเสิร์ต

“ในชีวิตหนึ่งที่เราต้องเสียเงินไปดูคอนเสิร์ตเนี่ย เรารู้แล้วว่าสำคัญกว่าเงินมันคือเวลา เราจะสร้างเวลานั้นให้มันกลายเป็นความทรงจำที่ดีในห้วงเวลานั้น เค้าจะคิดถึงโมเมนต์นั้น แล้วมันจะทำให้มีกำลังใจด้วยสิ่งที่มันตลกขบขัน ความตลกเป็นการปลดปล่อยอย่างหนึ่งนะ ถือเป็นจิตบำบัดอย่างหนึ่ง โชว์ของเจนนิเฟอร์ คิ้ม ไม่ได้เป็นโชว์ที่ให้คนมาดูความเก่งของฉัน ฉันไม่มีหรอก สิ่งที่เก่งที่สุดในตัวฉันคือ การจัดความสุขของคนออกมาข้างนอก ได้ออกมาอยู่ข้างนอก บางคนไม่เคยแสดงออกว่าตัวเองมีความสุข ไม่เคยค้นพบเลยว่าความสุขมันหาได้ง่าย คอนเสิร์ตครั้งนี้จะทำให้คุณรู้สึกว่าชีวิตมันสวยนะ แล้วฉันก็จะทำให้คนที่รู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสุขมีความสุขได้ นี่คือความพิเศษของการทำคอนเสิร์ตกันครั้งนี้”.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th…

มัดซี สุนิสา เจอถล่ม ไถนาให้น้องแหน่ ลามก! เอ็มวีถลกผ้าถุงจนเห็นกางเกงใน

มัดซี สุนิสา กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันทางโลกโซเชี่ยล ถึงท่าเต้นในเอ็มวี “ไถนาให้น้องแหน่”

มัดซี สุนิสา อดีตนักฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย แห่งค่ายนายพลเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ที่ดูสองแง่สองง่าม ลามก ล่อแหลมเห็นกางเกงใน

ซึ่งเรื่องนี้ล่าสุดเจ้าตัวที่ได้รับเชิญขึ้นเวทีศรีสมานออร์โต้ โชว์ ที่ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ศรีสมาน( ปากเกร็ด นนทบุรี) เปิดรายการให้ ก้อง ห้วยไร่ นักร้องหนุ่มเจ้าของเพลง “ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน” เพื่อให้ความบันเทิงแก่คนที่มาเดินเที่ยวจับจ่ายใช้สอยในวันช่วงวันหยุด ได้เผยว่า เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา เอ็มวีเพลง ไถนาให้น้องแหน่ เพลงซิงเกิลที่สองของชีวิตนักร้องของตนเอง มียอดวิวพุ่งเกิน 1 ล้าน หลังจากอัพฯ ขึ้นยูทูบไปเมื่อ 28 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีคนเข้าไปกดชอบ 6,000 ไม่ชอบ 1,000 แสดงความคิดเห็นจำนวนกว่า 800 ความเห็นแล้ว

“รู้สึกดีใจมากกับเสียงตอบรับของบรรดาแฟนเพลง ทั้งตัวเองและทีมงานทุกคนทำงานเพลงซิงเกิลนี้กันอย่างเต็มที่ ถ้าถามว่าเหนื่อยมั้ยกับการทำงานเพลงชิ้นนี้ เมื่อเห็นยอดวิวทะลุ 1 ล้านได้ บอกตามตรงว่าไม่เหนื่อยเลยค่ะ” นักร้องสาวกล่าว

