พี่น้องชวนชื่น

พี่น้องชวนชื่น กับวันนี้ที่ไม่มีพ่อดม รับช่วยกันปิดเรื่องมะเร็ง จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต

พี่น้องชวนชื่น ป็นเรื่องเศร้าที่หลายคนไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง สำหรับ การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก

พี่น้องชวนชื่น ที่ได้เสียเสาหลักของบ้าน อย่าง พ่อดม ไปแบบไม่มีวันกลับด้วยโรคมะเร็งตับ

พี่น้องชวนชื่น

ล่าสุดลูก ๆ ของพ่อดม พร้อมใจกันมาเปิดใจหลังสูญเสียเสาหลักไป ผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง One31 ที่มีหนิง ปณิตา และเป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกร

ตอนนี้สภาพจิตใจเป็นยังไงบ้าง ?

จอย : คือตอนนี้ในความรู้สึกของพี่นะ ถ้าจะให้พูดถึงพ่อ ใครไม่สะกิด ไม่พูด ไม่เป็นไรนะ แต่บางทีเวลาเราไปเดินห้างแล้วมีคนมาบอก เสียใจด้วยนะ คิดถึงพ่อ พ่อเคยไปนู่นไปนี่ พอพูดไปพูดมา อารมณ์มันก็เริ่มมา เราก็ต้องขอตัวไปก่อน เราไม่ไหว อะไรก็แล้วแต่ถ้าหากว่าให้พี่ไปดูคลิปหรือดูอะไร พี่ยังทำใจไม่ได้นะ

จิ้ม : ไม่เคยนึกถึงความเศร้าเลยนะ พ่อเป็นอะไรที่เหมือนแบบเราได้เห็นมาตลอด มันก็เลยกลายเป็นอะไรที่แบบว่าจดจำ เราจดจำเขา ทุกครั้งจะรู้สึกปีติ ปลื้มใจ ทุกคนที่มาร่วมงานก็ช่วยงานกันดีมาก ช่วยในส่วนตรงนั้นตรงนี้จนมันเต็มไปหมด ขอบคุณทีมแพทย์ พยาบาล ของโรงพยาบาลศิริราช แล้วก็โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าทุกท่านด้วยครับ

ย้อนกลับไปนิดหนึ่ง ก่อนที่คุณพ่อจะป่วยมีอาการอะไรไหม ?

จูน : คือไม่มีอาการอะไรเลย เหมือนว่าแกบ่นเจ็บหลัง เราก็จะซื้อแผ่นแปะหลังมาแปะหลังให้แกเฉย ๆ แล้วแกก็ยังไปขายขนมเปี๊ยะให้ป๋าเทพอยู่เลย

โจ้ : ก่อนหน้าที่จะไปตรวจพบ ผมก็โทร. หาพ่อ เพราะทราบว่าไม่สบาย ให้ไปหาหมอแล้วก็ไม่ไป ผมก็เลยบอกว่าเดี๋ยวผมจะลางานแล้วก็ไปกัน เพราะว่าตอนนั้นพี่ ๆ ทุกคนไม่ว่างกันเลย ผมก็พาพ่อไปตรวจสุขภาพ แล้วก็เจอมะเร็งครับ

จิ้ม : พอลูกทุกคนทราบข่าวแล้วก็ช่วยกันปิด เพราะพ่อยังไม่รู้ ก็เลยเป็นที่มาของการบอกว่า พ่อเป็นแค่เนื้องอกนะ พ่อก็ไม่ทราบจนบัดนี้แกคงไปด่าแล้ว

จอย : ที่เราบอกแบบนั้น ก็เพราะคิดว่าวันหนึ่งมันจะต้องรักษาหายค่ะ

ต่าย : ตอนแรกเราก็บอกแกแค่เป็นเนื้องอก แล้วก็บอกขนาดของชิ้นเนื้อ การรักษายังไง คือพ่อไม่สนใจเลยเรื่องพวกนี้ เราบอกว่าทำเคมีเฉพาะจุดแล้วพ่อก็เข้าใจอย่างนั้น แล้วพ่อก็คิดว่าพ่อจะหาย พอทำครั้งแรก ปรากฏว่าเอฟเฟกต์มันเยอะมาก แกเหมือนจะไม่ไหวแล้ว แต่ผ่านไปภายใน 2 เดือนอาการของแกก็ดีขึ้น หลังจากนั้นหมอก็บอกว่าต้องรักษาตามอาการแล้วนะ ไม่สามารถทำเคมีได้แล้ว เราก็เริ่มรู้สึกหมดหวังแล้ว จึงตัดสินใจไปรักษาต่อที่จีน ซึ่งตอนนั้นพ่อดีขึ้นมาก หมอเขาก็ให้กลับมาไทย กลับมาได้ 1 เดือน แล้วก็กลับไปดูอาการใหม่ ก็พบก้อนใหม่เกิดขึ้นมาอีก 2 ก้อน ซึ่งตอนนั้นไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว

พี่น้องชวนชื่น

เมื่อเจอก้อนใหม่ เราบอกพ่อว่ายังไง ?

