Main Story

Editor's Picks

พี่น้องชวนชื่น กับวันนี้ที่ไม่มีพ่อดม รับช่วยกันปิดเรื่องมะเร็ง จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต

พี่น้องชวนชื่น ป็นเรื่องเศร้าที่หลายคนไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง สำหรับ การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก

พี่น้องชวนชื่น ที่ได้เสียเสาหลักของบ้าน อย่าง พ่อดม ไปแบบไม่มีวันกลับด้วยโรคมะเร็งตับ

พี่น้องชวนชื่น

ล่าสุดลูก ๆ ของพ่อดม พร้อมใจกันมาเปิดใจหลังสูญเสียเสาหลักไป ผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง One31 ที่มีหนิง ปณิตา และเป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกร

ตอนนี้สภาพจิตใจเป็นยังไงบ้าง ?

จอย : คือตอนนี้ในความรู้สึกของพี่นะ ถ้าจะให้พูดถึงพ่อ ใครไม่สะกิด ไม่พูด ไม่เป็นไรนะ แต่บางทีเวลาเราไปเดินห้างแล้วมีคนมาบอก เสียใจด้วยนะ คิดถึงพ่อ พ่อเคยไปนู่นไปนี่ พอพูดไปพูดมา อารมณ์มันก็เริ่มมา เราก็ต้องขอตัวไปก่อน เราไม่ไหว อะไรก็แล้วแต่ถ้าหากว่าให้พี่ไปดูคลิปหรือดูอะไร พี่ยังทำใจไม่ได้นะ

จิ้ม : ไม่เคยนึกถึงความเศร้าเลยนะ พ่อเป็นอะไรที่เหมือนแบบเราได้เห็นมาตลอด มันก็เลยกลายเป็นอะไรที่แบบว่าจดจำ เราจดจำเขา ทุกครั้งจะรู้สึกปีติ ปลื้มใจ ทุกคนที่มาร่วมงานก็ช่วยงานกันดีมาก ช่วยในส่วนตรงนั้นตรงนี้จนมันเต็มไปหมด ขอบคุณทีมแพทย์ พยาบาล ของโรงพยาบาลศิริราช แล้วก็โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าทุกท่านด้วยครับ

ย้อนกลับไปนิดหนึ่ง ก่อนที่คุณพ่อจะป่วยมีอาการอะไรไหม ?

จูน : คือไม่มีอาการอะไรเลย เหมือนว่าแกบ่นเจ็บหลัง เราก็จะซื้อแผ่นแปะหลังมาแปะหลังให้แกเฉย ๆ แล้วแกก็ยังไปขายขนมเปี๊ยะให้ป๋าเทพอยู่เลย

โจ้ : ก่อนหน้าที่จะไปตรวจพบ ผมก็โทร. หาพ่อ เพราะทราบว่าไม่สบาย ให้ไปหาหมอแล้วก็ไม่ไป ผมก็เลยบอกว่าเดี๋ยวผมจะลางานแล้วก็ไปกัน เพราะว่าตอนนั้นพี่ ๆ ทุกคนไม่ว่างกันเลย ผมก็พาพ่อไปตรวจสุขภาพ แล้วก็เจอมะเร็งครับ

จิ้ม : พอลูกทุกคนทราบข่าวแล้วก็ช่วยกันปิด เพราะพ่อยังไม่รู้ ก็เลยเป็นที่มาของการบอกว่า พ่อเป็นแค่เนื้องอกนะ พ่อก็ไม่ทราบจนบัดนี้แกคงไปด่าแล้ว

จอย : ที่เราบอกแบบนั้น ก็เพราะคิดว่าวันหนึ่งมันจะต้องรักษาหายค่ะ

ต่าย : ตอนแรกเราก็บอกแกแค่เป็นเนื้องอก แล้วก็บอกขนาดของชิ้นเนื้อ การรักษายังไง คือพ่อไม่สนใจเลยเรื่องพวกนี้ เราบอกว่าทำเคมีเฉพาะจุดแล้วพ่อก็เข้าใจอย่างนั้น แล้วพ่อก็คิดว่าพ่อจะหาย พอทำครั้งแรก ปรากฏว่าเอฟเฟกต์มันเยอะมาก แกเหมือนจะไม่ไหวแล้ว แต่ผ่านไปภายใน 2 เดือนอาการของแกก็ดีขึ้น หลังจากนั้นหมอก็บอกว่าต้องรักษาตามอาการแล้วนะ ไม่สามารถทำเคมีได้แล้ว เราก็เริ่มรู้สึกหมดหวังแล้ว จึงตัดสินใจไปรักษาต่อที่จีน ซึ่งตอนนั้นพ่อดีขึ้นมาก หมอเขาก็ให้กลับมาไทย กลับมาได้ 1 เดือน แล้วก็กลับไปดูอาการใหม่ ก็พบก้อนใหม่เกิดขึ้นมาอีก 2 ก้อน ซึ่งตอนนั้นไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว

พี่น้องชวนชื่น

เมื่อเจอก้อนใหม่ เราบอกพ่อว่ายังไง ?

ต่าย : ก็ช่วงที่รักษาเราก็ปิดกันมาตลอด แต่พอหมอบอกว่ารักษาไม่ได้แล้วนะ รู้สึกเคว้งคว้างมาก แต่ตอนนั้นพี่น้องทุกคนให้กำลังใจเรา ทั้ง ๆ ที่เราต้องปิดพ่อ ตอนนั้นก็บอกพ่อไปว่า ตับของพ่อยังไม่แข็งแรงนะ จึงไม่สามารถทำอีกครั้งหนึ่งได้ หลังจากนั้นก็มีอาการอยู่ตลอด พอเริ่มรู้สึกไม่ไหวแล้ว ตอนนั้นในวาระสุดท้าย เราไม่อยากอยู่กับพ่อคนเดียว อยากอยู่กับพี่น้องทุกคน พอลงจากเครื่องก็ส่งโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าเลยค่ะ

ช่วงนั้นพ่อพูดอะไรบ้าง และเป็นห่วงอะไรบ้างไหม ?

ต่าย : ไม่เลยค่ะ แล้วเวลาทุกคนไปเยี่ยมแกก็จะมีมุกคุยเล่นตลกเฮฮากันมาก

จอย : เวลาพี่ไปเฝ้าพ่อ ไปหาพ่อที่โรงพยาบาล ช่วงที่แกรู้สึกตัวขึ้นมา แกยังบอกว่าจะเล่นตลกอยู่เลย เราก็ถ้าอย่างนั้นก็ตามน้ำไปเลยแล้วกัน ขนาดตอนนั้นพ่อเสียงไม่ค่อยมีนะ แต่ก็ยังจะร้องออกมา

พ่อดมรู้ไหมว่านั่นคือวาระสุดท้ายของเขาแล้ว ?

จอย : พ่อไม่รู้เลยค่ะ

จิ้ม : แต่ถ้าถามผม ผมว่าพ่อรู้นะ แต่แค่เขาไม่อยากได้ยินหรอก คือเขาไม่ได้โง่นะ มันเหมือนกับรู้ว่าผู้หญิงจะบอกเลิก รู้ว่าผู้หญิงปันใจ แต่ว่าผู้หญิงยังไม่ได้พูด ก็ยังมีความหวังอยู่เท่านั้นเอง ถ้าให้พี่เปรียบเทียบกับพ่อนะ พี่ไม่อยากบอก เพราะว่าพ่อเราเป็นคนละเอียดอ่อนต่อความดี สิ่งชั่วร้ายพ่อจะเกลียด ไม่ชอบ คือเขาเป็นคนตัวเล็ก แล้วก็โดนรังแกมาตลอด ก็จะไม่ชอบสิ่งที่ไม่ดีหรือรุนแรง ถ้าบอกว่ากำลังเป็นโรคมะเร็ง ก็อาจจะโหดร้ายไป และพวกเราก็เลยต้องบอกไปแบบนั้น เพื่อให้พ่อได้สู้ แล้วก็ให้พี่น้องทุก ๆ คนช่วยกันหาทางรักษาพ่อ

เห็นบอกว่าตอนพ่อดมป่วย ไม่เคยใส่ชุดโรงพยาบาลเลย ?

ต่าย : ใช่ค่ะ ตอนที่เจอจะไม่เคยใส่เลย ตอนที่พี่ไปก็ไปขอพยาบาลว่าพ่อไม่ใส่นะ เพราะอึดอัด พอไปที่จีน ก็ไม่ได้ใส่อีก ต้องไปที่ห้างซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้แก

จอย : คือแกจะให้บัตรเครดิตไปเลยนะ คือเอาไปให้พ่อเผื่อจะซื้ออะไร ให้เต็มที่เลย อย่างที่พ่ออยากจะได้ ให้พ่อมีความสุขที่สุด

พี่น้องชวนชื่น

พ่อดม ชวนชื่น เคยตามหาลูกคนที่ 15 ด้วย ทราบหรือเปล่า ?