สำหรับความเห็นที่มีคนเข้ามาคอมเมนต์เอ็มวีเพลงนี้ นักร้องสาวกล่าวว่า “ได้มีโอกาสเข้าไปเปิดดู เห็นมีคนด่าและชม แม้จะมีคนด่ามากก็ตาม ตอนแรกเห็นแล้วก็ตกใจ ไม่อยากกลับเข้าไปอ่านอีกเลย หนูไม่อยากซีเรียสกับคอมเมนต์ที่มาด่าน่ะ คนรักเราให้กำลังใจเราก็มี ส่วนคนที่เกลียดก็เยอะ ไม่ว่ากัน อยากจะอธิบายให้คนที่ไม่ชอบว่า ความจริงที่ได้ดูไปก็เพียงแค่เอ็มวีเท่านั้น เป็นพล็อตเรื่องที่สร้างขึ้นมา ถ้ารู้จักตัวตนจริงๆ ของหนูแล้วไม่มีอะไรเลย ตัวเราไม่ได้เคียว(ภาษาอีสาน แปลว่าแรด ร่าน) เหมือนในเอ็มวีเลย เป็นคนเฉยๆ กะโหลกกะลาประมาณนั้นมากกว่า”

มัดซี สุนิสา
“ซึ่งเสียงวิจารณ์ที่เข้ามาแสดงความเห็นเกี่ยวกับเนื้อเพลง ‘ไถนาให้น้องแหน่’ ส่วนมากจะว่าเป็นเพลงประเภทสองแง่สามง่าม ลามกว่ะ คิดได้ยังไงเพลงนี้? ใครเป็นคนแต่ง บางคนก็บอกว่าอย่าไปโทษนักร้องเลย ต้องไปโทษทางค่าย โทษโปรดิวเซอร์ที่ทำเพลงมาให้นักร้องเขาร้อง หนูก็ตอบไปบ้างว่ามันคือการแสดงน่ะค่ะ ไม่อยากให้ทุกคนคิดไปในเรื่องของการแสดงลามก ขอให้คิดซะว่าเป็นศิลปะการแสดง เหมือนกับละคร ถ้าละครบทไหนที่ให้เรามาแสดงเราก็ต้องเล่นบทนั้นให้เต็มที่”

ถามถึงเอ็มวี ช่วงที่ต้องลงไปเต้นในท้องนาแล้วถลกผ้าถุงขึ้นมาเหน็บเอว จนมองเห็นกางเกงในสีดำโผล่ออกมานั้น เจ้าตัวปฏิเสธหนักแน่นว่า “ตรงนั้นไม่ใช่กางเกงในสีดำ เป็นกางเกงสเตย์สีดำ ซึ่งตนเป็นผู้หญิง จะต้องเซฟตลอดเวลาถ่ายเอ็มวีรับรองไม่มีการเปิดโชว์ของอย่างแน่นอน มีบางคนดูเอ็มวียังไม่ทันไรก็จะไล่กลับไปเตะบอลอย่างเดิมดีกว่า ร้องเพลงไม่รุ่งหรอก หนูก็อยากจะขอโอกาสก่อน เมื่อตัดสินใจแล้ว ก็อยากจะเดินหน้าต่อไป ส่วนฟุตบอลมีเวลาก็ยังคงซ้อมอยู่ไม่ได้ทิ้ง ชีวิตนักฟุตบอลก็ยังรักอยู่ เมื่อมีโอกาสได้ติดทีมชาติไทยก็ถือว่าสูงสุดในชีวิตนักฟุตบอลหญิงตัวน้อยๆ คนนี้ทำตามที่คุณพ่อฝันไว้แล้ว วันนี้ก็ขอโอกาสมาเก็บความฝันของตัวเองดูบ้าง เมื่อเราคิดถึงฟุตบอลก็จะกลับไปซ้อมเป็นการรักษาสุขภาพไปในตัวด้วย”

นอกจากนี้นักร้องสาวยังอธิบายถึงท่าเต้น “ไถนาให้น้องแหน่” ที่ดูล่อแหลมจนมีเพจดังบางเจ้าเอาไปวิจารณ์ว่า “มันก็เหมือนการแสดงหนังไปแนวทางไหน เราก็ต้องแสดงให้ไปสุดๆ ของแนวทางนั้นๆ เมื่อเพลงเขาไปทางเซ็กซี่ หรือ สองแง่สามง่าม เราเป็นศิลปินเพลงก็ต้องแสดงให้สมบทบาทที่รับมอบมาทำให้มันดีที่สุด โปรดิวเซอร์ตัดออกมาได้ง่ายที่สุด ขอยืนยันว่าเป็นการแสดงเพื่อความบันเทิง เหมือนกับการร้องเพลงในวันนี้ที่เวทีศรีสมานออร์โต้โชว์ มีเด็กๆ มาดูกันมาก เราก็เต้นท่าธรรมดาไม่ผาดโผนอะไรมาก เราดูผู้ชมและสถานที่เป็นหลัก เอ็นเตอร์เทนต์ผู้ชมต้องดูความเหมาะสมดูกาลเทศะด้วย”

