สงกรานต์ เขาใหญ่

แอฟ เคลียร์ “ปีใหม่”ไม่เคยไปเขาใหญ่ชี้แจง “สงกรานต์” มีบ้านอยู่กรุงเทพฯ

แอฟ ทักษอร เคลียร์ปม “น้องปีใหม่” ไม่เคยไปเขาใหญ่ ชี้แจง “สงกรานต์” มีบ้านอยู่ที่กรุงเทพฯ

แอฟ ทักษอร เคลียร์ปม กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้ง เมื่อมีแฟนคลับเข้าไปคอมเมนต์ถามไฮโซหนุ่ม สงกรานต์ เตชะณรงค์ ว่าทำไมถึงไม่พาลูกสาว น้องปีใหม่ ไปร้านกาแฟที่เขาใหญ่บ้าง ซึ่งเจ้าตัวก็ได้ตอบกลับไปว่า “ไปตลอดครับ แต่ไม่ได้ถ่ายรูป”

แอฟ

งานนี้พอมีโอกาสได้เจอ แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ จึงได้ถามถึงประเด็นดังกล่าว โดยเธอได้เผยไว้ว่า สงกรานต์ยังคงมารับน้องปีใหม่อาทิตย์ละครั้งเหมือนเดิม แต่ไม่เคยไปเขาใหญ่ เพราะหากจะไปต้องมาขอเธอก่อน เนื่องจากอยู่ต่างจังหวัดและเป็นเรื่องของการเดินทาง อีกทั้งบ้านของสงกรานต์เองก็อยู่ใกล้ๆ กันที่กรุงเทพฯ ซึ่งคุณปู่คุณย่าก็อยู่ด้วย ง่ายต่อการรับส่ง ส่วนเขาใหญ่เป็นเพียงแค่กิจการที่ทำอยู่เท่านั้นเอง

ถามถึงเรื่องที่ สงกรานต์ เตชะณรงค์ ไปตอบคอมเมนต์แฟนคลับที่สงสัยทำไมไม่พา น้องปีใหม่ ไปเที่ยวที่ร้านกาแฟบ้าง ?
“คุณสงกรานต์ก็มารับอาทิตย์ละครั้งเหมือนเดิมค่ะ ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าบางครั้งที่เขาไม่สะดวก ก็จะเป็นคุณปู่คุณย่ามารับแทน ซึ่งแอฟว่ามันเป็นเรื่องปกติ และเป็นเรื่องที่ดี ที่ยังไงปีใหม่ก็ยังต้องรักษาความสัมพันธ์ของครอบครัวฝั่งคุณพ่อ อีกอย่างปีใหม่ก็จะได้รับผูกพันกับทั้งคุณสงกรานต์ และคุณปู่คุณย่า หรืออาๆ ที่บ้าน”

ส่วนใหญ่จะพาไปเขาใหญ่ หรือสงกรานต์พาลูกไปที่ไหน ?
“อ๋อ ไม่เคยค่ะ ไม่เคยไปเขาใหญ่ หลายคนอาจเข้าใจว่าบ้านคุณสงกรานต์อยู่เขาใหญ่ แต่จริงๆ คุณสงกรานต์ทำธุรกิจที่เขาใหญ่ บ้านอยู่ที่กรุงเทพฯ ค่ะ เราอยู่ใกล้กันด้วยซ้ำ ซอยตรงข้ามกันเลยค่ะ เคยขอกันแล้วค่ะว่าถ้าจะไปเขาใหญ่ต้องขอแอฟก่อน เพราะมันเป็นเรื่องของการเดินทาง ไปต่างจังหวัด เลยต้องมีการตกลงกันอยู่แล้วค่ะว่าต้องคุยกันก่อนนะว่าจะพาไป จริงๆ ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรค่ะ ก็สะดวกดี อยู่กรุงเทพฯ มารับกันง่าย บ้านก็ใกล้กัน คุณปู่คุณย่าก็อยู่กรุงเทพฯ”

สามารถกลับมาคุยกันแบบเพื่อนได้อีกไหม ?
“จริงๆ ถ้าคุยก็คุยได้ค่ะ แต่ตอนนี้เรื่องรับส่งก็คุยผ่านคุณปู่คุณย่าค่ะ เพราะบางทีคุณย่าจะมารับ แอฟเลยคิดว่าคุยผ่านผู้ใหญ่ยังไงท่านก็คงไปบอกคุณสงกรานต์อยู่ดี จะคุยกับใครก็ได้”