จิ้ม : เคยได้ยิน แต่ไม่รู้สึกอินด้วย ธรรมดาก็ดิ้นรนหากินอยู่แล้ว แต่พอถึงวาระมารู้ตอนนี้ ก็ดีเหมือนกันนะ คนนั้นก็อาจจะใช่ ถึงตอนนี้แล้วถ้าจะมาก็ได้เลยนะ

ความรู้สึกจากใจลูก ๆ อยากบอกอะไรกับพ่อบ้าง ?

จิ้ม : อยากจะบอกว่า พ่อเองไม่เคยคิดถึงความยิ่งใหญ่ ลูก ๆ ก็อาจจะมองไม่เห็น แต่ลูก ๆ คิดว่าพ่อควรจะถูกพรีเซ็นต์ไปในทิศทางที่มีความสุขและสนุกสนาน ก็จะบอกว่าพ่อมีความสามารถอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นลูก ๆ ของพ่อทุกคนทำเต็มที่ ขอให้พ่อดลบันดาลให้พวกเราทุกคน ทุกคนที่ไปร่วมงานพ่อ มีความสุข พ่อมีบารมีเท่าไหร่ก็แผ่มาให้พวกเราด้วยครับ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.kapook.com…

น้องเนยเน็ตไอดอล โร่แจ้งตำรวจถูก หลอกให้ขายโทรศัพท์ผ่านเฟซบุ๊ก

น้องเนยเน็ตไอดอล โร่แจ้งตำรวจถูก “บังแจ็ค”ชาวอินเดีย ที่ใช้เฟซบุ๊กว่า Raja Zulqarnain Haider หลอกให้ขายของออนไลน์

น้องเนยเน็ตไอดอล โดยตุ๋นขายโทรศัพท์ผ่านเฟซ ก่อนมีผู้เสียหายมาแจ้งความถูกหลอกโอนเงิน วันนี้จึงต้องลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเนื่องจากอาจมีผู้เสียหายรายอื่นอีก…

แฟนสาวเก่ง ลายพราง เปิดเผยว่า ระยะช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา บังแจ็ค อยู่ต่างประเทศ ใช้เฟซบุ๊กทักมาหาตน บอกทำนองว่า เห็นใจที่เก่งลายพรางติดอยู่ในเรือนจำ และตนต้องทำงานหาเงินเอง โดยเสนองานให้มีรายได้เสริม ให้ช่วยขายมือถือ iPhone Xs Max มูลค่าเครื่องละ 30,000 บาท บังแจ็คได้ขอเลขที่บัญชี อ้างว่าจะใช้เพื่อการโอนเงินเดือนให้

เมื่อเวลา 00.00 น. วันที่ 24 ธ.ค. ที่สน.บางเขน น.ส.สายธาร หรือเนย เน็ตไอดอล ยิ้มอำไพ อายุ 21 ปี อดีตแฟนของเก่ง ลายพราง เดินทางเข้าพบร.ต.ท.วรณัฐ วงศ์คำ รองสว.(สอบสวน)สน.บางเขน เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังถูกนายบังแจ็ค ชาวอินเดีย ใช้เฟซบุ๊กว่า Raja Zulqarnain Haider หลอกให้ตนขายของออนไลน์เป็นโทรศัพท์มือถือยี่ห้อแอปเปิ้ล รุ่นเท็น เอส แม็กซ์ โดยไม่ได้ค่าจ้าง และตนยังถูกแจ้งความฐานฉ้อโกงจากผู้เสียหาย

น.ส.สายธาร กล่าวว่า บังแจ็คเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กกับตนมา 2 ปี เคยพิมพ์ทักมาหาบ่อยแต่ตนไม่ตอบกลับเพราะไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว จนกระทั่งเมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ ที่ผ่านมา บังแจ็คติดต่อมาเพื่อเสนองานให้ทำ เป็นงานขายโทรศัพท์ไอโฟนรุ่นใหม่ โดยนำเข้าจากต่างประเทศ บังแจ็คบอกว่าให้ตนส่งเลขบัญชีให้ลูกค้าแล้วรอเงินโอนเข้ามา จากนั้นให้ตนไปรับของที่สนามบินดอนเมืองแล้วนำสินค้าส่งของให้ลูกค้าต่อ โดยตนจะได้ค่าจ้างในราคา 4-5 หมื่นบาทต่อเดือน ด้วยความที่ตนถนัดค้าขายของออนไลน์ประกอบกับเห็นว่าเงินดีจึงรับงาน

น้องเนยเน็ตไอดอล

น.ส.สายธาร กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. มีเงินโอนเข้ามา 30,000 บาท และวันที่ 20 ธ.ค. ก็โอนมาอีก 30,000 บาท จากนั้นบังแจ็คสั่งให้ตนถอดเงินสดออกมาแล้วนำเงินสดโอนไปบัญชีธนาคารแห่งหนึ่งในประเทศเวียดนาม 60,000 บาท ซึ่งในการโอนเงินตนให้มารดาโอนผ่านตู้เอทีเอ็มธนาคารกสิกรไทย สาขาสะพานใหม่ โดยบังแจ็คจะโทรศัพท์บอกขั้นตอนการโอนเงินผ่านแม่ทั้งหมด

หลังจากโอนเงินทั้งหมดบังแจ็คไม่ได้ส่งมือถือมาให้ กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.เพชรเกษม แจ้งมาว่ามีผู้เสียหายรายหนึ่งไปแจ้งควาว่าถูกหลอกโอนเงินซื้อโทรศัพท์มือถือโดยโอนเงินเข้าบัญชีของตน จำนวน 30,000 บาท ตนจึงเดินทางไปที่สน.เพชรเกษม เพื่อเจรจากับผู้เสียหายคนดังกล่าว ตอนนั้นตนรู้ว่าโดนหลอกและติดต่อบังแจ็คไม่ได้ แต่ตนจึงยอมชดใช้เงินให้ผู้เสียหายไป วันนี้ตนมาลงบันทึกประจำไว้เป็นหลักฐานที่สน.บางเขน เนื่องจากอาจมีผู้เสียหายรายอื่นอีก

น้องเนยเน็ตไอดอล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวต่างชาติคนนี้ ถูกเรียกว่า ราชา หรือ แจ็ค เคยถูกจับกุมที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2559 ในข้อหาเข้าเมืองผิดกฎหมาย และถูกผลักดันออกไป ทั้งนี้บังแจ็คใช้ชื่อในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า Raja Zulqarnain Haider เคยตกเป็นข่าวโด่งดังจากกรณีออกมาไลฟ์สดโจมตีเบนซ์ เรซซิ่ง พร้อมขู่ฆ่าเบนซ์ เรซซิ่ง และบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี อีกด้วย.

ทั้งนี้ นางสาวสายธาร กล่าวถึงกรณีการคืนเงิน 2,000,000 บาท เพื่อแลกกับการถูกเผยแพร่คลิปหรือภาพลับ ว่า จำนวนเงิน 2,000,000 บาท ไม่มีอยู่จริง ตนเองไม่เคยยืม หรือเคยได้รับเงินจากบังแจ็ค แต่เกิดจากเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2561 บังแจ็คได้ติดต่อมา โดยอ้างว่ามีเพื่อนสนิทชาวต่างชาติคนหนึ่ง ต้องการจะซื้อเฟซบุ๊ก เก่ง ลายพราง เพราะเจ้าตัวติดคุก จึงอยากได้ไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

ทางด้านเก่งก็บอกว่าขายได้ ตนเองจึงตอบตกลงกับบังแจ็คไป แต่เมื่อตกลงกันแล้ว บังแจ็คอ้างว่ายังไม่พร้อมโอนเงิน รอทะยอยโอนให้ ซึ่งได้ชื่อเข้าใช้งานและพาสเวิร์ดไปก่อน ตนเองเห็นท่าไม่ดี จึงปฏิเสธ ไม่ขายให้บังแจ็ค ซึ่งจุดนี้ทำให้กลายเป็นปัญหาที่ขัดกันเรื่องผลประโยชน์ จากนั้นบังแจ็คจึงอ้างเรื่องปมเงิน 2,000,000 บาท

ส่วนกรณีคลิปและภาพนิ่งที่บังแจ็คขู่จะปล่อยออกมานั้น ยอมรับว่า บังแจ็คไม่มีภาพเหล่านั้นจริง ภาพทุกภาพเกิดจากการตัดต่อทั้งหมด เพราะเป็นเรื่องที่บังแจ็คเชี่ยวชาญ ตนมองว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นการสร้างกระแสของบังแจ็ค เพื่อหวังให้เฟซบุ๊กมียอดฟอลโล่เพิ่มขึ้น แต่พฤติกรรมครั้งนี้ ทำให้ตนเองเสียหาย และถูกกระแสโซเชียลโจมตี ขณะนี้ตนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและปรึกษากับฝ่ายกฎหมาย เพื่อจะดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th…