มัดซี สุนิสา

ส่วนคนที่วิจารณ์ตำหนิว่าการเต้นของนักร้องลูกทุ่งอีสาน หมอลำซิ่งที่ต้องมีการเด้งหน้าเด้งหลังพาดพิงไปถึงคนอีสานนั้น ได้รับการชี้แจงว่า “คนอีสานเขาเข้าใจดีในเรื่องนี้ ตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่า ที่เขามีมาเหมือนการเล่านิทานเป็นนิทานสองแง่สองง่าม เมื่อเรามาทำเพลงก็เหมือนกัน เป็นเพลงสองแง่สองง่าม คนอีสานเขาดูกันเพื่อความบันเทิง เขาจะเข้าใจกันอยู่แล้ว ส่วนซิงเกิลที่สามตอนนี้กำลังดำเนินการอยู่ในขั้นตอนการผลิต ยังบอกอะไรไม่ได้ ขอเก็บไว้เซอร์ไพรส์แฟนเพลงก่อน”

ย้อนกลับไปถึงชื่อเล่นว่ามาจากไหน เจ้าตัวบอกว่า มันไม่มีความหมายอะไร ได้มาจากคุณยายท่านเรียกตั้งแต่ตอนเด็กๆ ท่านอ่านสุนิสาเป็นมัด-สะ-หยา คุณยายก็เรียกสั้นๆ ว่ามัด พี่ๆ ก็พากันเรียกหนูว่ามัดซี่ๆ มาเรื่อยๆ จนโตขึ้นมาเวลาคนถามชื่อเล่นก็เลยบอกว่า มัดซี จากนั้นมาใครก็ๆ ที่รู้จักก็จะเรียกหนูว่า มัดซี สุนิสา กันไป”

“ฝากขอบคุณคนที่ชมและด่าตลอดจนคนที่ให้กำลังใจ ต้องขอขอบคุณมากๆ ที่ช่วยกันเข้ามาดู MV ไถนาให้น้องแหน่ ขอให้แฟนคลับอยู่และติดตามผลงานต่อๆ ไป ที่กำลังผลิตออกมาเรื่อยๆ รับรองความสนุกสนานที่จะมามอบให้บรรดาแฟนเพลง ส่วนใครจะเอาเพลงนี้ไป Cover เพลงก็เชิญได้ตามสบายทั้งหนูและทางค่ายยินดีอนุญาตให้ไป Cover ได้เลยไม่มีเรื่องของลิขสิทธิ์เพลงใดๆ ทั้งสิ้น และ Cover เพลงแล้วติดแท็กมาด้วยหนูก็จะช่วยกระจายให้ และขอบคุณทุกท่านค่ะ” มัดซีกล่าวทิ้งท้าย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.khaosod.co.th…

บอย-เจี๊ยบ รักนี้ได้ถูกพิสูจน์แล้ว หนี้ 48 ล้าน ถือว่าคุ้มค่าที่ทำให้ได้เจอคู่แท้

บอย-เจี๊ยบ หลังจากที่ให้สัมภาษณ์ถึงมรสุมครั้งใหญ่ในชีวิตที่มีหนี้สินก้อนใหญ่กว่า 48 ล้านบาทห้ต้องรับผิดชอบ

