แซ็ค ชุมแพ ชอบผู้ชาย

มินดา สุดทน! ตอกกลับ “แซ็ค ชุมแพ” ไหนว่าจบ แต่ส่งหมายเรียกมาทำไม

มินดา มีทรัพย์สิน สุดทน! ตอกกลับ “แซ็ค ชุมแพ” ไหนว่าจบ แต่ส่งหมายเรียกมาทำไม

มินดา มีทรัพย์สิน อดีตแฟนสาวของ แซ็ค ชุมแพ ได้เปิดใจกับสื่อมวลชนถึงเรื่องราวดังกล่าวที่เกิดขึ้น โดยเจ้าตัวยืนยันว่า แซ็ค ชุมแพ เป็นผู้ชาย 100 เปอร์เซ็นต์ เข้าใจนิสัยเป็นคนชอบพูดเล่นไปเรื่อยจนทำให้เกิดเรื่อง พร้อมบอกสาเหตุที่ออกมาพูดอีกครั้ง คือไม่เข้าใจว่าก่อนหน้านี้ฝ่ายชายบอกเรื่องจบไปแล้ว แต่ทำไมยังส่งหมายศาลมาถึงบ้าน

มินดา

ที่ออกมาวันนี้ต้องการจะบอกอะไรกับสังคม ?
“คือทุกคนเข้าใจว่าจริงๆ น่าจะจบแล้ว เพราะเขาให้สัมภาษณ์ เขาบอกตลอดว่าตัวเขาจบแล้ว โอเคหน้าสื่อ เขาอาจจะบอกว่าเขาจบ แต่หลังสื่อ เขาส่งหมายเรียกมาหาเรา มันคืออะไร”

หมายเรียกข้อหาอะไร ?
“หมิ่นประมาทค่ะ หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา”

จากการที่เราแถลงข่าววันนั้น ?
“เขาไม่ได้บอกละเอียดมากค่ะ ก็เลยให้ทนายของเราดำเนินการค่ะ”

สิ่งที่เขาทำ ทำให้เราต้องออกมาปกป้องตัวเองยังไงบ้าง ?
“ก็ตั้งแต่วันที่เขาแถลงข่าว มันมีทั้งแชทจริง และแชทปลอม ถูกไหมคะ แชทจริงซึ่งเอาออกมาไม่หมด มันก็บิดเบือนข้อเท็จจริง แล้วก็มีแชทปลอมอีก ที่เอาออกมา ซึ่งจริงๆ ตอนแรกเราจะจบแล้ว แต่อยู่ดีๆ มันมีหมายเรียกมาที่บ้านเรา เราก็เลยต้องออกมาปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง”

สิ่งที่เรากำลังจะบอก คือแซ็คใช้หลักฐานปลอม มากล่าวหาเราใช่ไหม ?
“ใช่ค่ะ มีหลักฐานปลอม ในวันที่เขาแถลงข่าว มีการนำหลักฐานปลอมมาโชว์ต่อหน้าสื่อ”

เรามั่นใจไหมว่าเขาทราบว่านั่นคือหลักฐานปลอม ก่อนที่จะนำออกมา ?
“อันนี้ไม่มั่นใจ ว่าเขารู้หรือเปล่า แต่ว่าตัวเราเองมั่นใจว่ามีหลักฐานปลอมแน่นอนค่ะ”

เราสามารถระบุได้ไหม ว่าอันไหนคือหลักฐานปลอม ?
“สามารถระบุได้ค่ะ แต่ขอพูดไม่เยอะแล้วกัน กลัวมันจะเสียรูปคดี ก็คือจะเป็นแชทที่แจกแจงรายละเอียด ที่บอกว่าค่าน้ำมัน ค่าอะไรตรงนั้น เป็นของปลอมค่ะ เพราะว่าเราไปเช็กมาแล้ว เราไม่ได้คุยกับใคร”

นี่คือสิ่งที่เรายืนยัน ว่าแชทนั้นไม่ใช่แชทของเรา ?
“ใช่ค่ะ ไม่ใช่แชทของเรา ไปย้อนดูมาทั้งหมดเลย ไม่ได้คุยกับใคร”