เห็นโพสต์ในอินสตาแกรมว่า ไม่ว่าจะทำงานเหนื่อยแค่ไหน แต่ต้องกลับไปเล่านิทานให้น้องปีใหม่ฟังทุกวัน ?
“ใช่ค่ะ ไม่อย่างนั้นเขาก็จะรอ นอกจากจะแบบดึกมากๆ ไปเลย แต่ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมี จะมีกลับไปแบบเฉียดฉิวก่อนเขานอนนิดหนึ่ง เราก็จะได้ส่งเขาเข้านอนค่ะ”

ได้มีคำสัญญากันไว้ไหม ?
“ไม่กล้าสัญญาค่ะ (หัวเราะ) แต่เราก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดค่ะ เวลาจะออกมาทำงานก็ต้องบอกเขาก่อน บางครั้งก็จะมีให้ช่วยแต่งตัวให้”

ถ้าวันไหนกลับไปไม่ทันจริงๆ มีงอแงไหม ?
“อาจจะมีบ้างตอนก่อนนอน แต่ด้วยความที่เขาเป็นเด็ก ตื่นเช้ามาก็แค่ถาม แต่ไม่ได้ถึงกับรู้สึกมาก เพราะเขารู้ว่าตื่นเช้ามาต้องเจอคุณแม่”

แสดงว่าเวลาเรารับงานก็ต้องดูเวลาเป็นพิเศษ ?
“ถ้าเป็นงานอีเวนต์ช่วงกลางคืนก็จะประมาณนี้อยู่แล้วค่ะ ไม่ดึกมาก”

น้องเริ่มโตแล้ว จะกลับมารับงานละครหรือยัง เพราะเห็นพูดว่าปีนี้อาจมีลุ้น ?
“(หัวเราะ) ปีที่แล้วก็คิดแบบนี้ แต่ก็คิดว่าปีนี้ควรจะรับอะไรที่ชัดเจนสักอย่างหนึ่งแล้วค่ะ”

ติดต่อมาเยอะไหม ?
“เยอะค่ะ เยอะในที่นี้เพราะระยะเวลามันนานแล้วค่ะ (หัวเราะ) เลยมีเข้ามาเรื่อยๆ ถ้าถามว่าเลือกไว้ไหมอยากจะร่วมงานกับช่องไหน แอฟว่าอยู่ที่ตัวบทค่ะ แอฟคิดเหมือนนักแสดงทุกคนเลยค่ะว่าตัวบทสำคัญสุด นอกนั้นจะเป็นองค์ประกอบโดยรวม ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงร่วม ผู้กำกับ อันนี้ก็มีผลมากๆ เพราะเราต้องเจอทุกวัน สิ่งเหล่านี้คือปัจจัยที่สำคัญมากกว่าช่องซะอีก คือแน่นอนว่าแอฟมาจากช่อง 3 แอฟก็จะพิจารณาจากช่อง 3 ก่อนเป็นอันดับแรก แต่สุดท้ายมันก็ขึ้นอยู่กับบทนี่แหละค่ะ”

อยากจะฉีกแนวบทบาทที่รับไปเลยจากที่เคยรับเล่นมาไหม ?
“จริงๆ ไม่ได้จำกัดค่ะ เพียงแค่รู้สึกว่าถ้าเราเจอบทที่เราชอบ อ่านแล้วก็จะคลิกเลย อ่านแล้วก็จะแบบอยากเป็นจัง อยากเข้าไปสัมผัสตรงนั้นของตัวละคร แต่ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นในรูปแบบหรือคาแรกเตอร์แบบไหน ขอไม่จำกัดดีกว่าค่ะ”

เจอบทที่อยากเล่นหรือยัง ?
“ใกล้แล้วค่ะ บางเรื่องก็สนุกแต่อาจจะเป็นในเรื่องของเวลาการทำงานมากกว่า เลยทำให้ยากนิดหนึ่ง แต่ต้องขอบคุณผู้ใหญ่หลายๆ ช่องมากจริงๆ ค่ะ ที่ให้โอกาสและเข้าใจเราอย่างดี บางทีเราอาจจะตัดสินใจยากนิดหนึ่ง เพราะหายไปนาน และอีกอย่างเราก็ยังมีภาระหน้าที่ในการรับผิดชอบลูกสาวด้วย ก็อาจจะต้องเป็นผู้จัดที่เข้าใจด้วยค่ะ”

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com