Uncategorized

เต๋าทีวีพูล ถูกซัดเอี่ยวคดี ปุ๊กกี้ แฉดาราเตรียมโดนรวบอีกราย

เต๋าทีวีพูล ถูกซัดเอี่ยวคดี ปุ๊กกี้ แฉดาราเตรียมโดนรวบอีกราย

จากกรณีที่อดีตนักร้อง “ปุ๊กกี้-ปริศนา พรายแสง” ถูกจับกุมพร้อมแฟนหนุ่ม และชาวไต้หวันอีก 1 ราย ภายในบ้านพักย่านถนนรามอินทรา พบหลักฐานเป็นยาเสพติดหลายรายการ ทั้ง ยาเค ยาไอซ์ ยาบ้า ยาอี กัญชาแห้ง และอุปกรณ์การผลิตยาเสพติด

ล่าสุดรายการโหนกระแสวันที่ 19 มิ.ย. โดย หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัดออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13.45 – 14.25 น. ทางช่อง 28 ได้เปิดใจสัมภาษณ์ “ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์” ทนายคลายทุกข์ ถึงคดีที่เกิดขึ้น

พี่โพสต์ว่าปุ๊กกี้มีสิทธิ์ประหารชีวิต ขนาดนั้นเลยเหรอ ?
“เพราะยาเสพติดที่จับได้มีตั้ง 12 รายการ ดูที่เขาแถลงข่าว รายการหลังๆ จะเป็นพวกยาไอซ์ทั้งนั้นเลย”

ของกลางรวม 13 รายการ หนึ่งวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภทสอง คือเคตามีน น้ำหนักรวม 5,170 กรัม บรรจุในถุงใส ซุกซ่อนในที่เขี่ยบุหรี่ทรงกลมสีบรอนซ์สลับดำ จำนวน 39 ชิ้น ภายในกล่องกระดาษสีน้ำตาล 4 กล่อง มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภทสอง เคตามีน น้ำหนัก 2 กรัม บรรจุในขวดสระผม เคตามีนเหมือนกัน ทำไมต้องแยก ?
“เพราะมันอยู่ในภาชนะที่ต่างกัน ต้องแยกหมดเลย ถ้าหลายที่หลายทาง ต้องดูว่าใครเกี่ยวข้อง” บาคาร่า

เต๋าทีวีพูล ถูกซัดเอี่ยวคดี ปุ๊กกี้ แฉดาราเตรียมโดนรวบอีกราย

สามถึงหกเป็นยาไอซ์หมดเลย และมียาบ้าด้วย ยาบ้าสีส้ม มีอยู่ 8 เม็ด อยู่ในถุงซิปล็อก มียาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่ง เอ็กตาซี 10 เม็ด อยู่ในถุงซิปล็อก มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ประเภทสอง เคตามีนอีก รวมทั้งมีวัตถุต้องสงสัยคล้ายกัญชา น้ำหนักรวมห่อหุ้ม 10 กรัม ทั้งหมดประมาณ 13 รายการ แล้วยังไง ?
“ไม่ต้องไปดูอย่างอื่น ดูแค่ยาไอซ์อย่างเดียว ยาเสพติดประเภทหนึ่ง 196.6 กรัม ก็ประหารชีวิตแล้ว ใครมีครอบครองเพื่อจำหน่ายก็โทษประหารนะ”

ปัญหาที่เกิดขึ้น เธอยอมรับว่าทำเอง ได้ลดโทษไหม ?
“โดยทั่วไปที่ศาลตัดสินก็สัก 25 ปี ถ้ารับสารภาพทุกอย่าง แต่ถ้าไปซัดทอด ไปจับตัวการใหญ่ ได้ยาเสพติดมามากกว่าที่จับ อันนั้นก็จะลดลงจาก 25 ปี อาจเหลือ 10 ปีก็ได้”

เรื่องเกิดเพราะชาวไต้หวันเขาไปเปิดโรงแรมเพื่อรอรับเคตามีน เขาเปลี่ยนที่พักตบตาเจ้าหน้าที่ ต่อมาตร.ไปสืบ ว่าไปพักที่ลาดกระบัง เตรียมกลับไต้หวันวันที่ 18 ตร.ไปจับ พบของกลางเป็นที่เขี่ยบุหรี่ และมีการขยายผลไปถึงชลวิทย์สามีคุณปุ๊กกี้ เขาบอกว่ามีนายทุนใหญ่ชาวไต้หวันให้การซัดทอด เขาบอกสามีปุ๊กกี้ ขับรถนำยาเคไปส่งให้ที่ลาดกระบัง ตร.ก็เลยจับได้ทั้งสองคน ถ้าคุณปุ๊กกี้สู้มาว่าไม่รู้เรื่อง อยู่บ้านเฉยๆ ?
“ก็สู้เหมือนคดีเอมี่ไง คดีหลุดไปคน กลายเป็นเหลือแค่เสพ อันนี้ภาพคล้ายๆ เอมี่เลย คดีนั้นทนายเขาสู้ โดนแค่เสพ จำคุกแค่ 3 เดือนนะ”

แต่ปุ๊กกี้เขารับสารภาพ ?
“คดีนั้นคุณเอมี่เขาปฏิเสธอย่างเดียว ว่าเขาไม่รู้เรื่องว่าสามีมียาเสพติดในบ้าน เขาเลยหลุดไป แต่ตอนนี้คดีอยู่ในชั้นอุทธรณ์ก็ขึ้นศาลเหมือนกัน”

โทษหนักถึงประหารเหรอ ?
“เพราะว่าถ้ามียาเสพติดประเภท 1 สารบริสุทธิ์เกิน 20 กรัม จำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต กฎหมายเขียนไว้ชัดเลย โทษไม่ประหารก็จำคุกตลอดชีวิต มีแค่สองอย่าง ถ้ารับสารภาพก็เหลือ 25 ปี ลดเต็มที่แล้ว แต่ถ้าเกิดซัดทอดต่อ ซื้อยามาจากใคร จับได้ก็ลดอีก อาจเหลือ 10 ปี หรือต่ำกว่า 10 ปีก็ได้ เขาเรียกมาตรา 100/2”

ในมุมพี่มองยังไง ?
“ผมมองว่าถ้าถูกจับคาหนังคาเขา เราก็ไม่ควรสู้ เพราะมันชัดเจน คดีนี้เป็นการจับโดยหน่วยปฏิบัติการพิเศษของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คือท่านรองสมเกียรติ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เขาวางแผนสืบมานาน พยานหลักฐานค่อนข้างชัด ไม่ควรสู้คดี”

ถ้าตอนแรกเขาออกตัวว่าแค่เสพ อาจยังมีโอกาส ?
“ถ้าบอกว่าแค่เสพก็จะคล้ายๆ กับคดีเอมี่ ก็ไปสู้คดี หรือไปจ้างทนายสู้คดี แล้วศาลจะเชื่อไหม แต่โดยทั่วไปจับขนาดนี้ คาหนังคาเขาไม่น่ารอด”