แหม่ม วิชุดา โชว์หน้าบาร์บี้หลังทุ่มเงินศัลยกรรมหลักล้าน ครบ 5 เดือน

แหม่ม วิชุดา เป็นอีกหนึ่งดาราในวงการที่บินตรงไปศัลยกรรมเกาหลี

แหม่ม วิชุดา หลังเจอกับปัญหาศัลยกรรมครั้งแรกแล้วได้ผลที่ไม่พอใจ แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้บินไปศัลยกรรมที่เกาหลีรอบ 2

โดยครั้งนี้เปลี่ยนทั้งโรงพยาบาลและเอเจนซี่ที่ดูแล มาแก้ไขปัญาความหย่อนคล้อยบนใบหน้าด้วยการรอยไหม และปลูกผม 3,000 เส้น

ซึ่งตอนนี้นับแล้วก็ประมาณ 5 เดือน กับการเริ่มทำศัลยกรรมที่เกาหลี แหม่ม เองได้โพสต์รูปหน้าโคสอัพใกล้ๆ ให้เห็นความสวยที่หลายคนบอกเลยว่าคล้าย ตุ๊กตาบาร์บี้ ด้วยพื้นฐานโครงหน้าฝรั่งเป็นทุนเติม ศัลยกรรมเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย ผลที่ได้หลังหน้าเข้าที่ บอกเลยว่าดีงาม

แหม่ม วิชุดา

แหม่ม วิชุดา โพสต์อินสตาแกรมว่า “หลังศัลยกรรมครบ 5 เดือน ความเจ็บบนใบหน้าหายไปหมดแล้ว แผลเย็บข้างหูเหลือแค่รอยขีดจางๆ บางจุด ไม่สังเกตดีๆ จะมองไม่เห็นเลยค่ะ ไรผมที่ปลูกขึ้นมาเหมือนผมปกติ รอยาวให้เท่ากันแค่นั้น ขึ้นแล้วขึ้นเลยไม่มีร่วง แผลที่เย็บด้านหลังหัวหายเจ็บ เป็นปกติแล้ว สรุปง่ายๆ ตอนนี้ ความเจ็บไม่มีหลงเหลือแล้วค่ะ ความบวมบนใบหน้าก็ยุบลงเป็นปกติแล้ว ชิว”

ก่อนหน้าที่จะบินไปแก้หน้ารอบ 2 แหม่ม วิชุดา ได้ live สดลง Facebook ส่วนตัวเกี่ยวกับการรีวิวผลที่ได้จากการศัลยกรรมไว้ว่า “เมื่อวันที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมาว่าสิ่งที่ประทับใจในครั้งแรกที่ทำคือ ฉีดไขมันเข้าร่องแก้ม ก่อนหน้านี้ร่องแก้มชัดมาก แหม่มโอเคกับสิ่งนี้ เพราะทำให้ร่องแก้มหายไป คนที่มีปัญหาร่องแก้มแนะนำ พอร่องแก้มหายจะดูเด็กขึ้นมาทันที”

“ก่อนที่แหม่มจะไปแหม่มมีปัญหาใต้ตาห้อย แหม่มเลยต้องกรีดและเอาไขมันออกและตัดหนังส่วนเกินออก อันนี้แหม่มก็โอเค แต่ก่อนแหม่มไปก็บอกแล้วว่าจะแก้จุดนี้ แต่พอไปถึงมีการพูดคุยกับโรงพยาบาล เจ้าของพยาบาลบอกเอาออกไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ได้ทำนะคะ เพราะอยากทำจุดนี้ถ้ารู้ว่าทำไม่ได้ตั้งแต่แรกจะได้ไม่ต้องไป แต่แหม่มโอเคกับการบอกก่อนผ่านะคะ เราจะได้รู้ว่าอาจจะออกไม่หมด ตอนนี้ผ่านไป 3 เดือน ข้างหนึ่งแฮปปี้ แต่อีกข้างหนึ่งยังออกไม่หมด มีหลงเหลืออยู่นิดนึงพอรับได้ แหม่มรู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้ตั้งแต่ 1 เดือนแรกแล้ว เพราะเราอยู่กับมันมานาน หลังจากนั้นตั้งแต่เดือนแรกแหม่มก็พยายามหาเอเจนซี่ที่อื่นที่จะทำตรงจุดนี้ได้โดยที่ไม่ต้องกรีดซ้ำ”

ต่อมาเป็นการรอยไหม อันนี้อยากพูดถึงมากๆ ครั้งแรกจำได้มั้ยแหม่มบอกว่าอยากไปดึงหน้าแล้วมีการแนะนำให้ใช้การรอยไหม ก็โอเคนะคะกับการรอยไหมแบบไม่ละลาย แต่ที่โรงพยาบาลเขาใช้คำว่าไหมถาวร แหม่มไม่เคยทำมาก่อน แหม่มเลยลองทำดู เขาบอกว่ามันจะอยู่ได้นานกว่าไหมละลาย อยู่ได้นาน 2 ปี คุ้มนะ เดือนแรกที่รอยมาดีมาก หน้าดีสวยงามไม่หลอกแหล่มแฮปปี้มาก ชอบมาก แต่พอเริ่มไป 2 เดือนและ 3 เดือน ไม่ประทับใจเท่าที่ควร อาจจะแล้วแต่คนหรือเปล่าไม่รู้ แต่แหม่มมั่นใจว่าดูแลตัวเองดีมาก ถ้าอยู่แค่ 3 เดือน คิดว่าไม่คุ้ม”

แหม่ม วิชุดา

“นอกจากนี้ยังมีการทำ PRP ที่แหม่มได้ข้อมูลมานั้นคือการดูดเลือดออกมาไปปั่นแล้วฉีดกลับไปที่หน้า 2 เดือนแรกหน้าจะใสเด้ง ฝา กระ จุดด่างดำ รูขุมขนที่กว้างจะกระชับเล็กลง แต่ก็ไม่ได้เป็นขนาดนั้น แหม่มไม่รู้ว่า PRP สำหรับคนอื่นเป็นยังไงนะ สำหรับแหม่มรู้สึกดี 7 วันแรก หน้ามีเลือดฝาด แต่ 2 เดือนก็ไม่ได้ผลเท่าที่ได้ข้อมูลมา”

“สุดท้ายอยากพูดถึงมากๆ คือ โบท็อกซ์หน้าผาก อยู่ในโปรแกรมที่แหม่มไปทำทั้งหมด ตอนแรกแหม่มเข้าใจว่าเขาลืมฉีดมาหรือเปล่า เพราะมันไม่เห็นผล แต่ที่นั่นยืนยันว่าฉีดแต่ต้องรอ 1 เดือนถึงจะเห็นผล แต่หน้าผากแหม่มยับมาก ซึ่งแหม่มคิดว่าไม่เกี่ยวกับยี่ห้อ เพราะที่เมืองไทยเขาก็ใช้ยี่ห้อนี้กัน แหม่มพยายามหาว่าทำไมการฉีดโบท็อกซ์ที่เกาหลีไม่เห็นผล หรืออาจจะเป็นเพราะเรากินยาแก้อักเสบหลังทำศัลยกรรม ถ้าเป็นแบบนั้นจริงทำไม่ฉีดที่หลัง แหม่มไม่ทราบจริงว่าเพราะอะไร แหม่มไม่ได้ว่าใคร นี่คือการรีวิวอันที่ได้ผลจะบอก อันไหนที่ไม่ได้ผลก็บอกแค่นั้น”

ศัลยกรรมครั้งที่ 2 นี้มีค่าใช้จ่ายอย่างละเอียดทั้งหมดเท่าไหร่

– Mini facelifting (การดึงหน้า) 11 ล้านวอน (330,000 บาท)

– ปลูกผม 3,000 เส้น 10.5 ล้านวอน 315,000 บาท

– Accu Sculpt (ดูดไขมันที่เหนียง) 1 ส่วน 2.75 ล้านวอน 82,500 บาท

– ยกมุมปากแบบเย็บ 2.75 ล้านวอน 82,500 บาท

– ฉีด Filler ปาก 1 cc 1.65 ล้านวอน 49,500 บาท

– New Mega (ทำหน้าฉ่ำ) 2.2 ล้านวอน 66,000 บาท

– Ulthera 300 Shot (เลเซอร์ยกกระชับ) 4.4 ล้านวอน 132,000 บาท

รวม 35.25 ล้านวอน คิดเป็นเงินไทย 1,057,500 บาท

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com…

ตั๊กแตน ชลลดา หัวใสทำการตลาดทันควันชัดเจน หลังเจอโยงดราม่า

ตั๊กแตน ชลลดา ไม่เจอดราม่าก็ไม่ใช่วงการบันเทิงซิ โดนอีกดอกจ้า ลูกทุ่งคนน่าฮัก “เพชร สหรัตน์” หลังผันตัวไปขายน้ำปลาร้า