ต่าย : ก็ช่วงที่รักษาเราก็ปิดกันมาตลอด แต่พอหมอบอกว่ารักษาไม่ได้แล้วนะ รู้สึกเคว้งคว้างมาก แต่ตอนนั้นพี่น้องทุกคนให้กำลังใจเรา ทั้ง ๆ ที่เราต้องปิดพ่อ ตอนนั้นก็บอกพ่อไปว่า ตับของพ่อยังไม่แข็งแรงนะ จึงไม่สามารถทำอีกครั้งหนึ่งได้ หลังจากนั้นก็มีอาการอยู่ตลอด พอเริ่มรู้สึกไม่ไหวแล้ว ตอนนั้นในวาระสุดท้าย เราไม่อยากอยู่กับพ่อคนเดียว อยากอยู่กับพี่น้องทุกคน พอลงจากเครื่องก็ส่งโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าเลยค่ะ

ช่วงนั้นพ่อพูดอะไรบ้าง และเป็นห่วงอะไรบ้างไหม ?

ต่าย : ไม่เลยค่ะ แล้วเวลาทุกคนไปเยี่ยมแกก็จะมีมุกคุยเล่นตลกเฮฮากันมาก

จอย : เวลาพี่ไปเฝ้าพ่อ ไปหาพ่อที่โรงพยาบาล ช่วงที่แกรู้สึกตัวขึ้นมา แกยังบอกว่าจะเล่นตลกอยู่เลย เราก็ถ้าอย่างนั้นก็ตามน้ำไปเลยแล้วกัน ขนาดตอนนั้นพ่อเสียงไม่ค่อยมีนะ แต่ก็ยังจะร้องออกมา

พ่อดมรู้ไหมว่านั่นคือวาระสุดท้ายของเขาแล้ว ?

จอย : พ่อไม่รู้เลยค่ะ

จิ้ม : แต่ถ้าถามผม ผมว่าพ่อรู้นะ แต่แค่เขาไม่อยากได้ยินหรอก คือเขาไม่ได้โง่นะ มันเหมือนกับรู้ว่าผู้หญิงจะบอกเลิก รู้ว่าผู้หญิงปันใจ แต่ว่าผู้หญิงยังไม่ได้พูด ก็ยังมีความหวังอยู่เท่านั้นเอง ถ้าให้พี่เปรียบเทียบกับพ่อนะ พี่ไม่อยากบอก เพราะว่าพ่อเราเป็นคนละเอียดอ่อนต่อความดี สิ่งชั่วร้ายพ่อจะเกลียด ไม่ชอบ คือเขาเป็นคนตัวเล็ก แล้วก็โดนรังแกมาตลอด ก็จะไม่ชอบสิ่งที่ไม่ดีหรือรุนแรง ถ้าบอกว่ากำลังเป็นโรคมะเร็ง ก็อาจจะโหดร้ายไป และพวกเราก็เลยต้องบอกไปแบบนั้น เพื่อให้พ่อได้สู้ แล้วก็ให้พี่น้องทุก ๆ คนช่วยกันหาทางรักษาพ่อ

เห็นบอกว่าตอนพ่อดมป่วย ไม่เคยใส่ชุดโรงพยาบาลเลย ?

ต่าย : ใช่ค่ะ ตอนที่เจอจะไม่เคยใส่เลย ตอนที่พี่ไปก็ไปขอพยาบาลว่าพ่อไม่ใส่นะ เพราะอึดอัด พอไปที่จีน ก็ไม่ได้ใส่อีก ต้องไปที่ห้างซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้แก

จอย : คือแกจะให้บัตรเครดิตไปเลยนะ คือเอาไปให้พ่อเผื่อจะซื้ออะไร ให้เต็มที่เลย อย่างที่พ่ออยากจะได้ ให้พ่อมีความสุขที่สุด

พี่น้องชวนชื่น

พ่อดม ชวนชื่น เคยตามหาลูกคนที่ 15 ด้วย ทราบหรือเปล่า ?

จิ้ม : เคยได้ยิน แต่ไม่รู้สึกอินด้วย ธรรมดาก็ดิ้นรนหากินอยู่แล้ว แต่พอถึงวาระมารู้ตอนนี้ ก็ดีเหมือนกันนะ คนนั้นก็อาจจะใช่ ถึงตอนนี้แล้วถ้าจะมาก็ได้เลยนะ

ความรู้สึกจากใจลูก ๆ อยากบอกอะไรกับพ่อบ้าง ?

จิ้ม : อยากจะบอกว่า พ่อเองไม่เคยคิดถึงความยิ่งใหญ่ ลูก ๆ ก็อาจจะมองไม่เห็น แต่ลูก ๆ คิดว่าพ่อควรจะถูกพรีเซ็นต์ไปในทิศทางที่มีความสุขและสนุกสนาน ก็จะบอกว่าพ่อมีความสามารถอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นลูก ๆ ของพ่อทุกคนทำเต็มที่ ขอให้พ่อดลบันดาลให้พวกเราทุกคน ทุกคนที่ไปร่วมงานพ่อ มีความสุข พ่อมีบารมีเท่าไหร่ก็แผ่มาให้พวกเราด้วยครับ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.kapook.com…