เขาบอกว่าอาจไปถึงขั้นผลิตเลยคืออะไร ?
“คือมันมีน้ำยาแปลกๆ ที่เขาเจอ เอามาผสมแล้วทำเป็นยาเสพติด อันนี้เรียกผลิต เอาอะไรต่างๆ มาผสม ทีนี้การผลิตพี่น้องประชาชนไม่เข้าใจ นอกจากเอาสารเคมีมาผสมกับยาเสพติดแล้ว มันยังหมายถึงการบรรจุ เห็นมั้ยมีถุงซิปเล็กๆ การแบ่งจำหน่ายเขาก็เรียกว่าการผลิต ก็เบากว่าการผลิต แบ่งเป็นถุงๆ ซิปเล็กๆ ซอยย่อย”

ข้อกฎหมาย โทษผลิตหนักไหม ?
“หนัก ครอบครองเพื่อจำหน่ายก็หนัก โทษสูงสุดคือประหารเหมือนกัน พอๆ กัน ผลิตเพื่อจำหน่ายเพื่อขายก็ตลอดชีวิต”

แล้วตำรวจไปเจอแบบนี้ มันไม่ยิ่งทบคดีทบโทษไปเหรอ ?
“เขาดูฐานความผิดสูงสุด ถ้าประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิตก็ไม่ต้องสนใจอย่างอื่นแล้ว เพราะมันนับโทษต่อไม่ได้แล้ว เพราะฉะนั้น ยาไอซ์ 198 กรัม สารบริสุทธิ์มันก็ใกล้เคียงกัน เพราะยาไอซ์ส่วนใหญ่เป็นสารบริสุทธิ์ พอเกิน 20 กรัมก็ประหารกับจำคุกตลอดชีวิต มาตรา 66 วรรคท้าย เพราะฉะนั้นโทษมันสูง รับสารภาพแล้วศาลอาจสั่งจำคุกตลอดชีวิตก็ได้ ไม่ 25 ก็ได้ ถ้าอยากลดโทษก็ต้องซัดทอด ล่อซื้อต่อ ซื้อยามาจากใคร ใครเป็นตัวการใหญ่ ไปล่อซื้อ จับได้มากกว่าของเดิม โทษก็จะลด”

ที่บอกว่าจะมีดาราเข้ามา ?
“นี่ไง เขาเรียกมีการซัดทอด ซัดทอดไปจับดารา ก. พอซัดทอดก็จับๆ ลดโทษได้มากกว่ากึ่งหนึ่ง”

ที่มีข่าวว่าคดีเรื่องเงิน 10 ล้านที่หมุนเวียน และมีบัญชีที่โยงไปถึงดาราบางคนที่โอนเงินเข้ามา ?
“คุณปุ๊กกี้เขาถูกจับค้ายาเสพติด เขายอมรับว่าทำมานานแล้ว ดาราพวกนั้นจะติดต่อเขาเพื่ออะไร ยาไอซ์ ยาเค ยาบ้า”

>> “ปุ๊กกี้ ชาลาล่า” โกยค่าตัวรีวิวสินค้าที่ไม่เป็น “ปริศนา” ก่อนโดนจับค้ายากับสามี

อาจติดต่อขายอาหารเสริมหรือเปล่า ?
“ก็ต้องดูว่าประกอบอาชีพขายอาหารเสริมหรือเปล่า ถ้าไม่มีหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องอาหารเสริมก็ต้องฟันว่าซื้อยาเสพติด พวกนั้นก็ติดคุกเหมือนกัน โดนข้อหาครอบครองยาเสพติดหรือข้อหาเสพก็ว่ากันไป แล้วเส้นทางเงิน มีเงินเข้าเงินออกก็ต้องรู้แล้วว่าติดต่อกันเรื่องอะไร ยิ่งมีเงินเข้าเงินออกมีความถี่มาก มันก็เรื่องยาเสพติดอย่างเดียว พอโดนยาเสพติดก็ไปกฎหมายฟอกเงิน”

ในปี 2555 คุณยู่ยี่ อลิสา ถูกจับ มียาเสพติดเป็นโคเคน 1 ถุง น้ำหนัก 251 มิลลิกรัม น้อยมาก เอาเข้าจากเวียดนามมาไทย ถูกจับได้ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ตำรวจพบพิรุธเลยไปขอค้นตัว เจอโคเคนในกระเป๋าเดินทาง ศาลพิพากษาจำคุก 15 ปี ปรับ 1.5 ล้าน ?
“ถ้าจำไม่ผิด ปี 55 เป็นกฎหมายเก่า โทษมันหนัก ถ้ากฎหมายปัจจุบัน กรณีดังกล่าวเขาเรียกว่าการนำเข้า ไม่จำเป็นต้องมากหรือน้อย แค่นำเข้ามา โทษขั้นต่ำก็ 10 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต โทษมันหนักไง การนำยาเสพติดหรือส่งออกโทษมันหนักเป็นเรื่องอันตราย”

ไม่เกี่ยวกับกรณีนี้ ?
“ไม่เกี่ยวกับเรื่องจำนวนมากหรือน้อย แค่นำเข้ามา ก็ต้องระวัง โทษมันหนัก”

ตอนนี้มีสายกับคุณเต๋า ทีวีพูล คุณเปิดประเด็นว่าจะมีดารา ส. คนนึงติดคุก คนเขาดึงไปเกี่ยวกับปุ๊กกี้ที่มีคดียาเสพติด ใช่หรือเปล่า ?
เต๋า : “คนละคดีกัน อันนั้นโดนฟ้องเท็จ คนละคดีกัน ปุ๊กกี้เป็นคดียาเสพติด แต่อันนี้ฟ้องเท็จ คนละคดีกัน”

ที่เขียนมาว่าดาราติดคุกเยอะนะพักนี้ เดี๋ยวจะมีดาราติดคุกอีกคน คือส. ?
เต๋า : “ก็ฟ้องเท็จไงคะ ต้องถามพี่ทนายข้างๆ ว่าฟ้องเท็จคดีอาญามันเป็นยังไง”

เดชา : “ติดคุก 5 ปี”

เต๋า : “นั่นแหละ มันไม่ได้เกี่ยว วงการบันเทิงไม่มีใครติดยา เป็นวงการใสๆ คุณหนุ่มใส่ร้าย”

สรุปคุณไปโหนเรื่องปุ๊กกี้เขาว่างั้น ?
เต๋า : “ไม่ได้โหน ปุ๊กกี้ก็ทำงานกับเขามาตั้งหลายครั้ง ปุ๊กกี้มันน้องเลยนะ”

เขาเป็นยังไง ที่เคยรู้จัก ?
เต๋า : “เขาเป็นคนดีนะ โดยส่วนตัวไม่ได้เกี่ยวกับยาเสพติด เป็นคนที่นิสัยน่ารัก ใจถึงพึ่งได้ เป็นคนรักลูก มีอะไรเกี่ยวกับลูกจะเซนซิทีฟมาก น่ารัก คุณหนุ่มน่าจะเคยเจอเขานะ แต่เรื่องยาเสพติดเราไม่รู้เหมือนกันว่าเขาไปทำอะไรมา เพราะหลังจากนั้นเราก็ไม่เคยเจอเขาอีกเลย”

ระแคะระคายไหม ?
เต๋า : “ไม่มีๆ ตอนนั้นเจอกัน เขาพาไปเยี่ยมลูก หนีผัวเก่ากัน แล้วขับรถหนีกันมา”