ตั๊กแตน ชลลดา ไปๆมาๆเจอสาดน้ำลายเต็มเปา เมื่อเจ้าตัวโพสต์เฟซถึงแฟนใหม่ที่น่ารักขยันขันแข็งในการทำงาน ไม่พูดมากลงมือทำอย่างเดียว”น้องนินิว”อย่างจริงจังกินขาด ฟาดมาก เลยเจอคนโยงกับอดีตแฟนลูกทุ่งสาว”ตั๊กแตน ชลดา” หรือ ชลดา ทองจุลกลาง ไปอีก

“ผู้หญิงคนสุดท้ายในชีวิต บ้านๆไม่จัดจ้านทั้งปาก-การแต่งตัว”

ต่อมาแม่ดีเจพบพรหรือ สาวตั๊กแตนพันธ์แซ่บเกินพริกร้อยเม็ด โพสต์สั้นๆหลังเจอโยงแฟนเก่า

“อย่าคิดว่าเมิงสำคัญ !! …..เพราะคำนั้นมันก็เคยพูดกับกรู !! #ส่อหล่อแส่แหล่ #เร็วๆนี้ !!”

โอ๊ยๆวุ่นวายแท้เด้อ ฝั่งเพชรสุดทน กับการเจอโยงแฟนเก่า เลยชูเจตนาไม่ปลื้มโพสต์เกรี้ยวกราด ชวนเบิ่งตาวนไป

ตั๊กแตน ชลลดา

“ใครหน้าไหนที่พยายามโยงเรื่องทุกเรื่องที่ผมโพสต์ไปแล้วรำไปโยงใยเรื่องแฟนเก่า ไปไกลๆ และใครไม่ฟังเพลงผมเพราะผมเคยเลิกกับแฟนเก่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตามขอบอกว่า ตามสบาย ทุกคนเราย่อมมีอดีตรึปล่าวว่ะ และ คนฟังเพลงคุณไม่ชอบฟังก็แค่หยุดฟัง แต่คุณไม่มีสิทธิ์มาตำหนิมาว่ามาด่าเขา ถ้าคุณคือผู้ให้กำเหนิดเขา ค่อยเสนอหน้ามาด่าเขา (สิ่งที่ผมโพสต์แค่ผมชอบที่แฟนผมบ้านๆ ดีไม่เรื่องมาก ไม่ชอบแต่งตัว) ผมก็โดนกล่าวหาว่าไปแขวะคนเก่า แบบนี้ก็ได้หรือ “ขอพูดแทนศิลปินทุกท่านด้วยข้อความนี้”

ต่อด้วยการลูบหลัง เอ๊ย!ต่อด้วยคำขอบคุณทุกกำลังใจจากเพื่อนๆชาวโซเชียล พร้อมพูดชัด ด่าได้ผมไม่ท้อ

“ขอบคุณทุกข้อความที่ทักเข้ามาให้กำลังใจ และ เข้าใจทุกข้อความที่ถล่มกันรุนแรง ผมไม่ค่อยยินดียินร้ายกับวงการมายาเท่าไหร่ เพราะผมชินกับการโดนด่าเยี่ยงหมูเยี่ยงหมามาตลอดระยะเวลาที่ถือไมค์ ซึ่งศิลปินดาราทุกท่านก็คงเช่นกัน ฉนั้นตราบใดที่เรายังไม่ได้ฆ่าคนตาย ตราบใดที่เรายังเลี้ยงดูพ่อแม่ ตราบใดที่เรายังใช้ลมหายใจตัวเอง เรายังคือคนสำคัญในตัวเราเสมอ
ด่าได้ครับ แต่ผมไม่มีทางท้อ หรือ หยุดหายใจเพราะคำด่าว่าร้ายอย่างแน่นอน

ตั๊กแตน ชลลดา

ฝั่ง”ตั๊กแตน”ไม่เกรี้ยวกราดต่อกรกับใคร แต่ทำการตลาดโปรโมทเพลงตัวเองทันที ร้อนแรงแทงใจแค่ไหนไม่รู้ แต่เห็นแคปชั่นโปรโมทเพลงแล้วเส้นกระตุกๆ แล้วหละเด้อสาวตั๊กแตน

แต่ภายใต้ความดราม่านั้น บอกเลยว่าสาวแซ่บ ตั๊กแตน ชลดา ก็โนสน โนแคร์จ้า เพราะตอนนี้ทุกสิ่งอย่างเปลี่ยนไปหมดแล้ว เจ้าตัวไม่ได้เป็นนักร้องลูกทุ่งเรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้เหมือนแต่ก่อน เพราะตั้งแต่โสดสาวตั๊กแตน ก็เปลี่ยนเป็นสาวแซ่บสุดเซ็กซี่ไปแล้ว

และต้องบอกเลยว่า ยิ่งนับวันสาวตั๊กแตน ก็ยิ่งแซ่บเหลือหลาย เสื้อผ้าแต่ละชุดที่เจ้าตัวโพสต์ลงไอจี ก็ทำเอาหนุ่ม ๆ ฮือฮาได้ทุกชุดจริง ๆ เพราะเซ็กซี่จนต้องร้องว้าว เรียกว่า ยิ่งโสด ยิ่งแซ่บ ยิ่งเผ็ดขึ้นทุกวันจริง ๆ

ทั้งนี้ ตั๊กแตน เผยเหตุที่เปลี่ยนมาใช้ชื่อ พบพร ภาคินทร์ ผ่านรายการไนน์เอ็นเตอร์เทน ว่า ก่อนหน้านั้น ตนได้เปลี่ยนนามสกุลจากนามสกุลพ่อแม่ตัวเอง ให้กลายเป็นนามสกุลของอดีตแฟน เพราะคิดจะฝากชีวิตไว้กับเขา แต่อยู่มาวันหนึ่ง เราไปด้วยกันไม่ได้ เลยคิดว่า หากแก้ที่เขาไม่ได้ ก็ขอแก้ที่ตัวเองดีกว่า

หลังจากเปลี่ยนชื่อและนามสกุลแล้ว ทุกอย่างก็ดีขึ้นมาก ๆ เพราะมันทำให้เราสบายใจด้วย ส่วนที่มีคนมองว่า ตนเองร้องเพลงประชดเพชรนั้น มันเป็นเรื่องนานาจิตตัง เราห้ามใครไม่ได้ ไม่แปลกที่คนจะไปโฟกัสจุดนั้น แต่จริง ๆ มันเป็นเรื่องของเพลง

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamdara.com…

แจ๊ส ชวนชื่น ทุ่มเต็มที่รักษา พ่อดม ชวนชื่น พาไปถึงเมืองจีน ขายบ้านขายรถก็ยอม

แจ๊ส ชวนชื่น ยอมรับ พาคุณพ่อดม ไปรักษาที่เมืองจีน เพื่อหวังยื้อให้คุณพ่ออยู่นานที่สุด

แจ๊ส ชวนชื่น เป็นหนี้เป็นสิน ขายบ้านขายรถก็ยอม เป็นปกติที่ลูก ๆ จะทำ จากการเสียชีวิตของพ่อดม ชวนชื่น ศิลปินตลกอาวุโส โดยที่มีการจัดงานสวดพระอภิธรรมศพเป็นคืนที่ 2 เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2561 ที่วัดนวลจันทร์ ซึ่งแจ๊ส ชวนชื่นเองก็ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อ ถึงเรื่องที่พาพ่อดม ไปรักษาที่ต่างประเทศ

ทั้งนี้ แจ๊ส เผยว่า วันนี้มีคนใส่เสื้อสีชมพูมากขึ้น เพราะเป็นความตั้งใจของพ่อที่อยากให้งานศพสดใส และตนต้องขอบคุณทุกคนที่มา จากทั้งวงการตลกและนักแสดง ส่วนในงานนั้นก็จะมีรำวง มหรสพ ลิเก ดนตรี ตลกคณะชวนชื่นเล่นพร้อมกันหมด

แจ๊ส ชวนชื่น

วันที่เขาเสียนั้น คุณจิ๊ก นวรัตน์ ได้เป็นคนมาแต่งหน้าศพให้ และตนก็อยู่ด้วย ตนจับมือคุณพ่อเอาไว้ และบอกกับพ่อว่า “ไม่ต้องมานะ จะนอน มาวันว่าง ๆ” ส่วนกำลังใจก็ดีขึ้น บรรยากาศเองก็ไม่โศกเศร้า พี่น้องทุกคนก็ต้องเข้มแข็งให้พ่อเห็น เราก็รู้ด้วยว่าเขาไปสบาย