งงไหม ทำไมแซ็คถึงคิดว่าเป็นของเรา ถึงขั้นเอาออกมาโชว์ ?
“ก็งงค่ะ งงมากเลยค่ะ”

หลังมีหมายมา เราได้ติดต่อกลับไปถามเขาไหม ?
“หลังจากมีหมายมาก็โทรไปค่ะ แต่ว่าไม่ได้รับ แล้วก็มีการแชทไลน์ไป อย่างที่เห็นเลยคือก่อนหน้านั้นอ่านไม่ตอบ แล้วหลังจากนั้นก็คือไม่อ่านเลยค่ะ”

นี่คือการที่ทำให้เราเสียความรู้สึกกับผู้ชายคนนี้ เป็นครั้งที่สอง ?
“ใช่ค่ะ เสียความรู้สึกมาก จริงๆ เราโดนเขาทิ้งเราก็เสียใจพอแล้ว แล้วไหนเขายังจะตั้งโต๊ะแถลงข่าวอีก แล้วล่าสุดก็ยังจะส่งหมายเรียกมาให้เราอีก ทั้งๆ ที่คุณบอกว่าคุณจบแล้ว คุณพูดว่า ผมจบแล้ว จบตั้งแต่วันแถลงข่าว แต่อยู่ดีๆ หมายเรียกดันมาหาเรา”

ข้อหาหมิ่นประมาทที่เขาฟ้องเรา เราคิดว่าเราหมิ่นเขาเรื่องอะไรบ้าง ?
“อันนี้ต้องขออธิบายก่อน ว่าหมายเรียกไม่ได้เป็นชื่อเรา แต่เป็นชื่อพี่สาว คือพี่หญิง ที่ไปแถลงข่าวด้วย เราก็เลยเข้าใจว่าน่าจะเป็นวันที่แถลงข่าว เพราะวันนั้นเราก็เบลอๆ แทบไม่ได้พูดอะไรเลย คนที่พูดเยอะก็จะมีพี่หญิงกับแม่ หมายมันก็เลยไปที่พี่เขา คนที่เป็นจำเลยเป็นพี่หญิงค่ะ แต่พอเขาส่งมาแบบนี้ เรารู้เลยว่าเขาไม่จบ ไม่จบอย่างที่เขาพูด”

ทุกครั้งที่เขาออกสื่อ เขาก็พยายามหลีกเลี่ยงคำถามที่เกี่ยวกับเรา ?
“ค่ะ ใช่ค่ะ”

เรารู้สึกว่ามันย้อนแย้งไหม ไม่พูดแต่ว่าส่งหมายพร้อมเลย ?
“ใช่ค่ะ”

หมายมานานหรือยัง ?
“หมายออกวันที่ 7 ธันวาคม 2561 ก็คือมาถึงเราในเดือนธันวาคมนี่แหละค่ะ ตัวแซ็คแถลงข่าววันที่ 28 กันยายน เราแถลงข่าว 1 ตุลาคมค่ะ”

ตอนนี้เรื่องคดีไปถึงไหนแล้ว ?
“เรื่องคดีตอนนี้ก็อยู่ในกระบวนการของกฎหมายค่ะ มีทนายมาช่วยดำเนินการอยู่”

ในฝั่งของเรา ฟ้องแซ็คไปคดีอะไรบ้าง ?
“ก็หมิ่นประมาทเหมือนกันนี่แหละค่ะ อย่างที่บอกว่าทางเขาเอาหลักฐานปลอมออกมา แล้วก็มีหลักฐานจริง แต่เอาออกมาไม่หมดมันบิดเบือนข้อเท็จจริง ทำให้คนอื่นเข้าใจเราผิด”

มีเรียกร้องเรื่องเงินบ้างไหม ?
“เรื่องเงินที่เขายืมไป ก็คือปล่อยแล้วค่ะ ปล่อยให้เป็นเรื่องของคดีความดีกว่า”

แสดงว่าเราไม่ได้หวังเงินก้อนนั้นแล้ว ?
“ไม่ได้หวังแล้วค่ะ”