คุณอย่าไปอ้างอย่างนั้น ?
เต๋า : “อ้าว เขามีผัวกี่คนล่ะ ไม่บอกว่าคนไหน เราสนิทกัน”

ตอนเขาถูกจับ ตกใจไหม ?
เต๋า : “ตกใจเลย มาดูตอนเช้าตีสี่ลูกสาวโดนรวบ ยังไงล่ะ เราก็ตกใจ คุณหนุ่มไม่ตกใจเหรอ คนในวงการโดน เขาก็น่ารักกับเราตลอด”

จะไปเยี่ยมไหม ?
เต๋า : “เดี๋ยวรอดูก่อน ปุ๊กกี้เขาเคยมาร่วมรายการพี่ต้อย แอคเนอร์ เคยร่วมกันเป็นพิธีกร น่ารัก ถ้ามีโอกาสจะไปเยี่ยม”

ส.ไม่ได้เกี่ยวกับคดีนี้ ?
เต๋า : “ไม่เกี่ยว แต่จะติดคุกเหมือนกัน”…

ศรราม พาลูกเมียไปฝรั่งเศส บินครั้งแรกของ น้องวีจิ อบอุ่น

ศรราม พาลูกเมียไปฝรั่งเศส บินครั้งแรกของ น้องวีจิ อบอุ่น

ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ คุณแม่ป้ายแดง หายเหนื่อยไปได้เยอะเลย เพราะมีสามีแบบ ศรราม เทพพิทักษ์ ที่คอยช่วยแบ่งเบาภาระในการเลี้ยงลูก

เป็นคุณพ่อมือใหม่ที่ตั้งแต่มีลูกก็ดูอบอุ่นน่ารักมากกว่าเดิมมาก ซึ่งแฟนๆ ส่วนใหญ่ก็ดีใจไปด้วยที่ในที่สุดก็เห็นโมเมนต์นี้ของศรราม

ศรราม พาลูกเมียไปฝรั่งเศส บินครั้งแรกของ น้องวีจิ อบอุ่น

และล่าสุดครอบครัวเทพพิทักษ์ ก็ได้พากันไปเที่ยวพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก  บาคาร่า และเป็นขึ้นเครื่องบินไปต่างประเทศครั้งแรกของลูกสาว

น้องวีจิ ที่อายุเพิ่งได้ 2 เดือนเศษ ศรราม-ติ๊ก-น้องวีจิ กับการบินไปฝรั่งเศส และภาพน่ารักของคุณพ่อที่อุ้มลูกสาวตอนอยู่บนเครื่องบิน ช่วยภรรยาเลี้ยงลูกได้เก่งมาก

มีรอยยิ้มกันตั้งแต่เริ่มต้นทริป น้องวีจิก็ดูไม่งอแงเลยลูก แก้มก็น่ารักน่าฟัดสุดๆ แฟนๆ ที่เมืองไทยรอชมภาพครอบครัวกับทริปสุดพิเศษอยู่นะว่า ศรราม-ติ๊ก จะกระเตงลูกสาวไปเที่ยวที่ไหนกันบ้าง…

น้องโอลาฟ ตาบวมจนแทบปิด เล่นซนจนตกจากที่สูง

น้องโอลาฟ ตาบวมจนแทบปิด เล่นซนจนตกจากที่สูง

ทำเอาแฟนๆ ใจหายใจคว่ำ เมื่ออยู่ดีๆ คุณแม่คนสวย จีน่า อันนา ศรีภรรยาของนักแสดงหนุ่มรุ่นใหญ่ โอ๊ต-วรวุฒิ นิยมทรัพย์ นำภาพถ่ายของลูกชายวัยกำลังซน น้องโอลาฟ มาโพสต์ลงบนอินสตาแกรม พร้อมกับระบุแคปชั่นอธิบายว่า

ผมซนนิดหน่อยครับ ตกลงมาจากที่สูง (ให้เห็นภาพก็ระเบียง ชั้นลอย 2 เมตร) บาคาร่า ขอบคุณพระเจ้าไม่ได้เป็นอะไรมากครับ แค่ฟกช้ำภายนอก ไปหาหมอเรียบร้อยแล้วครับ

น้องโอลาฟ ตาบวมจนแทบปิด เล่นซนจนตกจากที่สูง

โดยภาพดังกล่าวนั้นเป็นภาพของน้องโอลาฟ ในสภาพตาซ้ายบวมเป่งจนเกือบจะปิดสนิท ซึ่งถูกถ่ายหลังจากที่ตกลงมาจากที่สูงตามที่คุณแม่จีน่า อันนา ได้เขียนแคปชั่นบอกเล่าความซนของลูกชายเอาไว้

ในขณะเดียวกันแม่ๆ คนดังที่ได้เห็นภาพและแคปชั่นดังกล่าว ต่างก็เข้ามาส่งกำลังใจให้น้องโอลาฟหายเจ็บกันอย่างล้นหลาม

แถมงานนี้ก็ยังมีแฟนคลับหลายคนก็ยังแซวอีกด้วยว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่นักรบ(สายซน)จะต้องมีบาดแผลบ้าง ถือว่าเป็นประสบการณ์ในชีวิต…

จ๊ะซื้อบ้านหลังใหม่ อลังการมาก หรือนี่จะเป็นเรือนหอ

จ๊ะซื้อบ้านหลังใหม่ อลังการมาก หรือนี่จะเป็นเรือนหอ

เรียกว่าเป็นอีกคนที่ถึงแม้จะดังเพียงข้ามคืน และมีงานเยอะข้ามปี จนตอนนี้ขึ้นแท่นนักร้องสาวลูกทุ่งที่รวยมากไปแล้ว สำหรับสาว จ๊ะ อาร์สยาม หรือ จ๊ะ-นงผณี มหาดไทย แต่จ๊ะก็รู้จักเก็บออมเงินที่หามาได้จากน้ำพักน้ำแรงมาตลอด

และนอกจากจะเป็นลูกกตัญญูสร้างบ้าน และดูแลพ่อแม่แล้ว จ๊ะก็ยังไม่ลืมที่ให้รางวัลกับตัวเองด้วย ซึ่งแฟนๆ มักจะเห็นว่าจ๊ะแปลงเงินที่ได้มาซื้อรถ ซื้อบ้าน มาเก็บอยู่เรื่อยๆ และล่าสุดก็เห็นจ๊ะซื้อบ้านหลังใหม่อีกแล้ว เรียกว่าสวยและรวยมากจริงๆ บาคาร่า

จ๊ะซื้อบ้านหลังใหม่ อลังการมาก หรือนี่จะเป็นเรือนหอ

และที่สำคัญบ้านหลังนี้สวยมาก และหลังใหญ่โตอลังการมาก เป็นหมู่บ้านหรูย่านแจ้งวัฒนะ ที่สนนราคาถึงแปดหลัก แม้จะยังไม่เสร็จแต่ดูรู้เลยว่าเสร็จออกมาต้องสวยแน่ๆ บ้านหลังใหม่ของจ๊ะหลังล่าสุด

ซึ่งภาพที่เห็นนอกจากจ๊ะจะถ่ายภาพให้เห็นบ้านว่าหลังใหญ่มากแค่ไหน แค่เห็นหน้าบ้านก็รู้แล้วว่าบ้านสวยน่าอยู่มากๆ มีคลิปที่ถ่ายบรรยากาศในหมู่บ้านที่บางหลังสร้างเสร็จแล้วด้วย