เรื่องลูกคนที่ 15 ตนเองยังไม่รู้ ที่ผ่านมาตนก็คิดว่าตนเป็นลูกคนเล็กสุด แต่ก็ไม่แปลกถ้าจะมี และถ้ามีก็อยากเจอ อย่างเวลาอยู่ในงานศพก็มีญาติ ๆ มาทักทาย แตกแขนงออกไปเยอะมาก

เรื่องการรักษาคุณพ่อที่เมืองจีน เริ่มต้นจากการที่คุณนุ่น รมิดา โทรศัพท์มาหาตนเรื่องการรักษามะเร็งที่เมืองจีน ที่มีแตกแขนงไปถึง 18 แบบ แต่ที่เมืองไทยรักษาได้แค่ 3 แบบ ตนจึงคิดว่า ไปก็ไป พอไปถึงเขาก็มีระบบการรักษาของเขา ตนก็ได้แค่ถามไถ่เป็นระลอกจากภรรยา

แจ๊ส ชวนชื่น

ส่วนค่ารักษาถึง 5 ล้านบาทหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เพราะภรรยาเป็นคนจัดการ พี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคนก็ช่วยกัน เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องปกติที่ลูกจะทำ ต่อให้ต้องขายรถขายบ้าน เป็นหนี้เป็นสินก็ยอม เพื่อทำให้พ่อหาย ทีแรกก็มีความหวัง แต่นาน ๆ ไปก็เริ่มทำใจ และรักษาคุณพ่อตามอาการ ถ้าไอก็รักษาอาการไอ ปวดก็รักษาตามปวด แต่ไม่ได้รักษามะเร็งออกไป

ที่ผ่านมาตอนที่รักษา ก็เจอมาหลายหมอ บางคนก็พูดตรง บางคนก็พูดอ้อม ตนรู้อยู่แล้วว่าพ่อต้องตาย แต่เมื่อไรเท่านั้น อีกอย่างเราเองไม่ได้บอกพ่อ พ่อไม่รู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็ง บอกเขาแค่ว่าเขาเป็นเนื้องอก ที่ผ่านมาเขาก็โรยราเรื่อย ๆ จนเมื่อวันนี้มาถึง เราก็ได้แต่บอกว่า เราทำดีที่สุดแล้ว

ค่ารักษาไม่ใช่แค่ครั้งใหญ่ แต่มีครั้งย่อยที่มาเรื่อย ๆ คนเป็นมะเร็งไม่ได้กลับบ้านหรอก กลับบ้านไม่นานก็กลับมาโรงพยาบาล ท่านเองไม่เคยเป็นอะไร ไม่เคยเข้าโรงพยาบาล จนเมื่อไปตรวจจึงเจอว่าเป็นมะเร็งเข้าขั้นที่ 3 เข้าชั้นที่ 4 ที่ไม่เห็นมาก่อนเพราะเขาแข็งแรง ไม่ได้เป็นอะไรเลย ความดันก็ปกติ มีแค่มะเร็งอย่างเดียว

ตอนที่ไปจีนตนก็หวังว่าจะหาย เพราะมะเร็งยุบลง แต่สุดท้ายก็เจอใหม่ ทำให้เรารู้ว่าปาฏิหาริย์ไม่มี เราก็เริ่มทำใจว่าท่านไปแน่ แต่แค่เมื่อไร

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.kapook.com

 …

“โคลอี้ คาร์ดาเชียน”ชม”คอร์ทนีย์”ยอดคุณแม่หลังผัวเก่าควงแฟนเที่ยวกับครอบครัว

โคลอี้ คาร์ดาเชียน ดาราสาวเรียลลิตี้โชว์ ออกมากล่าวชื่นชม คอร์ทนีย์ คาร์ดาเชียน พี่สาวของเธอ ที่ทำหน้าที่คุณแม่ที่ดีและใจกว้างเป็นมหาสมุทร

โคลอี้ คาร์ดาเชียน สำหรับการหอบลูกๆ ไปเที่ยวพักผ่อนที่เม็กซิโก พร้อมกับ สกอตต์ ดิซิค อดีตสามี แถมยังให้ โซเฟีย ริชชี่ แฟนสาวของเขาร่วมในทริปนี้ด้วย

“นี่คือสิ่งที่ถูกต้องสำหรับการทำหน้าที่ผู้ปกครองร่วมกัน” แฟนรายหนึ่งแคปชั่นภาพของอดีตคู่สามี-ภรรยา, ลูกๆ และ ริชชี่ ในทวิตเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม ที่ผ่านมา ซึ่ง โคลอี้ ได้เขียนตอบว่า “ยิ่งกว่าภูมิใจในตัวพวกเขาทุกคน!!! นี่คือความรัก!!! ลูกต้องมาก่อนอะไรทั้งหมด!! ทุกคนเป็นผู้ใหญ่ที่น่าทึ่ง!!!”

ขณะที่ผู้ใช้อินสตาแกรมรายหนึ่งได้แชร์ภาพและวิดีโอของสตาร์ Keeping Up With the Kardashians และนางแบบสาวทานอาหารค่ำกับ เมสัน ดิซิค วัย 9 ขวบ ที่ร้านอาหาร Edith ในคาโบ ซาน ลูคัส เมื่อวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม ที่ผ่านมา

โคลอี้ คาร์ดาเชียน

“ครอบครัวพวกเขาทานล็อบสเตอร์และสเต็กและดูเหมือนว่ามีช่วงเวลาที่ดีมากๆ” ผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่งเผย “วงดนตรีมาริอาชี่มาที่โต๊ะพวกเขาระหว่างดินเนอร์และบรรเลงเพลง Feliz Navidad” ขณะที่ E! ได้โพสต์รูปของครอบครัวคนดังเช่นกัน ซึ่ง คอร์ทนีย์ วัย 39 ปี และ ริชชี่ วัย 20 ปี นอนอาบแดดร่วมกันและเดินเล่นที่ชายหาดด้วย

โคลอี้ คาร์ดาเชียน

ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคม แหล่งข่าวรายหนึ่งเผยว่า คอร์ทนีย์ กับอดีตสามี ซึ่งแยกทางกันเมื่อ 3 ปีก่อนและมีลูกๆ ด้วยกัน 3 คน คือ เมสัน, เพเนโลเป้ (6) และ เรน (4) ยังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันและช่วยกันเลี้ยงลูกๆ ต่อไป

“ถึงตอนนี้ คอร์ทนีย์ ลืมดราม่าระหว่าง สกอตต์ กับ โซเฟีย และเธอไปหมดแล้ว สกอตต์ กับ โซเฟีย คงไม่เลิกรากันในเร็วๆ นี้แน่และพวกเขาก็อินเลิฟกันมากๆ ซึ่ง คอร์ทนีย์ ก็ยอมรับในเรื่องนั้น” แหล่งข่าวเผย “เธอแค่อยากสงบศึกและใช้ชีวิตตัวเองต่อไป มันดีที่สุดสำหรับเธอ, ครอบครัว และ โซเฟีย ด้วย ดราม่าทั้งหมดนั้นเป็นอดีตไปแล้วและพวกเขาก็เข้ากันได้เป็นอย่างดี”

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamdara.com

10 ฉายาดาราประจำปี 2561 แอฟ-แมท มีชื่อติดโผทั้งคู่ ฉายาให้ดาราประจำปี

10 ฉายาดาราประจำปี ฉายาดาราประจำปี 2561 โดยกลุ่มนักข่าวบันเทิงไทย ซึ่งได้รับความร่วมมือจากนักข่าวบันเทิงจาก 24 สำนักข่าว

10 ฉายาดาราประจำปี ประกอบไปด้วยสื่อทีวี สื่อหนังสือพิมพ์ และสื่อออนไลน์ คัดเลือกดาราที่มีการเสนอชื่อเข้ามาจากข่าวดังตลอดปี 2561 จำนวน 49 คน รวมทั้งสิ้น 296 ฉายา และประชุมคัดเลือกให้เหลือ 10 คน 10 ฉายา โดยฉายาต่างๆ นั้นหยิบเอาประเด็นข่าวในรอบปีมาหยิกแกมหยอก ซึ่งเป็นการวิจารณ์บันเทิงในรูปแบบหนึ่ง

แอฟ ทักษอร ฉายา กุลสตรอง

10 ฉายาดาราประจำปี

ขึ้นชื่อว่าเป็นนางเอกที่รูปสวย รวยทรัพย์ แถมกิริยามารยาทยังเรียบร้อยสมเป็นกุลสตรีไทย แต่พอถึงเวลาต้องออกมาเปิดเผยเรื่องขาเตียงหักของตัวเอง นางเอกสาวก็ตอบได้แบบเด็ดเดี่ยว ประทับใจ แถมไม่ทำร้ายอีกต่างหาก สมกับที่เป็นกุลสตรีที่มีความสตรองเป็นเลิศจริงๆ