แซ็คมีส่งทีมทนายหรือทีมกฎหมายมาคุยกับเราบ้างไหม ?
“ไม่ค่ะ อยู่ดีๆ ก็มีหมายมาเลยค่ะ ไม่ได้มีการส่งใครมาคุยอะไร แต่ว่าขอเล่าย้อนนิดหนึ่ง ก็คือว่าหลังจากที่เราแถลงข่าววันที่ 1 ตุลาคม ทางพี่สาวคนสนิทของแซ็ค ได้พยายามติดต่อทางพี่หญิง ติดต่อมาเพื่อที่จะให้ไปคุยไปเคลียร์กับผู้ใหญ่ของค่าย แต่พี่หญิงก็ไม่ได้ไป สุดท้ายพอพี่หญิงไม่ไป มันก็เลยมีหมายเรียกมา”

เรื่องมันดูไม่จบ ?
“ค่ะ ไม่จบค่ะ”

แล้วพี่สาวเราไม่ไปเพราะอะไร ?
“คือเขาคิดว่ามันจบตั้งแต่วันแถลงข่าวแล้วไงคะ คือถ้าอยากจะจบจริงๆ ถ้าคุณไม่แถลงข่าวก่อน เราจะออกไปทำไม”

หลังจากนี้คือเดินหน้าสู้คดีความกันไป ?
“ใช่ค่ะ”

พอมีคลิปออกมา คือหลังหรือก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่อง ?
“เป็นก่อนที่จะเกิดเรื่องค่ะ มันคือชนวนเหตุที่ทำให้เราต้องทะเลาะกันกับเขา มันมีคนบอกมาตลอดว่าเขาไปมีคนอื่น เขาไปนอนกับคนอื่น ทำไมเราไม่เชื่อ ทำไมเราต้องเชื่อแซ็ค ต้องเอารูปบนที่นอนมาให้ดูเลยไหม”

ข้อความเหล่านี้พี่สาวของแซ็คเป็นคนบอกเราเองใช่ไหม ?
“ใช่ค่ะ เป็นพี่สาวคนสนิทของแซ็คค่ะ”

ทำไม ณ ตอนนั้นเราถึงยังเลือกที่จะเชื่อผู้ชายคนนี้ ?
“อย่างที่หนูเคยบอกค่ะ เราต้องเชื่อใจคนของเรา เราไม่อยากจะฟังอะไรกับสิ่งที่มาจากคนอื่น เราอยากฟังคนของเราพูดมากกว่าค่ะ นั่นก็คือแฟนเรา แซ็ค”

เขายอมรับไหม ?
“แซ็คไม่ยอมรับค่ะ แซ็คบอกไม่ได้คิดอะไร ไม่ได้มีอะไรกับคนนั้น แต่คือคนเรามันก็อยากรู้ความจริงอะเนอะ ไม่มีใครที่อยากถูกหักหลังหรอกค่ะ”

คลิปเสียงจากแฟนคลับที่ยอมรับว่าเคยมีอะไรกันกับแซ็ค เรามีเจตนาที่จะอัดไว้เพื่ออะไร ?
“อัดเพื่ออยากจะให้แซ็คฟังเองค่ะว่าผู้หญิงเขาพูดแบบนี้นะ แล้วแซ็คจะว่ายังไง แต่หนูก็ไม่มีโอกาสเอาให้แซ็คฟัง”

จึงทำให้เราต้องมาออกสื่อใช่ไหม ?
“ค่ะ”

เราไม่ได้ตั้งใจจะออกมาแฉแซ็คอีกรอบใช่ไหม ?
“หนูแค่อยากให้หลายๆ คนได้มองเห็นในอีกมุม นั่นก็คือมุมความจริงที่หนูได้เจอ จริงๆ คลิปไม่ได้มีแค่นี้ มีมากกว่านี้ แต่หนูเลือกเอาออกแค่นี้ค่ะ หนูแค่อยากให้ได้เห็นในมุมที่หนูได้เจอ ได้โดนกระทำจริงๆ แค่นั้นจริงๆ ค่ะ”