และก็ยังเห็นว่าจ๊ะควงแฟนหนุ่ม แจ็ค ธนพล ไปดูบ้านด้วยกันด้วย บ้านสวยถูกใจคนอยู่ เพราะเลือกดูเองทุกขั้นตอนแบบนี้ มีแต่คนถามว่า บ้านหลังนี้น่าจะเป็นเรือนหอของจ๊ะกับแจ็คแน่ๆ ใช่ไหมจ๊ะ…

แม่บ๊วยเชษฐวุฒิ เซอร์ไพรส์แม่ด้วยเข็มขัดทองคำหนัก 19 บาท

แม่บ๊วยเชษฐวุฒิ เซอร์ไพรส์แม่ด้วยเข็มขัดทองคำหนัก 19 บาท

บ๊วย-เชษฐวุฒิ วัชรคุณ นักแสดงและพิธีกรคนเก่งพ่วงตำแหน่งคุณพ่อของ น้องแพรว-น้องภูมิ ลูกๆ ที่เกิดกับ ตุ๊ก ชนกวนันท์ อดีตภรรยา เจ้าตัวได้เผยเรื่องราวความฝันของแม่บังเกิดเกล้าที่อยากได้เข็มขัดทองคำไว้ใส่ไปทำบุญ เพราะแม่อยากได้บอกเป็นความฝัน ลูกชายที่ชื่อ บ๊วย จึงจดจำไว้ใส่ส่วนลึกของหัวใจ ซึ่งจากการทำงานในวงการบันเทิงและสามารถเติมความฝันของแม่ได้ เจ้าตัวจึงได้สร้างเซอร์ไพรส์มอบเข็มขัดทองให้กับแม่

แม่บ๊วยเชษฐวุฒิ เซอร์ไพรส์แม่ด้วยเข็มขัดทองคำหนัก 19 บาท

ซึ่งคลิปที่ บ๊วย ได้บันทึกไว้ทำให้เห็นสีหน้าความสุขของคุณแม่ยามได้รับมอบเข็มขัดทองคำเป็นภาพที่น่าประทับใจมากๆ บาคาร่า และเจ้าตัวเผยได้เผยว่าน้ำหนักโดยรวมของเข็มขัดหนัก 19 บาท

แต่เป็นที่น่าเสียดายคุณแม่ไม่สามารถคาดเข็มขัดทองคำเส้นดังกล่าวได้เนื่องจากตัวเข็มขัดสั้นกว่าเอวของคุณแม่ เข็มขัดจึงกลายไปเป็นสร้อยเส้นใหญ่แทน หลังจากนั้น บ๊วย ได้ก้มลงกราบเท้าแม่เพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิต
หลายคนเห็นต่างเข้ามาชื่นชมยินดีด้วยพร้อมๆ กับแอบแซวแบบน่ารักๆ งานนี้ลูกชายสุดที่รักต้องขนาดของเข็มขัดหรือคุณแม่อาจต้องเพิ่มขนาดของเอวไปอีกเรื่อยๆ จะได้เพิ่มความยาวของตัวเข็มขัดทองคำไปในตัว

ถือเป็นเรื่องราวดีๆ ที่บุคคลในฐานะลูกควรปฏิบัติต่อบุพการีให้มีความสุขอยู่เสมอ ปรบมือให้กับความน่ารักของ พี่บ๊วย ค่ะ…

ศรีริต้าพาแฟนไฮโซ กรณ์ ณรงค์เดช ไหว้แม่ฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกเขย

ศรีริต้าพาแฟนไฮโซ กรณ์ ณรงค์เดช ไหว้แม่ฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกเขย

กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์ในเร็วๆ นี้แล้วสำหรับคู่รักคนดัง ศรีริต้า เจนเซ่น กับ กรณ์ ณรงค์เดช นักธุรกิจหมื่นล้าน สุดหล่อ ที่ก่อนหน้านี้ฝ่ายชายได้จัดเซอร์ไพรส์สุดโรแมนติกคุกเข่าขอแต่งงานไปเป็นที่เรียบร้อยและ ศรีริต้า ได้ตอบตกลงอย่างไม่ต้องตัดสินใจนานนั่นเพราะว่าความรักของทั้งคู่ที่มีให้กันและกันมากมายและล้นเอ่อ

ศรีริต้าพาแฟนไฮโซ กรณ์ ณรงค์เดช ไหว้แม่ฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกเขย

เพราะกำลังจะเป็นทองแผ่นเดียวกันเรื่องราวดีๆ จึงเกิดขึ้นโดยก่อนหน้านี้ ศรีริต้า ได้นำพวงมาลัยไปไหว้ คุณพ่อของกรณ์ เป็นการฝากเนื้อฝากตัวในฐานะว่าที่สะใภ้หมื่นล้านของตระกูลณรงค์เดช บอกเลยว่าเป็นภาพที่น่ารักและน่าประทับใจมาก บาคาร่า

ล่าสุด เรื่องราวดีๆ เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อ กรณ์ ได้นำพวงมาลัยไปไหว้ฝากเนื้อฝากตัวกับ คุณแม่ของศรีริต้า ในฐานะว่าที่ลูกเขย สร้างความประทับใจให้กับแฟนสาวเป็นอย่างมากถึงกับต้องแซวคุณแม่เลยว่า “คุณเเม่ยังยิ้มไม่หุบเลยค่ะ ขอบคุณพี่กรณ์ที่น่ารักกับคุณเเม่ริต้านะคะ”

รอดูภาพวันแต่งงานที่คาดว่าต้องอลังการงานสร้างแน่นอนค่ะ…

น้ำตาลสมองบวม ต้องใช้ปอดเทียม ยังหาสาเหตุเลือดออกไม่พบ

น้ำตาลสมองบวม ต้องใช้ปอดเทียม ยังหาสาเหตุเลือดออกไม่พบ

เป็นข่าวที่สร้างความตกใจให้กับทุกคนที่ติดตามอาการป่วยของ น้ำตาล เดอะสตาร์ หรือ บุตรศรัณย์ ทองชิว เพราะเป็นการป่วยแบบเฉียบพลัน ไม่มีสัญญาณบอกเหตุใดๆ มาก่อนว่า น้ำตาล เดอะสตาร์ จะป่วยหนักถึงขั้นเป็นผู้ป่วยวิกฤต ICU เนื่องจากมีเลือดออกปากและจมูกจนถึงขั้นหมดสติและมีภาวะหยุดหายใจ กระทั่งทีมแพทย์ต้องทำการปั๊มหัวใจดึงสัญญาณชีพกลับมาได้สำเร็จ แต่อาการโดยรวมยังคงต้องเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด

ล่าสุด วันนี้ (13 มิ.ย.) ทางทีมแพทย์เจ้าของไข้ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา และ รศ.นพ.ปรัญญา สากิยลักษณ์ พร้อมด้วยพี่สาวและพี่เขย ร่วมกันแถลงข่าวอาการของ น้ำตาล เดอะสตาร์

