เน็ตไอดอล

น้องจูน เน็ตไอดอล อดีต รปภ. ถูกมือดีสวมบัตร ปชช. หลอกขายพระ – คาดฝีมือตำรวจ

น้องจูนเน็ตไอดอล อดีต รปภ. ถูกมือดีสวมบัตร ปชช. หลอกขายพระ – คาดฝีมือตำรวจ
น้องจูน อดีต รปภ. สาว เน็ตไอดอล ถูกแอบอ้างสวมบัตรประชาชนหลอกขายพระ ทั้งที่ไม่เคยลืมบัตรไว้ที่ไหน นอกจากให้ตำรวจไว้ตอนสอบปากคำเมื่อต้นเดือน ด้านตำรวจยันไม่มีเอี่ยวแน่นอน

หากจำกันได้ สำหรับ เน็ตไอดอลสาว น้องจูน หรือ น.ส.วัลย์ลดา กันตพลจรัณธร ที่เคยทำงานพิเศษช่วงปิดเทอมเป็น รปภ. ที่ห้างแห่งหนึ่ง จนกลายเป็นกระแสช่วงกลางปีที่ผ่านมา

ก่อนมาพบกับข่าวช็อกเมื่อน้องจูน เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งชนท้ายรถพ่วง 18 ล้อ ที่ จ.ปทุมธานี บาดเจ็บสาหัส ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลอยู่นาน แต่แล้ว ล่าสุด เคราะห์ซ้ำกรรมซัด

น้องจูนก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ตนเองถูกสวมบัตรประชาชน โดยมิจฉาชีพนำไปหลอกเอาเงินคนอื่น ทั้งที่ตนไม่เคยลืมบัตรประชาชนไว้ที่ไหน

นอกจากเคยเอาไว้ที่สถานีตำรวจเมื่อต้นเดือนธันวาคม แล้วก็เกิดเรื่องนี้ขึ้นมา

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ล่าสุด (24 ธันวาคม 2560) น.ส.วัลย์ลดา กันตพลจรัณธร หรือ น้องจูน เปิดเผยกับทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ว่า เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ที่ผ่านมา

ตนกำลังพักฟื้นอยู่ที่บ้าน มีโทรศัพท์เบอร์แปลกโทร. เข้ามา ปลายสายเป็นเสียงผู้ชายถามว่า ชื่อ วัลย์ลดา หรือเปล่า ใช่คนที่ไปหลอกขายพระหรือไม่ ซึ่งตนก็ปฏิเสธไป

จากนั้นผู้ชายคนนี้ก็ส่งรูปถ่ายบัตรประชาชนของตน พร้อมกับเฟซบุ๊กของผู้ที่แอบอ้างมาให้ดู ซึ่งรูปโปรไฟล์เป็นผู้หญิง ระบุที่อยู่ จ.ศรีสะเกษ เคยหลอกผู้เสียหายให้โอนเงิน 13,000 บาท

น้องจูนเน็ตไอดอล อดีต รปภ. ถูกมือดีสวมบัตร ปชช. หลอกขายพระ – คาดฝีมือตำรวจ

หลังทราบเรื่องพี่สาวกับพ่อได้ทักแชทไปหาผู้หญิงคนนี้ แต่ก็ไม่มีการตอบรับใด ๆ กลับมา ตนยืนยันว่าไม่เคยถ่ายรูปบัตรประจำตัวประชาชนของตัวเองส่งไปให้ใคร

รวมถึงไม่เคยให้ใครยืม และไม่เคยลืมไว้ที่ไหน แต่เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ตนไปให้ปากคำเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. แห่งหนึ่ง ใน จ.ปทุมธานี จากคดีอุบัติเหตุรถชน

ซึ่งตำรวจได้ขอบัตรประจำตัวประชาชนของตนไปถ่ายเอกสาร และไม่ได้คืนบัตรตัวจริงมาให้ ตนเข้าใจว่าตำรวจอาจจะเก็บไว้เพื่อทำคดี ผ่านไปประมาณ 5-6 วัน

ตำรวจก็ฝากพ่อมาคืนให้ โดยก่อนหน้านี้ก็เคยมีคนนำรูปของตน ไปโพสต์ขายครีมและสบู่ แล้วโกงเงินแบบนี้ จึงอยากฝากเตือนทุกคนว่า หากจะซื้อสินค้าออนไลน์ให้ตรวจสอบให้ดี เพราะมิจฉาชีพมีเยอะ

ด้าน นายธนันท์รัฐ กันตพลจรัณธร พ่อของน้องจูน เล่าว่า ตนได้โทร. กลับไปสอบถามผู้ชายที่โทร. มาหาน้องจูน ทราบว่าเป็นตำรวจ