แมท ภีรนีย์ ฉายา รักซ้อนไม่ย้อนแล้วจ้า

10 ฉายาดาราประจำปี

หลังจากเปิดตัวว่าเปิดใจคบหาไฮโซหนุ่ม สงกรานต์ เตชะณรงค์ จนทำเอาหลายคนฮือฮากันแล้ว แต่กลับตั้งข้อสังเกตว่า ความรักครั้งใหม่ของนางเอกสาวนั้นอยู่ในช่วงที่ซ้อนทับกับความสัมพันธ์อันค้างคาของฝ่ายอดีตภรรยา แอฟ ทักษอร หรือไม่ พร้อมกับการออกมาตอบคำถามชี้แจงของนางเอกสาว โดยมีประโยคเด็ดว่า…ไม่ย้อนแล้วจ้า

หนุ่ม ศรราม ฉายา เหินฟ้าคว้าเมีย

10 ฉายาดาราประจำปี

อดีตพระเอกเจ้าของบทบาทดัง เหินฟ้า จากละครผยอง หนุ่ม ศรราม ซึ่งที่ผ่านมามักไม่ค่อยเปิดเผยเรื่องความรักกับสาวคนไหนเท่าไร แม้แต่กับสาว นิโคล เทริโอ ที่ดูว่าน่าจะลงเอยด้วยมากที่สุดแล้วก็ยังโดนเทไปแบบงงๆ สุดท้ายพระเอกดังกลับมาแพ้ทางสตั๊นต์สาว ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ ก่อนซุ่มเงียบแต่งงานและประกาศมีลูกแบบสายฟ้าแลบ

เสก โลโซ ฉายา ร็อกเกอร์เพ้อไลฟ์

10 ฉายาดาราประจำปี

ไลฟ์เฟซบุ๊กมาราธอน 7 วัน 7 คืน ร็อกเกอร์หนุ่ม เสก โลโซ สรรหาเรื่องนั้นเรื่องนี้มาพูดได้ไม่หยุดหย่อน เดี๋ยวอารมณ์ดี เดี๋ยวอารมณ์ร้าย เดี๋ยวหัวเราะ เดี๋ยวร้องไห้ จนแฟนๆ ส่วนใหญ่ชักเป็นห่วงว่าอาการเพ้อของนักร้องหนุ่มนั้นเป็นผลมาจากฤทธิ์ยาอะไรหรือเปล่า!!

ขวัญ อุษามณี ฉายา บาร์บี้มีแต่เรื่อง

10 ฉายาดาราประจำปี

นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปลายปี นางเอกหน้าตุ๊กตาเจ้าของฉายาบาร์บี้เมืองไทย ขวัญ อุษามณี มีแต่เรื่องให้ปวดหัว ไม่ว่าจะรักร้าวกับอดีตแฟนหนุ่ม กอล์ฟ พิชญะ จนแทบมองหน้ากันไม่ติด มีปัญหากับผู้รับเหมาต่อเติมและตกแต่งบ้าน รักคลุมเครือกับท่านลอร์ด รวมถึงรักครั้งใหม่กับไฮโซหนุ่มเจ้าของโรงแรมดัง ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องในทางไม่ค่อยจะดีนักทั้งนั้น

แพท ณปภา ฉายา ซิงเกิลมัมพันธุ์แกร่ง

10 ฉายาดาราประจำปี

ประสบมรสุมตั้งแต่ปีที่แล้ว หลังแฟนหนุ่ม เบนซ์ อัครกิตติ์ เจอคดีฟอกเงินและถูกจำคุก ต้องเลี้ยงลูกชายน้องเรซซิ่งคนเดียวตลอดปีกว่า จนกระทั่งมารู้ว่า แม่ที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก ไม่ใช่แม่แต่เป็นคุณย่า ส่วนพี่ชายกลับเป็นพ่อแท้ๆ และพอสามี เบนซ์ เรซซิ่ง ได้รับการประกันตัว กลับยังไม่เคลียร์เรื่องความสัมพันธ์ที่ชัดเจน งานนี้เจ้าตัวเลยเลือกเองว่าขอทำหน้าที่แม่ของลูกเท่านั้นพอ เรียกว่าฝ่าทุกมรสุมได้แบบชิลๆ สมเป็นซิงเกิลมัมพันธุ์แกร่งจริงๆ

กัปตัน ชลธร ฉายา คุณพ่อท้องลม

10 ฉายาดาราประจำปี

หลังเจอข่าวอดีตแฟนสาว มิ้ง ศวภัทร ออกมาแฉความสัมพันธ์จนถึงขั้นตั้งท้อง ทำเอากระแสสังคมกระหน่ำโจมตีอย่างหนักหน่วงถึงความไม่แมนของดาราหนุ่ม กระทั่งสุดท้ายฝ่ายหญิงออกมาขอโทษและสารภาพหน้าศาลหลังโดนครอบครัวฝ่ายชายฟ้อง โดยยอมรับว่าโกหกเรื่องท้องเหตุเพราะรักฝ่ายชายมาก ทำให้หนุ่ม กัปตัน กลายเป็นคุณพ่อท้องลมไปโดยปริยาย

เบลล่า ราณี ฉายา นารีปีทอง

10 ฉายาดาราประจำปี

หลังโด่งดังสุดๆ จากละครบุพเพสันนิวาส ทำให้ชื่อของ เบลล่า ราณี ขึ้นแท่นนางเอกเบอร์ต้นของวิกน้อยสี นอกจากงานที่รุมเข้ามาอย่างมากมายแล้ว เรื่องความรักของสาวเบลล่ากับพระเอกต่างช่อง เวียร์ ศุกลวัฒน์ ยังหวานและแฮปปี้สุดๆ เรียกว่าปีนี้เป็นปีทองของนางเอกสาวที่ลักกี้อินเกมและลักกี้อินเลิฟควบคู่กันไปเลย

โป๊ป ธนวรรธน์ ฉายา พี่หมื่นขึ้นหม้อ

10 ฉายาดาราประจำปี

โด่งดังจากบท พี่หมื่น ละครบุพเพสันนิวาส ส่งให้พระเอก โป๊ป ธนวรรธน์ กลับมามีชื่อเสียงโด่งดังอีกครั้ง แถมงานอีเวนต์ถาโถมมาแทบไม่เว้นวัน กลายเป็นที่จับตาก่อนโดนขุดคุ้ยเรื่องความเจ้าชู้ โดยเฉพาะที่มีสาวออกมาแฉว่าหนุ่มโป๊ปไดเรกไอจีมาบ่อยๆ เรียกว่าพี่หมื่นขึ้นหม้อทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว

อั้ม พัชราภา ฉายา แซ่บบนคานผ่านหลักสี่

10 ฉายาดาราประจำปี

นางเอกซุปเปอร์สตาร์ตัวแม่ อั้ม พัชราภา ที่ปีนี้อายุครบ 40 ปีเต็ม แต่ตัวเลขก็ไม่สามารถทำอะไรกับความเซ็กซี่สุดแซ่บของนางเอกสาวได้ แถมยังครองความโสดไว้แบบสวยๆ ให้ผู้ชายเสียดายเล่น แบบนี้แม่อั้มเลยผ่านหลักสี่ไปแบบเริดๆ…

ขุน ชานนท์ ลั่นเพราะความจน จึงโดน แก้มบุ๋ม บุกบ้านมาบอกเลิก !

ขุน ชานนท์  ไม่อยากพูดแล้วเหตุเลิก แก้มบุ๋ม วอนจบ ขำ ๆ ผมมันจน หัวใจโสด รับเข็ดกับความรัก

ขุน ชานนท์ ในที่สุด ขุน ชานนท์ ก็ออกมาพูดถึงเรื่องเลิกรากับสาวแก้มบุ๋ม ปรียาดา หลังปล่อยให้ชาวโซเชียลคิดไปต่าง ๆ นานาในแง่ลบ โดยในงานแถลงข่าว งานเทศกาลดนตรีและไลฟ์สไตล์ บางกอกแอร์เวย์ส พรีเซ็นต์ สมุยเฟสต์ 2018 ที่หนุ่มขุนเดินทางมาร่วมงาน เจ้าตัวก็เผยว่า ไม่อยากจะตอบแล้วเพราะมันเป็นเรื่องอดีต ตอนนี้ก็แฮปปี้ ขออยู่คนเดียวก่อน

อยากจะพูดอะไรบ้างไหมหลังจากที่ฝ่ายหญิงออกมาพูดแล้ว ?

ขุน  : ไม่รู้จะพูดอะไรครับ แต่ก็รู้ข่าว แต่จะให้ผมบอกใคร บอกเรื่องอะไร แล้วพวกพี่คิดว่าเป็นยังไงล่ะครับ (ยิ้ม) แต่ไม่ต้องพูดหรอก เรื่องมันนานแล้ว

ตอนนี้สภาพจิตใจเป็นยังไง ?