บอย-เจี๊ยบ บรรดาแฟนคลับและหลายๆ คนที่ทราบข่าวเข้ามาให้กำลังใจอย่างล้นหลาม

ล่าสุดคู่รักมาราธอนอย่าง บอย-อนุวัฒน์ สงวนศักดิ์ภักดี หรือ บอย พีซเมคเกอร์ กับแฟนสาว เจี๊ยบ-พิจิตตรา สิริเวชชะพันธ์ ก็ได้ออกมาขอบคุณแฟนๆ พร้อมทั้งบอกว่า ดีใจมากที่เรื่องของคู่ตนได้เป็นอุทาหรณ์ให้กับคู่รักคู่อื่นๆ ที่กำลังประสบปัญหาเดียวกัน

เหลือเวลาอีกไม่เท่าไหร่ก็จะถึงวันวิวาห์ของเราสองคนแล้ว ?
บอย – “ครับผม แต่จริงๆ ก็คงไม่สามารถพูดได้ว่าพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์หรอกครับ เพราะทุกวันนี้เราก็ยังต้องคุยกับทีมงานอยู่”

เจี๊ยบ – “อย่างที่คุณบอยบอกก็ยังไม่มีอะไรพร้อมเต็มที่หรอก ยกเว้นก็แค่เรื่องชุดกับอาหารที่เราพอจะคาดการณ์เอาไว้บ้าง แต่เรื่องความกังวลมันก็ยังมีอยู่ดี โดยเฉพาะเรื่องอาหารเพราะกลัวว่าจะไม่พอกับจำนวนคนที่มาร่วมงาน รวมถึงกลัวด้วยว่าจะดูแลแขกได้ไม่ดีเท่าที่ควร ”

เราสองคนตื่นเต้นมากน้อยแค่ไหนกับงานที่กำลังจะเกิดขึ้น ?
บอย – “ตอนนี้ความตื่นเต้นมันมีน้อยกว่าความกังวลครับ (หัวเราะ)”

เจี๊ยบ – “เอาจริงๆ นะช่วงแรกเจี๊ยบก็ไม่ค่อยตื่นเต้นสักเท่าไหร่หรอก แต่ยิ่งพอใกล้เข้าวันแต่งงาน เราก็เริ่มมีการพูดคุยกันบ้างค่ะ”

เห็นว่า เดวิด เบ็คแฮม อวยพรงานแต่งให้คู่เราด้วย ?
บอย – “เรื่องของเรื่องก็คือว่าผมกับเจี๊ยบได้มีโอกาสไปร่วมงานที่เขาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ผมก็เลยหาโอกาสที่จะนำการ์ดงานแต่งงานของเราไปให้เขาเซ็น แต่ว่าสุดท้ายมันก็ไม่ทัน ผมก็เลยคิดว่าลองนำไปฝากให้กับพี่ๆ ที่บริษัทดูว่าเขาจะสามารถฝากไปให้เซ็นได้หรือเปล่า ซึ่งเขาก็ใจดีฝากไปให้”

เจี๊ยบ – “เจี๊ยบคิดว่าเขาคงรู้นะคะว่าเป็นการ์ดงานแต่งงาน ซึ่งเรื่องใส่ซองเราสองคนไม่ได้คาดหวังอยู่แล้ว เราอยากได้แค่ลายเซ็นของเขาค่ะ และถือว่าที่ได้มาตอนนี้ก็ดีใจมากแล้ว เป็นของขวัญวันแต่งงานของเราสองคน”

บอย-เจี๊ยบ

เห็นเราสองคนไปออกรายการแล้วพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับหนี้สิน แฟนๆ ก็เข้าไปให้กำลังใจกันเยอะ ?
บอย – “ขอบคุณมากครับเพราะมีกำลังใจส่งให้เราสองคนอย่างล้นหลาม อีกทั้งเรื่องของเราสองคนก็ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับหลายๆ คู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดูแลความรัก หรือการที่เราจับมือกันสู้กับปัญหา เรารู้สึกดีใจมากๆ ที่เรื่องของเราสองคนได้เป็นอุทาหรณ์ให้กับคนอื่นๆ”