เนื่องจากเมื่อน้องจูนบันทึกเบอร์โทรศัพท์ของเขาไว้ ปรากฏภาพไลน์ของผู้ชายคนนี้ใส่ชุดตำรวจ แล้วมาทราบว่าเป็นน้องชายของผู้เสียหาย

ตนพยายามจะสอบถามรายละเอียดอื่น ๆ แต่เขาก็ไม่ตอบ และบอกว่าจะแจ้งความน้องจูน ตนก็ตอบกลับไปว่ายินดี เพราะมั่นใจว่าน้องจูนไม่ได้ไปหลอกลวงใครแน่

นอกจากนี้ ตนยังโทรศัพท์ไปสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สอบปากคำน้องจูน โดยตำรวจยืนยันว่าไม่มีข้อมูลรั่วไหลแน่นอน อย่างไรก็ตาม เพื่อความสบายใจ

ทนายส่วนตัวได้แนะนำให้ตนเข้าแจ้งความกับกองปราบปรามเพื่อให้ช่วยตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะตนรู้สึกว่ามีหลายอย่างน่าสงสัย เช่น ตำรวจที่โทร. มาทราบเบอร์โทรศัพท์ของน้องจูนได้อย่างไร

ขณะที่อาการของน้องจูน จากการประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ล่าสุด อาการดีขึ้นสามารถเดินเองได้แล้ว แต่ดวงตาทั้งสองข้างยังพร่ามัว

นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องความจำ พูดอะไรไปผ่านไปครู่หนึ่งก็จะลืม รวมถึงขาข้างขวายังทรงตัวได้ไม่ดี เวลาเดินก็จะมีอาการเซหรือหกล้มบ้าง

ขอบคุณแหล่งที่มา hilight.kapook.com

ป๊อกกี้มิ้งค์ เน็ตไอดอล เซ็กซี่ครั้งแรก

ป๊อกกี้มิ้งค์ เน็ตไอดอล เซ็กซี่ครั้งแรก

Spectrum issue 22 จัดเต็มอีกดอก ในคอนเซ็ปต์ Trust in your scene โดยงานนี้ได้ ซุปตาร์โซเชียล อย่างสาวตากลมคนสวย

ป๊อกกี้มิ้งค์-จิดาภา ตั้งสุขสบายดี มาขึ้นปก บอกเลยว่างานนี้นางแบบของเราเปรยว่านี้คือครั้งแรก! ในการถ่ายเซตแฟชั่นที่เซ็กซี่ที่สุดในชีวิตเน็ตไอดอล

พร้อมพลังทำลายล้างหัวใจหนุ่มๆ และนอกจากจะได้นางแบบคนพิเศษมาขึ้นปกแล้ว นี้ยังถืออีกหนึ่งครั้งที่ทาง Spectrum พยายามสร้างความโรแมนติกพิเศษๆ

ป๊อกกี้มิ้งค์ เน็ตไอดอล เซ็กซี่ครั้งแรก

ขึ้นใน โดยการใช้กล้องฟิล์มมาสื่อสารอารมณ์ภาพ เพื่อสะท้อนเรื่องราวของคำว่าการถ่ายภาพและความสุขที่ถูกบันทึกไว้ในแต่ละมุมมองของแต่ละช่วงเวลา

เอาเป็นว่าจะแนวจะจี๊ดจะเซ็กซี่ขนาดไหนนั้น เราจัดเต็มไว้ในฉบับนี้แล้ว แต่รับรองได้อย่างหนึ่งว่าซวดทรง องเอว ของน้องป๊อกกี้มิ้งค์ กว่า 50 รูป ในฉบับ จะทำให้หนุ่มๆ

อมยิ้มและหลงรักการถ่ายภาพอย่างแน่นอน ว่าแล้วก็อย่ารอช้าไปโหลดกันให้ไวใน Spectrum issue 22: Trust in your scene

สามารถดาวน์โหลดมาอ่านกันฟรีๆ เช่นเดิม พร้อมติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ที่แฟนเพจ “Spectrum Digital Magazine” แล้วคุณจะหลงรักผู้หญิงตากลมคนนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

หญิงจีนพิการ เน็ตไอดอลน่านับถือ ผู้สร้างแรงบันดาลจนกลายเป็น

หญิงจีนพิการ น่านับถือ หญิงจีนพิการผู้สร้างแรงบันดาลจนกลายเป็น เน็ตไอดอล

เท้าช่างศิลป์…เผยเรื่องราวของ หญิงจีนพิการ แขน สร้างแรงบันดาลจนกลายเป็น “เน็ตไอดอล”