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ : “เมื่อวานทางศิริราชเองได้รับการติดต่อจากทางโรงพยาบาลสมุทรสาคร ตั้งแต่เมื่อวานตอนเวลาประมาณ 08.15 น ว่าคุณน้ำตาลมีอาการเลือดออก อาเจียนเป็นเลือดออกมาเป็นจำนวนมาก และเลือดที่ออกมาทำให้เข้าไปอุดตันทางเดินอากาศหรือทางเดินหายใจ จนกระทั่งทำให้หัวใจมีการหยุดเต้นและมีการกู้ชีพถึง 2 ครั้ง ทั้งที่บ้านกับที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร”

“หลังจากนั้นพอมีการประสานงานมาทางคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลเอง ก็ได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร ในการดำเนินการเวลานั้น เราจำเป็นต้องใส่เครื่องช่วยพยุงการทำงานของหัวใจและปอดที่เรียกว่าเอคโม (ECMO) เพื่อให้การเคลื่อนย้ายสามารถเคลื่อนย้ายได้ เพราะถ้าเคลื่อนย้ายโดยไม่ใส่เครื่องพยุงมา ผมเกรงว่าอาจจะเกิดอันตรายขึ้นในขณะการเดินทาง หลังจากที่มาถึงศิริราชก็มาที่ห้องไอซียู ก็ได้มีการให้ยา มีการปรับเปลี่ยนยา และให้เครื่องเอคโมดำเนินการอย่างต่อเนื่อง มีการแก้ไขความไม่สมดุลของสารต่างๆ ในกระแสเลือดอยู่ในระดับหนึ่ง”

“ซึ่งในช่วงต้นตลอดระยะเวลาของเมื่อวานนั้น สภาพคนไข้ยังไม่พร้อมพอจะไปตรวจอะไรเพิ่มเติม ถ้าชีพจรทุกอย่างยังไม่ดี การเคลื่อนย้ายคนไข้ไปตรวจอะไรต่างๆ ก็อาจจะเป็นอันตราย”

“แต่หลังจากที่ดำเนินการเป็นระยะเวลาหนึ่ง เมื่อวานตอนค่ำๆ ชีพจรต่างๆ ก็เริ่มดีขึ้น สัญญาณชีพต่างๆ ก็เริ่มคงที่ เลือดที่ออกจากท่อหายใจเราก็ไม่เห็นแล้ว จนกระทั่งเมื่อเช้า เมื่อทุกอย่างคงที่เรียบร้อย เราก็ได้นำคุณน้ำตาลไปตรวจเพิ่มเติม โดยการไปเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ทั้งที่ปอดและที่สมอง”

“เหตุผลที่ต้องทำที่สมองด้วยก็เพื่อต้องการจะดูว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่สมองหรือเปล่า ในขณะเดียวกันสภาพก่อนหน้านี้จากเกล็ดเลือดที่ต่ำลง สารที่ทำให้เลือดแข็งตัวลดลง จะเกิดอะไรขึ้นกับสมองหรือเปล่า อันนี้คือสิ่งที่เราจำเป็นต้องทำ ส่วนเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ที่ปอด ก็เพื่อจะดูว่ามีรอยรั่วอะไรหรือเปล่าที่เป็นสาเหตุของเลือดออก”

“ผลตรวจเช้านี้ก็มีสรุปออกมาว่า สมองมีอาการบวมค่อนข้างมากทีเดียว ไม่มีเลือดออกในสมองให้เห็น ขณะเดียวกันในปอดมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากการที่หัวใจมีอาการหยุดเต้น การขาดเลือดที่สมองเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น ไม่สามารถเห็นรอยโรคอะไรที่เป็นสาเหตุของเลือดออกที่ชัดเจนจากการเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ในปอด”

“ณ วันนี้ ตอนนี้ เราก็นำคุณน้ำตาลกลับมาอยู่ห้องไอซียู ซึ่งก็ให้ยาอยู่ กำลังเร่งดำเนินการแก้ไขความผิดปกติในเลือด ซึ่งขณะนี้ยังมีความผิดปกติอยู่ ทยอยแก้ไขอยู่ อย่างที่สอง ตัวเอคโมที่ใช้อยู่มันทำงานได้ค่อนข้างดี เลือดที่ออกตอนนี้ไม่เห็น แต่เนื่องจากเรายังไม่รู้สาเหตุว่าเลือดออกจากอะไร นี่คือสิ่งที่เราจะต้องเฝ้าพึงระวังอยู่”

“การประเมินการทำงานของสมองในเวลานี้ยังไม่สามารถที่จะประเมินได้ เพราะเมื่อไหร่ที่สมองบวม ผมต้องขออธิบายแบบนี้นะครับ คนทุกคนที่เมื่อไหร่หัวใจหยุดเต้น สมองขาดเลือดไปเลี้ยง ขาดออกซิเจนไป ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในสมองคือการบวมน้ำ ซึ่งการบวมน้ำนี้มันจะเป็นมากขึ้นถึงจุดหนึ่ง จากนั้นก็จะค่อยๆ ลดลง เราจะประเมินว่าสมองทำงานอะไรอยู่บ้างก็ต้องรอหลังจากที่สมองยุบลง ฉะนั้นในเวลานี้ยังไม่สามารถประเมินการทำงานของสมองได้อย่างเต็มที่ จากนี้ผมก็ขอติดตามในส่วนตรงนี้ต่อไปก่อน” บาคาร่า

น้ำตาลสมองบวม ต้องใช้ปอดเทียม ยังหาสาเหตุเลือดออกไม่พบ

รศ.นพ.ปรัญญา : “ตนได้รับการติดต่อให้ไปใส่เครื่องพยุงปอดและหัวใจ หรือเอคโม ซึ่งมีหน้าที่ทำงานแทนปอดและหัวใจ ที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร กรณีของคุณน้ำตาลเท่าที่ประเมินปัญหาใหญ่อยู่ที่ปอดไม่ใช่หัวใจ คือหัวใจของคุณน้ำตาลต้องใช้ยากระตุ้นก็จริง แต่สาเหตุที่หัวใจหยุดเต้นเกิดจากปอดไม่สามารถแลกเปลี่ยนอากาศได้ เพราะเลือดที่ไหลออกมาลงไปอุดหลอดลมทั้งสองข้าง จนไม่สามารถแลกเปลี่ยนอากาศได้ สิ่งที่ต้องทำคือต้องนำเอาเลือดจากร่างกายของคุณน้ำตาลออกมาแลกเปลี่ยนอากาศข้างนอก เอาออกซิเจนเข้าไปแล้วเอาคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ซึ่งต้องใช้เครื่องเอคโม แปลตรงๆ ก็คือปอดเทียม แต่เพื่อความเข้าใจ เราขอใช้คำว่าเครื่องพยุงปอดและหัวใจ”

“ตอนนี้ในเคสของคุณน้ำตาล เครื่องนี้ทำงานแทนปอดอย่างเดียว ส่วนหัวใจอยู่ได้ด้วยยากระตุ้น เมื่อตนไปถึงโรงพยาบาลสมุทรสาคร พบว่าคุณน้ำตาลมีภาวะความเป็นกรดในเลือดสูง จากทั้งกรดที่ร่างกายผลิตแล้วไม่สามารถขับออกได้ และแก๊สที่เป็นของเสียของร่างกายที่ไม่สามารถขับออกได้เลย ค่าปกติอยู่ที่ 40 แต่ของคุณน้ำตาลอยู่ที่ 80 เราพิจารณาว่าจำเป็นจะต้องใส่เครื่องนี้เพื่อนำเลือดออกมาฟอกด้านนอก พอใส่เครื่องแล้วเราก็มั่นใจมากขึ้นว่าการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยปลอดภัยขึ้น แต่โรงพยาบาลสมุทรสาครไม่สามารถดูแลเครื่องนี้ได้ ต้องเป็นโรงพยาบาลรัฐบาลใหญ่ๆ หรือโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยเท่านั้น จึงทำการย้ายคุณน้ำตาลมาที่หอผู้ป่วย โรงพยาบาลศิริราช”