บอย – “ซึ่งบางข้อความที่เขาเขียนส่งมาหาเรา เราเองพอได้อ่านก็น้ำตาไหล เพราะหลายๆ คนก็เป็นหนี้เป็นสินคล้ายๆ กับเรา แต่เขาไม่รู้จะทำอย่างไร อย่างบางคนที่เป็นหนี้ถึงแม้จะไม่มากเท่าเราแต่เขาก็ถูกคนรักทิ้ง ซึ่งตอนที่เรารู้เราก็รู้สึกเสียดายแทนและก็เสียใจกับเขาด้วย ส่วนบางคนเขาก็บอกว่าพอเขาได้รู้เรื่องของเรา จากที่เขากำลังจะเลิกกันเขาก็กลับมาสู้ด้วยกันอีก ตัวเราเองพอได้ทราบแบบนี้ก็รู้สึกอิ่มใจ มีกำลังใจในการที่จะสู้”

จำนวนหนี้ที่เราสองคนรับภาระอยู่ยังเหลืออีกเยอะหรือเปล่า ?
บอย – “ไม่เยอะแล้วครับ อีกแค่ประมาณ 2 ปีก็น่าจะเคลียร์หมดแล้ว”

เจี๊ยบ – “จริงๆ ตามที่เราคาดการณ์ไว้ก็น่าจะประมาณ 2 ปีค่ะ แต่เราก็คุยกันว่าถ้าหากสามารถจัดการได้แล้ว ก็คงจะหมดเร็วกว่าที่คิดไว้”

สภาพจิตใจของเราทั้งคู่ตอนนี้ถือว่าโอเคขึ้นหรือยัง ?
บอย – “ดีครับ จริงๆ ก็ดีขึ้นมากนะ เพียงแต่ว่าตอนที่เราไปออกรายการมันเป็นการเล่าเรื่องย้อนหลัง ซึ่งทุกครั้งที่เราเล่ามันก็เหมือนกับเรานำมีดไปแทงที่แผลเดิม มันก็เลยเจ็บอยู่ที่เดิม แต่ทุกวันนี้เราก็ดีขึ้นมากแล้วครับ เอาจริงๆ ตอนที่เราไปออกรายการ เรายังคิดด้วยว่าตอนนั้นเราแข็งแรงแล้ว ซึ่งพอได้เล่ามันก็กลับมาเจ็บอีก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ไม่ได้อยากจะเก็บมันมาเป็นปม อยากจะเก็บเอาไว้เป็นเรื่องเตือนใจมากกว่า ”

บอย – “ผมคิดว่าจำนวนเงินที่เราเสียไปมันคุ้มนะ มันคือบทพิสูจน์ความรักของเราสองคน มันคุ้มมากกับสิ่งที่เราได้มา”

เจี๊ยบ – “จริงๆ เราก็ต่อสู้กันมาตั้งแต่แรกแล้ว ทั้งการเริ่มต้นธุรกิจก็ดีหรือการมีปัญหาก็ดี มันต้องมีคนสองคนช่วยกันแก้ปัญหาอยู่แล้ว ไม่ว่าปัญหาจะเล็กหรือใหญ่ เพราะฉะนั้นในวันที่มันมีปัญหาใหญ่ขนาดนี้เราก็ต้องการกำลังใจเหมือนกัน และเจี๊ยบก็เชื่อว่าเขาก็ต้องการกำลังใจเหมือนกันค่ะ”

บอย – “ผมรู้สึกโชคดีมากที่ไม่ได้สู้เพียงลำพัง เพราะผมยังมีอีกคนที่ช่วยคิดช่วยสู้และคอยเป็นกำลังใจ ซึ่งนั่นคือสิ่งสำคัญของการเป็นคู่รัก”

ปัญหาที่เกิดขึ้นมันทำให้เราสองคนรักกันมากกว่าเดิมหรือเปล่า ?
บอย – “มันก็มีส่วนช่วยนะครับ เพราะมันทำให้เราได้รักกันโดยที่เราไม่ต้องมีข้อสงสัยหรือมีคำถามอะไรเกิดขึ้นในใจอีก จริงๆ ที่เราออกมาพูดเราไม่ได้ต้องการความสงสารหรืออะไรเลย แต่ก็ต้องขอบคุณด้วยที่ทำให้เราได้พูดและได้เป็นกำลังใจให้กับคนอื่นๆ”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com…