สำนักข่าวซินหัวของจีนรยงานว่า ฉวน หงเหม่ย คือชื่อของหญิงชาวจีน ผู้โชคร้าย ที่ประสบอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อน จนทำให้เธอต้องสูญเสียแขนทั้งสองข้างไป

แต่ด้วยความไม่ย่อท้อต่อชะตาชีวิต และความช่วยเหลือของคนจำนวนมาก ทำให้เธอยืนหยัดขึ้นมาใช้ชีวิตได้เหมือนเช่นคนปกติ

นอกจากจะต้องฝึกใช้เท้าและขาให้คล่องเพื่อใช้ชีวิตได้เหมือนเช่นคนปกติโดยไม่ต้องพึ่งคนอื่นแล้ว ฉวน หงเหม่ย ยังชื่นชอบการทำงานฝีมือ เช่น ถักนิตติ้ง ร้อยลูกปัด และวาดรูปอีกด้วย

“ฉันอยากจะฝึกฝน อยากจะเรียนรู้การสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ที่คนธรรมดาสามารถทำได้จริงๆ เพราะมันช่วยเติมเต็มความรู้สึกในการบรรลุบางสิ่งบางอย่างให้กับฉัน”

ฉวน หงเหม่ย ยังไลฟ์ถ่ายทอดสดภาพการดำเนินชีวิตของเธอลงในเว็บไซต์ Kuaishou.com เว็บไซต์แบ่งปันรูปภาพ รวมถึงให้บริการถ่ายทอดสดออนไลน์ (Live Streaming)

อีกด้วย ซึ่งเรื่องราวของเธอก็ได้สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนมากมาย จนมีผู้ติดตามเธอกว่า 36,000 คนแล้ว

 

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

 …

น้องเนยเน็ตไอดอล โร่แจ้งตำรวจถูก หลอกให้ขายโทรศัพท์ผ่านเฟซบุ๊ก

น้องเนยเน็ตไอดอล โร่แจ้งตำรวจถูก “บังแจ็ค”ชาวอินเดีย ที่ใช้เฟซบุ๊กว่า Raja Zulqarnain Haider หลอกให้ขายของออนไลน์

น้องเนยเน็ตไอดอล โดยตุ๋นขายโทรศัพท์ผ่านเฟซ ก่อนมีผู้เสียหายมาแจ้งความถูกหลอกโอนเงิน วันนี้จึงต้องลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเนื่องจากอาจมีผู้เสียหายรายอื่นอีก…

แฟนสาวเก่ง ลายพราง เปิดเผยว่า ระยะช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา บังแจ็ค อยู่ต่างประเทศ ใช้เฟซบุ๊กทักมาหาตน บอกทำนองว่า เห็นใจที่เก่งลายพรางติดอยู่ในเรือนจำ และตนต้องทำงานหาเงินเอง โดยเสนองานให้มีรายได้เสริม ให้ช่วยขายมือถือ iPhone Xs Max มูลค่าเครื่องละ 30,000 บาท บังแจ็คได้ขอเลขที่บัญชี อ้างว่าจะใช้เพื่อการโอนเงินเดือนให้

เมื่อเวลา 00.00 น. วันที่ 24 ธ.ค. ที่สน.บางเขน น.ส.สายธาร หรือเนย เน็ตไอดอล ยิ้มอำไพ อายุ 21 ปี อดีตแฟนของเก่ง ลายพราง เดินทางเข้าพบร.ต.ท.วรณัฐ วงศ์คำ รองสว.(สอบสวน)สน.บางเขน เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังถูกนายบังแจ็ค ชาวอินเดีย ใช้เฟซบุ๊กว่า Raja Zulqarnain Haider หลอกให้ตนขายของออนไลน์เป็นโทรศัพท์มือถือยี่ห้อแอปเปิ้ล รุ่นเท็น เอส แม็กซ์ โดยไม่ได้ค่าจ้าง และตนยังถูกแจ้งความฐานฉ้อโกงจากผู้เสียหาย

น.ส.สายธาร กล่าวว่า บังแจ็คเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กกับตนมา 2 ปี เคยพิมพ์ทักมาหาบ่อยแต่ตนไม่ตอบกลับเพราะไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว จนกระทั่งเมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ ที่ผ่านมา บังแจ็คติดต่อมาเพื่อเสนองานให้ทำ เป็นงานขายโทรศัพท์ไอโฟนรุ่นใหม่ โดยนำเข้าจากต่างประเทศ บังแจ็คบอกว่าให้ตนส่งเลขบัญชีให้ลูกค้าแล้วรอเงินโอนเข้ามา จากนั้นให้ตนไปรับของที่สนามบินดอนเมืองแล้วนำสินค้าส่งของให้ลูกค้าต่อ โดยตนจะได้ค่าจ้างในราคา 4-5 หมื่นบาทต่อเดือน ด้วยความที่ตนถนัดค้าขายของออนไลน์ประกอบกับเห็นว่าเงินดีจึงรับงาน