“โดยใช้รถพยาบาลแบบพิเศษ หรือ โมบาย ไอซียู ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากโรงพยาบาลกรุงเทพ พอมาถึงศิริราชเราได้เริ่มปรับยา เพราะคืนแรกที่มาถึงความดันของคุณน้ำตาลก็ยังขึ้นๆ ลงๆ อยู่ตลอดเวลา ต้องแก้ไขทุกอย่าง จนทุกอย่างนิ่งจึงได้เริ่มทำการตรวจวินิจฉัยว่าเลือดออกมาจากจุดไหนแต่ก็ยังไม่พบ ตรวจดูว่าสมองได้รับความกระทบกระเทือนแค่ไหน จากการตรวจร่างกายตอนนี้ยังไม่มีการตอบสนองใดๆ สมองยังบวมอยู่ ต้องรอให้สมองยุบก่อนค่อยประเมินซ้ำอีกครั้ง”

ตอนนี้ยังหาไม่เจอเลยใช่ไหมว่าเลือดออกตรงไหน ?

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ : “คือเวลามีเลือดออกแบบนี้ เราพยายามหา ซึ่งโรคพวกนี้ เป็นสิ่งที่เจอน้อยมาก เจอไม่บ่อย ก็ไม่อยากเรียกว่า 1 ในล้าน คือเอาเป็นว่ามันเจอน้อยมากก็แล้วกัน เพราะตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าโรคอะไร แต่ที่เราเจอบ่อย เช่น เส้นเลือดที่ผิดปกติ ที่เป็นก้อน แต่เรามองไม่เห็น พอไม่เห็น เรารู้อย่างเดียว เลือดที่ออก บอกอย่างตรงไปตรงมาคือ เส้นเลือดแตก แต่เป็นเส้นเลือดจากอะไร ตรงนี้เรายังไม่รู้”

พอยังไม่ทราบสาเหตุแบบนี้ จะมีผลต่อการรักษาต่อไปไหม ?

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ : “ถ้าเราประคับประคองในช่วงตรงนี้ ถ้าสมองยุบตัวลงแล้ว เราก็จะสามารถประเมินได้อย่างเต็มที่ ขั้นตอนต่อไป ถ้าคนไข้ผ่านพ้นระยะวิกฤตตรงนี้ไป เช่น เลือดไม่ออกในช่วงวิกฤตตอนนี้ เราก็จะไปสู่ขั้นตอนสืบค้น ว่าอะไรทำให้เลือดออก แล้วสามารถรักษา คือการรักษาจุดเลือดออก มันทำได้ทั้งที่ไม่ต้องผ่าตัดก็ได้ อาจจะใช้วิธีการใส่สาย คือถ้าเรารู้ว่าออกจุดไหน เราก็เลื้อยสายเข้าไปอุดได้ แต่ตอนนี้ทำไม่ได้”

ตอนนี้ก็ต้องรอไปเรื่อยๆ ใช่ไหม ?

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ : “ถ้าไปทำตอนนี้ผมว่าได้ไม่คุ้มเสีย เพราะชีพจรอะไรต่างๆ เพิ่งกลับมา คนไข้ยังไม่อยู่ในสภาพที่จะไปทำอะไรมากๆ นานๆ นอกไอซียู”

ตอนนี้อาการถือว่าดีขึ้นก่อนที่จะมารักษาที่ศิริราชไหม ?

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ : “ดีขึ้นตรงที่ว่า ณ วันนี้ สัญญาณชีพคงที่แล้ว แล้ววันนี้ในเวลานี้ เราไม่เห็นเลือดออกมาในท่อทางเดินหายใจ ถึงแม้ว่าตอนนี้เลือดจะถูกฟอกโดยเครื่องอยู่ข้างนอก แต่การที่ไม่มีเลือดออกมา เราก็หวังว่าปอดจะกลับมาทำงาน ผมไม่อยากให้คาดการณ์อะไรในเชิงบวกมากเกินไป แต่ก็ไม่อยากพูดในเชิงลบ ตอนนี้เราดูวันต่อวัน เราเฝ้าระวังในสิ่งที่เราระวังอยู่”

เคยเจอเคสในลักษณะอย่างนี้มาก่อนไหม ?

รศ.นพ.ปรัญญา : “ลักษณะแบบนี้เป๊ะเลยเราไม่เคยเจอ แต่ลักษณะเช่น ไอเป็นเลือดมากๆ อันนี้เคยเจอ หรืออาเจียนเป็นเลือดมากๆ เราก็เคยเจอ แต่ภาพรวมของเคสนี้คือการมีเลือดออกเข้าไปในหลอดลมทั้งสองข้างจนกระทั่งต้องใช้เครื่องเอคโมมาช่วย ซึ่งถามว่าเราเคยเจอเคสลักษณะแบบนี้ไหม คือไม่เคยครับ”

การรักษาตอนนี้คือรักษาตามอาการใช่ไหม ?

รศ.นพ.ปรัญญา : “ครับ คือปอดก็รอฟื้นตัวจากการที่เขาสำลักเลือดทั้งสองข้าง ระหว่างที่ปอดยังฟอกเลือดไม่ได้ ก็ต้องใช้เครื่องเอคโมไปก่อน ส่วนสมองก็รอให้หยุดบวม ตอนนี้ก็ใช้ยาช่วย แล้วก็ดูระดับเกลือแร่ว่าอย่าให้ผิดปกติ ส่วนเรื่องเลือดออก ตอนนี้เราก็ได้แต่เฝ้าระวัง คอยดูความเข้มข้นของเลือด ถ้าเมื่อไหร่มีสัญญาณว่ามันตกลงไป คือบางครั้งมันก็จะไม่เห็นร่องรอย”…

ฟลุคแพลนวิวาห์ นาตาลี ทายาทมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของประเทศ

ฟลุคแพลนวิวาห์ นาตาลี ทายาทมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของประเทศ

ใช้เวลาคบหาดูใจกันมานานถึง 9ปี ในที่สุด ฟลุค-เกริกพล มัสยวาณิช ก็ตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตคู่อีกครั้ง ด้วยการคุกเข่าขอแฟนสาวดีกรีนักแสดงและทายาทนักธุรกิจยักษ์ใหญ่ของประเทศ นาตาลี เจียรวนนท์ แต่งงานท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติก ขณะที่ทั้งคู่เดินทางไปพักผ่อนกันที่ประเทศกรีซ

โดยล่าสุดขณะที่ ฟลุค เกริกพล เดินทางมาร่วมงานบวงสรวงละคร The Husbands สามีสีทอง เจ้าตัวก็ได้ถือโอกาสออกมาเปิดใจถึงโมเมนต์พิเศษดังกล่าว พร้อมทั้งเผยถึงแพลนงานแต่งและเรื่องของทายาทในอนาคตให้เราฟังอีกด้วย