ขุน  : ที่เขาออกมาแถลงข่าวเลิกผม นั่นเขาบอกเลิกผมมา 2 เดือนแล้วนะ

ตอนนั้นได้พูดคุยปรับความเข้าใจกันไหม ?

ขุน  : ปรับทำไมล่ะ เขาเป็นคนบอกเลิก มาบอกเลิกที่บ้านก็เท่านั้นเอง ไม่สัมภาษณ์แล้ว พอ เรื่องมันจบไปแล้ว สัมภาษณ์ทำไม (หน้าเครียด)

ขุน ชานนท์ แก้มบุ๋ม ปรียาดา
ภาพจาก INN
แล้วเรื่องเงินล่ะ คือยังไง ?

ขุน  : ผมเป็นคนจนมากครับ ขอบคุณครับ (ยิ้ม) ไม่อยากพูดแล้ว ไม่มีตังค์ (หัวเราะ)

ข่าวนี้มีผลกระทบอะไรกับเราไหม ?

ขุน  : ผมก็ไม่คิดว่ามันจะกระทบอะไรนะ เห็นว่ามันกระทบอะไรหรือเปล่าล่ะ

งานเราก็เหมือนเดิมใช่ไหม ?

ขุน  : ก็มีเรื่อย ๆ

แล้วกระทบความรู้สึกเราไหม ?

ขุน  : ก็มันเลิกไปแล้ว เขาเป็นคนมาบอกเลิกเอง ก็ทำดีที่สุดแล้ว

เสียดายไหมเพราะก่อนหน้านี้คู่เราก็ดูหวานมาก ?

ขุน  : เราก็ไม่รู้เลยว่าเขาจะบอกเลิก

แสดงว่าเราก็อึ้งเหมือนกัน ?

ขุน  : เป็นพี่ พี่อึ้งไหมล่ะ ?

แสดงว่าก่อนหน้านั้นเหตุการณ์ปกติ ไม่มีวี่แววมาก่อนเลย ?

ขุน  : โน คือถ้าถามว่าผมกินเหล้า สูบบุหรี่ใช่ไหม ก็ใช่ และผมก็กินเหล้า สูบบุหรี่มาตั้งนานแล้ว เขาก็รู้

เราเฮิร์ตไหมตอนที่เขามาบอกเลิก ?

ขุน  : ก็นิดนึงครับ แต่มีพ่อ แม่ น้องสาวอยู่ด้วย

ได้ปรึกษาใครไหม ?

ขุน  : ก็ปรึกษาพ่อแม่แล้วก็น้อง ก็คุยกับพ่อ พ่อพูดคำเดียวว่า น้องขุนไม่เป็นไรหรอกลูก แค่นั้น

อยากปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปใช่ไหม ?

ขุน  : ก็ตามที่ออกข่าวแหละ พ่อก็บอกว่าตลกดี ไม่ออกข่าวมา 20 ปีแล้วพ่อผมน่ะ (ยิ้ม) ออกข่าวดังอยู่ 2 วัน ทีหลังก็เอารูปพ่อผมไปออกเยอะ ๆ นะครับ พ่อผมจะได้ดีใจบ้าง (หัวเราะ)

ในโซเชียลมีคอมเมนต์มาว่าเราบ้างไหม ?

ขุน : ไม่ได้ดู ผมเป็นคนไม่ค่อยเล่นโซเชียลเท่าไร

คนที่ด่าหรือว่าเรา เราก็ไม่โกรธ ?

ขุน  : โกรธทำไมล่ะ เราเป็นคนของประชาชน เป็นคนที่อยู่ในที่สว่างอยู่แล้ว เขาจะด่าจะว่าอะไรก็เรื่องของเขาสิ ดีกว่าที่เขาจะไม่มองอะไรเราเลย

ไม่ห่วงภาพลักษณ์ตัวเองเหรอ ภาพเราออกแบด ๆ ?

ขุน  : ผมเหรอ แบด ๆ เหรอครับ ผมคิดว่าการที่เราทำงาน ผมเรียกตัวเองว่าไม่ใช่ดารานะ ผมเป็นนักแสดง เป็นพิธีกร ในการทำงานที่เป็นนักแสดงหรือพิธีกรเราทำอาชีพ เราไม่ได้สร้างภาพนะครับ คุณจะหลอกคนที่ดูเราเป็นไอดอลเหรอครับ คุณจะต้องสร้างภาพทำบุญโน่นนี่นั่นตลอดเหรอ ถ้าสมมุติว่าคุณเห็นว่าผมเป็นคนดี และเป็นไอดอลของคุณได้ คุณก็ต้องรับในงานที่ผมทำได้เหมือนกัน นั่นคือสิ่งที่ควรจะเป็น

เรื่องผ่านมานานแล้ว เราพร้อมที่จะเปิดใจคุยคนใหม่หรือยัง ?

ขุน  : (ส่ายหน้า) เข็ด (หัวเราะ)

เข็ดคนในวงการหรือเข็ดความรัก ?

ขุน  : เปล่า ๆ ก็ทำงาน (ยิ้ม) ทำไมซักไซ้กันเก่งเหลือเกิน (หัวเราะ) พอหรือยัง (ยิ้ม) ก็ไม่มีอะไร มันก็จบลงด้วยดี เพราะว่ามันก็ไม่มีอะไรจริง ๆ

ถ้าอย่างนั้นเราก็อยู่กับเพื่อนชิล ๆ ทิ้งเรื่องนี้ไปเลย ไม่ได้เอามาคิดให้ปวดหัวใช่ไหม ?

ขุน  : มันน่าคิดไหมล่ะ ผมถามพี่ ๆ ทุกคนนะ มันเป็นเรื่องที่น่าคิดไหม มีถามเรื่องอื่นไหม เรื่องผลงานไหม คุณพ่อจอมซ่าส์ ทาง GMM25 นะครับ เรตติ้งดีมากครับ ทุกคนพอใจ หวังว่าจะมีภาค 2 นะครับ แล้วอีกเรื่อง เรือมนุษย์ ออนแอร์น่าจะสิ้นปีนี้ครับ

เรามาสายการแสดงมากกว่าพิธีกรไหมช่วงนี้ ?

ขุน  : ก็มาตั้งนานแล้ว ทำงานเป็น 10 ปีแล้วเนี่ย เล่นละครหลายเรื่องแล้ว แต่แค่ไม่ดังเท่านั้นเอง (หัวเราะ)

ขุน ชานนท์ แก้มบุ๋ม ปรียาดาแก้มบุ๋ม ปรียาดา

 

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.kapook.com…

ฉลอง 5 ปีสุดยิ่งใหญ่ “โปเตโต้” นำทีม “สล็อตแมชชีน-ปาล์มมี่”กระโดดสนั่น

ฉลอง 5 ปีสุดยิ่งใหญ่ กลับมาระเบิดความสนุกเชื่อมทุกมิตรภาพ สำหรับ คอนเสิร์ต “ช้าง มิวสิค คอนเนคชั่น มิวสิคโทรโพลิส”

ฉลอง 5 ปีสุดยิ่งใหญ่  ที่ได้สร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับชาวไทยตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ด้วยเสียงเพลงเป็นตัวเชื่อมต่อมิตรภาพให้กับพลเมืองของมหานครดนตรีแห่งนี้มาแล้วกว่า 2,000,000 คน ผ่านคอนเสิร์ตกว่า 1,000 ครั้งทั่วประเทศ ปีนี้เดินทางก้าวสู่ปีที่ 5 งานดนตรีอันเป็นที่สุดของความอลังการ จัดเต็ม เวที แสงสี เสียง และ ศิลปินระดับแนวหน้าของเมืองไทย เชื่อมต่อมิตรภาพกับแก๊งเพื่อน ภายใต้แนวคิด “เติมเต็ม คำว่าเพื่อน” ที่ได้รับการตอบรับจากคนดูเพิ่มมากขึ้นทุกปี

ล่าสุดศิลปินระดับชั้นนำของเมืองไทย อย่าง โปเตโต้, สล็อตแมชชีน และ ปาล์มมี่ มอบความสุขผ่านเสียงเพลง ณ ลาน ST SQUARE [ เอสที สแควร์ ] จังหวัดเชียงราย ซึ่งได้รับการตอบรับจากเพื่อนๆ ชาวเชียงรายอย่างหนาแน่น การันตีความสนุกทั้งร้อง ทั้งเต้น กระโดดแบบสุดตัว ท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบาย โดยมีคนเข้าร่วมชมคอนเสิร์ตฯ จำนวนมากกว่า 1 หมื่นราย