น้องเนยเน็ตไอดอล

น.ส.สายธาร กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. มีเงินโอนเข้ามา 30,000 บาท และวันที่ 20 ธ.ค. ก็โอนมาอีก 30,000 บาท จากนั้นบังแจ็คสั่งให้ตนถอดเงินสดออกมาแล้วนำเงินสดโอนไปบัญชีธนาคารแห่งหนึ่งในประเทศเวียดนาม 60,000 บาท ซึ่งในการโอนเงินตนให้มารดาโอนผ่านตู้เอทีเอ็มธนาคารกสิกรไทย สาขาสะพานใหม่ โดยบังแจ็คจะโทรศัพท์บอกขั้นตอนการโอนเงินผ่านแม่ทั้งหมด

หลังจากโอนเงินทั้งหมดบังแจ็คไม่ได้ส่งมือถือมาให้ กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.เพชรเกษม แจ้งมาว่ามีผู้เสียหายรายหนึ่งไปแจ้งควาว่าถูกหลอกโอนเงินซื้อโทรศัพท์มือถือโดยโอนเงินเข้าบัญชีของตน จำนวน 30,000 บาท ตนจึงเดินทางไปที่สน.เพชรเกษม เพื่อเจรจากับผู้เสียหายคนดังกล่าว ตอนนั้นตนรู้ว่าโดนหลอกและติดต่อบังแจ็คไม่ได้ แต่ตนจึงยอมชดใช้เงินให้ผู้เสียหายไป วันนี้ตนมาลงบันทึกประจำไว้เป็นหลักฐานที่สน.บางเขน เนื่องจากอาจมีผู้เสียหายรายอื่นอีก

น้องเนยเน็ตไอดอล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวต่างชาติคนนี้ ถูกเรียกว่า ราชา หรือ แจ็ค เคยถูกจับกุมที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2559 ในข้อหาเข้าเมืองผิดกฎหมาย และถูกผลักดันออกไป ทั้งนี้บังแจ็คใช้ชื่อในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า Raja Zulqarnain Haider เคยตกเป็นข่าวโด่งดังจากกรณีออกมาไลฟ์สดโจมตีเบนซ์ เรซซิ่ง พร้อมขู่ฆ่าเบนซ์ เรซซิ่ง และบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี อีกด้วย.

ทั้งนี้ นางสาวสายธาร กล่าวถึงกรณีการคืนเงิน 2,000,000 บาท เพื่อแลกกับการถูกเผยแพร่คลิปหรือภาพลับ ว่า จำนวนเงิน 2,000,000 บาท ไม่มีอยู่จริง ตนเองไม่เคยยืม หรือเคยได้รับเงินจากบังแจ็ค แต่เกิดจากเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2561 บังแจ็คได้ติดต่อมา โดยอ้างว่ามีเพื่อนสนิทชาวต่างชาติคนหนึ่ง ต้องการจะซื้อเฟซบุ๊ก เก่ง ลายพราง เพราะเจ้าตัวติดคุก จึงอยากได้ไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

ทางด้านเก่งก็บอกว่าขายได้ ตนเองจึงตอบตกลงกับบังแจ็คไป แต่เมื่อตกลงกันแล้ว บังแจ็คอ้างว่ายังไม่พร้อมโอนเงิน รอทะยอยโอนให้ ซึ่งได้ชื่อเข้าใช้งานและพาสเวิร์ดไปก่อน ตนเองเห็นท่าไม่ดี จึงปฏิเสธ ไม่ขายให้บังแจ็ค ซึ่งจุดนี้ทำให้กลายเป็นปัญหาที่ขัดกันเรื่องผลประโยชน์ จากนั้นบังแจ็คจึงอ้างเรื่องปมเงิน 2,000,000 บาท

ส่วนกรณีคลิปและภาพนิ่งที่บังแจ็คขู่จะปล่อยออกมานั้น ยอมรับว่า บังแจ็คไม่มีภาพเหล่านั้นจริง ภาพทุกภาพเกิดจากการตัดต่อทั้งหมด เพราะเป็นเรื่องที่บังแจ็คเชี่ยวชาญ ตนมองว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นการสร้างกระแสของบังแจ็ค เพื่อหวังให้เฟซบุ๊กมียอดฟอลโล่เพิ่มขึ้น แต่พฤติกรรมครั้งนี้ ทำให้ตนเองเสียหาย และถูกกระแสโซเชียลโจมตี ขณะนี้ตนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและปรึกษากับฝ่ายกฎหมาย เพื่อจะดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th…