ฟลุคแพลนวิวาห์ นาตาลี ทายาทมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของประเทศ

“วันนั้น ตื่นเต้นมากครับ แต่ก็รู้สึกอบอุ่นด้วยเหมือนกัน เพราะรอบๆ,ตัวมีแต่เพื่อนสนิทและก็มีครอบครัวของน้องลีด้วย (ยิ้ม) ถามว่าผมวางแผนเรื่องการขอแต่งงานไว้นานไหม จริงๆ ผมก็ตั้งใจว่าจะขอเขาแต่งงานอยู่แล้วในทริปนี้หรือไม่ก็ทริปที่กำลังจะเกิดขึ้นช่วงสิ้นเดือนนี้ คือมันเป็นความตั้งใจของผมตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่ด้วยความที่ทริปที่ผ่านมาจังหวะมันใช่พอดีก็เลยขอเขาแต่งงานครับ”

แสดงว่าเราต้องพกแหวนติดตัวไว้ตลอด ?
“ผมตั้งใจไปซื้อที่โรมอยู่แล้วครับ (ยิ้ม) คือทุกอย่างก็เป็นไปตามแพลนที่ผมคิดเอาไว้เลย ถึงแม้จะมีอะไรเข้ามาขัดจังหวะนิดหน่อยไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดินฟ้าอากาศ แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ลงล็อก”

ในโมเมนต์ที่เราขอเขาแต่งงาน เราได้พูดหรือกล่าวคำอะไรกับเขาบ้างไหม ?
“ผมก็พูดตรงๆ นะครับว่าผมเขียนทุกอย่างเอาไว้ในมือถือแล้วทำเป็นสไลด์ ก็คือผมได้พูดไปทั้งหมดแล้วครับ ทุกอย่างที่ผมอยากจะพูด แต่ถามว่าผมพูดอะไรไปบ้างนั้นผมก็จำไม่ได้นะครับ มันเขิน”

ตอนนี้เริ่มแพลนเรื่องการจัดงานแต่งงาน เอาไว้บ้างหรือยัง ? บาคาร่า
“เรายังไม่ได้ดูฤกษ์มงคลเลยครับ ก็คงต้องเข้าไปคุยกับทางบ้านของน้องลีก่อน รวมถึงคุยกับคุณพ่อของผมด้วยเหมือนกัน ให้พวกท่านช่วยพิจารณา”

หลายคนแซวว่าครั้งนี้คือการปิดตำนานคาสโนวาของจริง ?
“ปิดมาตั้งนานแล้วครับ ผมหยุดมาตั้งนานแล้ว (ยิ้ม) สำหรับผม ลีเขาคือคนที่น่ารักและเป็นคนนิสัยดี เป็นคนที่โดยรวมแล้วผมรู้สึกว่าเขาจะเป็นแม่ของลูกที่ดีได้ ก็เลยรู้อยู่แล้วครับว่าคนนี้คือคนที่ใช่”

เราทั้งคู่มองอนาคตของชีวิตคู่เอาไว้ว่ายังไง ?
“จริงๆ เราสองคนคบกันมาก็เกือบจะ 10 ปีแล้วนะครับ ดังนั้นมันก็คงจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากนักหรอก นอกเสียจากเรื่องของสถานะ”

เราบอกว่าเราอยากจะมีลูกกังวลว่าอายุจะส่งผลถึงเรื่องนี้ไหม ?
“เรื่องลูกถ้ามีเร็ว ๆนี้ได้ก็ดีครับ สักประมาณปีหน้า”

ก่อนที่เราจะขอนาตาลีแต่งงานได้ปรึกษากับลูกชายบ้างหรือเปล่า ?
“ไม่ได้ปรึกษาอะไรเลยครับ เพราะเขาก็ต้องรู้อยู่แล้วว่านี่คือคนของพ่อ เขารู้เรื่องนี้มานานแล้ว”

เป็นไปได้ไหมว่าจะมีงานแต่งเกิดขึ้นภายในปีนี้ ?
“ผมคิดว่าภายในปีนี้ไม่น่าจะทันนะครับ เพราะผมเองก็มีงานละครที่ต้องรับผิดชอบถึง 2 เรื่อง และเราทั้งคู่ก็มีทริปที่จะต้องเดินทางไปด้วยกันยาวถึงปีหน้าแล้วด้วย ซึ่งถ้าบังเอิญมันมีฤกษ์มงคลที่เหมาะกับช่วงที่ว่างพอดีก็คงจะเป็นช่วงนั้นครับ แต่ผมคิดว่าน่าจะเป็นปีหน้า”

หลายคนก็จับตามองว่างานแต่งครั้งนี้จะยิ่งใหญ่อลังการขนาดไหน ?
“ต้องแล้วแต่ที่บ้านเลยครับ แล้วแต่คุณพ่อผม แล้วแต่คุณพ่อคุณแม่น้องลี ส่วนตัวผมเองผมเฉยๆ ครับ เรื่องพิธีรีตรองผมไม่ค่อยมีพิธีรีตรองอะไรอยู่แล้ว”

หวั่นไหวเรื่องสินสอดไหมว่าอาจจะค่อนข้างสูง ?
“ยังไม่ได้คุยเลยครับ แต่ถามว่าหวั่นไหวไหมก็ไม่หวั่นหรอก (หัวเราะ) คือมันไม่ใช่หน้าที่เรา เป็นหน้าที่ของคุณพ่อ”

เห็นว่าโบ ชญาดา ก็โพสต์แสดงความยินดีกับความรักครั้งนี้ด้วย ?
“ปกติพวกเราก็ไปทานข้าวด้วยกันเรื่อยๆ อยู่แล้วนะครับ เขาก็เหมือนเป็นหนึ่งในกลุ่มเพื่อนของผมและลีไปแล้ว”…

ไอซ์ปรีชญา อาร์ต เพื่อนวัยเด็ก รักลิขิตเปลี่ยนสถานะให้เป็นแฟน

ไอซ์ปรีชญา อาร์ต เพื่อนวัยเด็ก รักลิขิตเปลี่ยนสถานะให้เป็นแฟน

เป็นอีกหนึ่งนางเอกสาวที่หัวใจกำลังเปล่งปลั่งเป็นสีชมพูสุดๆ สำหรับ ไอซ์-ปรีชญา พงษ์ธนานิกร เพราะตั้งแต่เปิดตัวว่ากำลังศึกษาดูใจอยู่กับ อาร์ต หนุ่มหล่อนอกวงการ แฟนๆ ก็มักจะมีโอกาสได้เห็นภาพถ่ายหวานๆ ของทั้งคู่ถูกโพสต์ลงอินสตาแกรมให้ได้ฟินกันอยู่บ่อยๆ

แถมล่าสุดขณะที่สาวไอซ์เดินทางมาร่วมงาน เปิดวิกบิ๊ก 3 The New E.R.A เจ้าตัวก็ยังได้ออกมาเผยถึงจุดเริ่มต้นของความรักครั้งนี้ให้เราฟังด้วยว่า จริงๆ แล้วฝ่ายชายคือเพื่อนในสมัยเด็กของเธอ ที่เพิ่งจะมีโอกาสได้กลับมาเจอกันอีกครั้งและลองตัดสินใจพัฒนาความสัมพันธ์ในฐานะคนรู้ใจ