งานนี้เปิดฉากความสนุกด้วย ปาล์มมี่ ที่มามอบความสนุกแบบสุดเหวี่ยงให้กับเพื่อนๆ ชาวเชียงราย เป็นวงแรก ส่งผลงานเพลงใหม่ล่าสุด ซ่อนกลิ่น มาโชว์พลังเสียง ตามด้วย สล็อตแมชชีน ที่ได้รับเสียงกรี๊ดสนั่น ก่อนปิดท้ายความสนุก กับ โปเตโต้ ที่ขนเพลงฮิตจากหลายอัลบั้มในความทรงจำมาเอาใจชาวเชียงราย จัดเต็มสุดพลัง บนเวที แสง สี เสียง สุดอลังการ

“ปั๊บ” พัฒน์ชัย ภักดีสู่สุข นักร้องนำวง “โปเตโต้” กล่าวว่า “ปีนี้คอนเสิร์ตช้าง มิวสิค คอนเนคชั่น มิวสิคโทรโพลิส เดินทางสู่ ซีซั่น 5 แล้ว พวกเราดีใจมากๆ ที่ได้กลับมามอบความสุขผ่านเสียงเพลงให้เพื่อนๆ ชาวมิวสิคโทรโพลิสจังหวัดเชียงรายอีกครั้ง วันนี้ได้นำเพลงจากหลายๆ อัลบั้มในความทรงจำ มาสร้างประสบการณ์ทางดนตรีให้กับเพื่อนๆ แบบจัดเต็ม บนเวที แสง สี แสง สุดอลังการ โดยความพิเศษที่เหนือกว่าทุกครั้งเพื่อนๆทั่วประเทศ เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาร่วมเชื่อมต่อมิตรภาพผ่านเสียงเพลงไปด้วยกันนะครับ”

ฉลอง 5 ปีสุดยิ่งใหญ่

ฉลอง 5 ปีสุดยิ่งใหญ่

ฉลอง 5 ปีสุดยิ่งใหญ่

ฉลอง 5 ปีสุดยิ่งใหญ่

 

ทั้งนี้แฟนเพลงทั่วประเทศติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ลุ้นบัตรเข้างานได้ที่ Facebook.com/Changworld

ขอบคุณแหล่งที่มา https://docs.google.com

 …

เกรท วรินทร สงสาร “หมออร” ถูกเปิดวาร์ป จากนี้เราคงต้องใช้เวลาปรับตัว

เกรท วรินทร ตั้งใจจะเก็บเรื่องราวความรักไว้เป็นส่วนตัว แต่เพราะถูกชาวเน็ตเปิดวาร์ป เผยโฉมหน้าแฟนสาวคนสวยดีกรีคุณหมอ หมออร หรือ Dr.ORN Clinic

เกรท วรินทร งานนี้พระเอกหนุ่มรูปหล่อ เกรท  เลยได้ออกมาเปิดใจกับกองทัพสื่อว่า ข่าวดังกล่าวสร้างความเครียดให้กับตนและฝ่ายหญิงเป็นอย่างมาก แต่ถึงอย่างนั้นทั้งคู่ก็จะพยายามทำความเข้าใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น

ช่วงนี้หัวใจเป็นสีชมพูเพราะกำลังปลูกต้นรักแสนหวานกับคุณหมอคนสวย ก่อนหน้านี้ เกรท เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าอยากรักแบบเงียบๆ ยังไม่พร้อมที่จะเปิดตัวกับสาวคนสนิทเพราะอีกฝ่ายยังไม่ชินกับวงการบันเทิง แต่ถ้าใครจะตามสืบหรืออะไรก็ไม่เป็นไร

“ผมเกรงใจเหมือนกัน คือเราไม่รู้ว่าผลกระทบทางโซเชียลสมัยนี้มันควบคุมลำบาก อันนี้ความคิดส่วนตัว ผมแค่รู้สึกว่าการมีความรักมันเป็นเรื่องที่ดี ไม่ว่าจะเป็นรักแม่ รักพ่อ รักเพื่อน มันก็เป็นเรื่องที่ดี สดใสดี แต่ว่าบางทีบางอย่างถ้าเกิดเลือกที่จะอยู่สงบๆ ได้ ผมว่ามันก็ดีกว่า” เกรท กล่าว

ล่าสุด ดูเหมือนว่ารักครั้งนี้ของ เกรท จะอุบนิ่งไม่ได้แล้ว เพราะมีนักสืบโซเชียลไปแอบส่องมาว่า คุณหมอคนสวยที่เข้ามานั่งในหัวใจของ เกรท นั้น มีดีกรีเป็นคุณหมอที่เชี่ยวชาญทางด้านปลูกผม และคนในแวดวงต่างรู้จักกันดีในนามของ คุณหมออร

“ผมเห็นข่าวแล้วครับ ผู้หญิงคนนั้นเขาก็คือแฟนผมจริงๆ ถามว่าตกใจไหม เอ่อ…ผมก็ไม่ได้ตกใจอะไรมาก เพราะตัวเขาเองก็เป็นคนที่มีชื่อเสียงในแวดวงของเขาอยู่แล้วเหมือนกัน แต่มันก็อาจจะมีผลกระทบอยู่บ้าง เนื่องจากเขาก็ยังไม่ค่อยคุ้นชินกับข่าวอะไรพวกนี้สักเท่าไหร่ คือมันไม่ค่อยโอเคกับเราทั้งคู่เวลามีคนมาคอยสืบคอยถาม แต่เราก็เข้าใจสังคมนะ เข้าใจว่ามันห้ามยาก ส่วนอะไรที่มันจะกระทบเข้ามาเราก็ต้องจัดการกับมันให้ได้”

แสดงว่าฝ่ายหญิงเขาค่อนข้างเครียดกับเรื่องนี้พอสมควร ?
“ก็เครียดเหมือนกันครับ แต่มันน่าจะเป็นเพราะความไม่คุ้นชินมากกว่า ซึ่งเราก็พยายามให้กำลังใจกันตลอด”

หลังจากนี้การไปไหนมาไหนของเราจะต้องระวังมากขึ้นไหม ?
“จริงๆ ผมไม่อยากพูดเรื่องนี้เยอะนะครับ เพราะเดี๋ยวก็จะมีประเด็นอื่นๆ ตามมาอีก เอาเป็นว่าตอนนี้เราก็ต้องค่อยๆ ปรับตัวกัน ทั้งจากข่าวและจากผลกระทบอื่นๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็คือเรื่องของอนาคตว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป”

เพื่อนๆ ในแก๊งแซวน้อยลงไหมพอถูกเปิดวาร์ปแบบนี้ ?
“ก็ต้องด่าครับ (หัวเราะ) คือทุกคนก็รู้แหละว่าอะไรมันหนักไปหรือมากไป เราก็ค่อยมาคุยกัน”

ทาง บอย ปกรณ์ เหมือนเขาก็รู้สึกผิดและก็ขอโทษที่แซวบ่อยจนกลายเป็นข่าว ?
“เอ่อ…จริงๆ เรื่องของผมมันก็ประมาณหนึ่งครับ แต่เรื่องของน้อง (เจมส์ จิรายุ) น่าจะหนักกว่า ซึ่งผมเองก็ต้องขอโทษน้องด้วยเหมือนกัน”

หลังจากนี้เรากับแฟนจะไปไหนมาไหนด้วยกันน้อยลงไหม ?
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ มันอยู่ที่จังหวะมากกว่าเพราะทุกวันนี้ผมก็ทำงานเยอะ เวลาเจอกันของเรามันก็จะเป็นแบบเจอบ้างไม่เจอบ้างอยู่แล้ว ซึ่งเราก็เข้าใจกัน”

กังวลไหมเพราะตอนนี้พื้นที่ส่วนตัวของเราสองคนมันจะต้องหายไปแล้ว ?
“ผมก็รู้สึกสงสารเขาในเรื่องของหน้าที่การงานนะ รวมถึงตัวผมเองก็รู้สึกอึดอัดเช่นกันเวลาที่ถูกถามหรือถูกเพ่งเล็ง มันเลยเป็นเหตุผลที่เราอยากจะเก็บไว้เป็นเรื่องส่วนตัว”

ตั้งแต่มีข่าวออกมา มีคนเข้าไปคอมเมนต์ถึงฝ่ายหญิงในทางที่ไม่ดีบ้างไหม ?
“ก็เหมือนที่ผมเคยพูดไว้นะครับ คือทุกคนก็ต้องมีความรักเป็นเรื่องปกติ แต่ด้วยความที่ยุคสมัยนี้ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ มันก็เลยทำให้คนที่ไม่รู้จักกันบางคน เข้าไปคอมเมนต์ถึงอีกคนแบบไม่เกรงใจกัน ซึ่งผมมองว่ามันไม่ดี แต่มันก็ห้ามไม่ได้”

"เกรท วรินทร"

"เกรท วรินทร"ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

 …