ส่วนเรื่องที่จะสามารถใช้คำว่าแฟนได้หรือไม่นั้น ไอซ์ ปรีชญา ระบุว่าตัวเองเธอไม่อยากให้มีคำจำกัดความถึงเรื่องนี้มากนัก แต่ถ้าหากในอนาคตมีความคืบหน้าหรือมีอะไรเปลี่ยนแปลงก็คงต้องมาพูดคุยกันอีกที

พูดถึง อาร์ต แฟนใหม่ของเราหน่อย ตั้งแต่เปิดตัวก็ดูหวานกันมาก ?
“ก็ดูหวานเหมือนในภาพนั่นแหละค่ะ แต่จริงๆ เราไม่ได้หวานอะไรเลยนะ ปกติ หวานกันตามโอกาสสำคัญมากกว่า อย่างเช่น วันเกิดเขา วันเกิดเรา ก็จะลงบ้าง”

คุยกันมานานแค่ไหนแล้ว ? บาคาร่า
“สักพักหนึ่งแล้วค่ะ พักใหญ่แล้ว แต่จริงๆ เรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว คือไอซ์เป็นคริสเตียน เขาก็เป็นคริสเตียนเหมือนกัน อยู่โบสถ์เดียวกันมาตั้งแต่ยังเด็กมาก รู้จักกันตั้งแต่รุ่นคุณพ่อคุณแม่ จนมาถึงรุ่นเรา ก็โตมาด้วยกัน เขาไปเรียนต่อแล้วเพิ่งกลับมา”

ไอซ์ปรีชญา อาร์ต เพื่อนวัยเด็ก รักลิขิตเปลี่ยนสถานะให้เป็นแฟน

รู้จักกันมาตั้งนาน แล้วเพราะอะไรถึงได้ตัดสินใจคบกัน ?
“ไอซ์โสดมาพักหนึ่งแล้ว ไม่ได้ปิดตัวเอง ซึ่งพอคุยกันกับเขาแล้วไอซ์รู้สึกว่าวิสัยทัศน์ไปด้วยกันได้ ที่ผ่านมาเขาก็ดูแลเราดีอย่างในภาพในไอจีเลย เป็นคนโรแมนติกค่ะ”

สามารถเรียกแฟนได้แล้วหรือยัง ?
“ทำไมชอบถามหนูอย่างนี้ตลอด คือจริงๆ ไม่ได้คิดว่าเราต้องเป็นสถานะอะไร ไม่อยากให้มีสถานะอะไรมากกว่า”

แล้วตอนนี้เรียกเขาว่าอะไร ?
“เรียกว่าอาร์ตค่ะ เรียกชื่อไปก่อน (หัวเราะ)”

เป็นเพราะกลัวการผิดหวังหรือเปล่า เลยไม่กล้าที่จะเปิดตัวอะไรมากมาย ?
“อาจจะไม่ได้เรียกว่ากลัวหรอก สถานะก็เป็นแค่สถานะ แต่วันหนึ่งถ้าเกิดมีการขยับขยายถึงขั้นจะมีการหมั้นหมายอันนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่า คำเรียกอะไรก็ตามก็เป็นแค่คำเรียกคำหนึ่งที่คนจะใช้มากกว่า แต่สำหรับถือเป็นการเรียนรู้ การทำความรู้จักกันไป ถ้าวันหนึ่งพัฒนาไปในทางที่เรารู้สึกว่าโอเค ก็อาจจะใช้เป็นอีกสถานะหนึ่งก็ได้”

ส่วนตัวเราคาดหวังกับความรักครั้งนี้ขนาดไหน ?
“ไม่ได้คาดหวังอะไรมาตั้งนานแล้วค่ะ เพราะรู้สึกว่าเป็นเรื่องของอนาคต ไม่ใช่แค่เรื่องของคนคนเดียว เป็นเรื่องของคนสองคน ฉะนั้นไม่สามารถจะไปตั้งความหวังอะไรได้มาก มีองค์ประกอบหลายอย่างทั้งตัวเราและตัวเขา ดูไปวันต่อวัน วันนี้ทำอะไรแล้วมีความสุขเราก็ทำ”

เหมือนบทเรียนที่ผ่านมาสอนเราเยอะ ?
“ไอซ์เชื่อว่าทุกคนมีบทเรียนหมดแหละ ส่วนตัวไอซ์มองว่าบทเรียนคือสิ่งที่ทำให้เราได้เรียนรู้และเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะเราได้รู้แล้วว่าในอดีตเคยทำอะไรมา ในอนาคตควรจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นขนาดไหน”…

เชอรี่สามโคก โพสต์ภาพเซ็กซี่ในชุดเชลซีไม่ยั้ง

เชอรี่สามโคก โพสต์ภาพเซ็กซี่ในชุดเชลซีไม่ยั้ง

หากเอ่ยถึง เชอรี่ สามโคก เชื่อว่าหนุ่มๆ ชาว Sanook! Men คงรู้จักและชื่นชอบเธอเป็นอย่างดี ด้วยความที่ผลงานของเธอหลายครั้งทำให้ เคลิบเคลิ้ม

ล่าสุดก็ขยันปล่อยเซ็ตภาพเซ็กซี่ออกมาให้เห็นเป็นระยะ แต่ในอีกมุมหนึ่งที่ใครหลายคนอาจไม่ทราบ เธอเป็นแฟนบอลพันธุ์แท้ของเชลซี

เชอรี่สามโคก โพสต์ภาพเซ็กซี่ในชุดเชลซีไม่ยั้ง

ทั้งนี้ก่อนเกมนัดชิงชนะเลิศ ยูโรป้าลีก 2018/19 cherry_ladapa โพสต์ภาพพร้อมแคปชันว่า “ไม่ต้องกลัวนะทุกคน เจ๊ทำพิธี “อมปืน” เรียบร้อย รับรองปืนด้าน และหลังจากทราบผลทีมโปรดเอาชนะอาร์เซนอลด้วยสกอร์ 4-1 เชอรี่ สามโคก ก็โพสต์ข้อความแสดงความยินดีเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมกับปล่อยภาพแซ่บระลอกใหม่อีกครั้ง วิเคราะห์บอล

สำหรับ เชอรี่ สามโคก เข้าวงการจากการเป็นนักแสดงตัวประกอบ จากนั้นก็มีโอกาสได้ถ่ายแบบเซ็กซี่บ้างเล็กน้อย ก่อนที่จะได้งานถ่ายแบบเซ็กซี่อย่างจริงจัง พร้อมทั้งเคยรับบทเป็นนางเอกหนังอีโรติกอีกด้วย ที่ผ่านมาเธอมีผลงานมากมาย จนในปี 2557 เชอรี่ประกาศอำลาวงการหนังแผ่นเซ็กซี่ แต่ยังคงมีงานถ่ายแบบและงานโชว์ตัวให้แฟนๆ ได้ชื่นชม

เห็นแบบนี้ก็ต้องบอกว่า เชอรี่ สามโคม คืออีกหนึ่งสาวน้อยขวัญใจหนุ่มๆ เชลซี เลยทีเดียว…