แซ็คก็ไม่แฮปปี้แน่ๆ ที่มีคลิปออกมาอีกรอบ เราเตรียมตัวรับมือยังไงบ้าง ?
“คือเราพยายามติดต่อเขาไปแล้วค่ะ ส่วนอะไรที่จะเกิดหลังจากนี้ก็ปล่อยให้เป็นไปในเรื่องของกฎหมาย เรื่องของเวรกรรมไปเลยค่ะ”

เราคิดว่าเราเลือกผู้ชายที่คบเป็นแฟนผิดไหม ?
“ตอนแรกเราก็พยายามจะประคับประคองมันไปให้ได้จนถึงที่สุด แต่พอวันหนึ่งมันไปไม่ได้ เราก็ต้องกลับมาในทางเดิมของเราค่ะ ถามว่าเลือกผิดไหม ทุกคนมันมีเลือกผิด เลือกถูกกันได้ เป็นเรื่องปกติค่ะ มันอยู่แค่ว่าคนสองคนจะทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ไหม แค่นั้นเองค่ะ”

ถ้าวันหนึ่ง แซ็คเดินมาขอโทษ เราพร้อมที่จะให้อภัยเขาหรือเปล่า ?
“ให้อภัย แต่ว่าไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิมค่ะ”

แสดงว่าเยื่อใยทั้งหมดไม่มีเหลืออยู่แล้ว ?
“ค่ะ”

ถามถึงเรื่องกระแสข่าวที่แซ็คออกมาพูดเรื่องการสับสนทางเพศ ชอบผู้ชาย พอเราได้ยินข่าว เชื่อแบบนั้นไหม ?
“ตอนแรกที่เห็นข่าวก็อ่านแค่หัวข้อข่าวเนอะ ไม่ได้เข้าไปฟังสัมภาษณ์ ตอนแรกยังคิดเลยว่าเป็นข่าวปลอมด้วยซ้ำ แต่พอเราได้ไปฟังที่เขาสัมภาษณ์ เราก็รู้แล้วแหละว่าเขาเป็นคนแบบนี้ เป็นคนพูดเล่นบ้างจริงบ้าง จนบางทีเราแยกไม่ออกว่าอันไหนจริง อันไหนปลอม เรารู้ว่าเขาเป็นคนแบบนี้อยู่แล้ว จนบางครั้งเขาไม่รู้ตัวว่าในสิ่งที่เขาพูดเล่น มันไปสร้างความเดือดร้อนให้ใครบ้าง และวันหนึ่งในสิ่งที่เขาพูด มันก็ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเขาเอง”

ส่วนตัวเราเลย คิดว่าเขาชอบผู้ชายจริงไหม ?
“ไม่ค่ะ หนูว่ายังไงก็ไม่ใช่ค่ะ เขาเป็นผู้ชาย 100 เปอร์เซ็นต์ค่ะ”

พอเขาพูดแบบนี้ ในฐานะที่เราเคยคบกันเรารู้สึกอย่างไรบ้าง ?
“อย่างที่บอกเลยค่ะ หนูคิดว่าเขาพูดเล่น เพราะหนูรู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นคนแบบนี้”

ซึ่งต่อมาก็มีคนจับมาโยงภาพสะตอที่เราโพสต์ในเฟซบุ๊ก ?
“ใช่ แต่อันนี้ไม่ได้เกี่ยวกับแซ็คเลยค่ะ ส่วนเรื่องพี่ป๊อบ ปองกูล ที่หนูโพสต์คือก่อนที่พี่แซ็คจะออกมาให้สัมภาษณ์อีก ถ้าจะเหน็บเขาจริงๆ แสดงว่าหนูต้องรู้ล่วงหน้าสิคะว่าเขาจะมาให้สัมภาษณ์”

ยืนยันได้ว่าไม่ต้องการจะแขวะเขาใช่ไหม ?
“ค่ะ”

กับคำที่บอกว่าเขาชอบพูดโกหก เราอยากบอกอะไรไหม ?
“เคยพูดไปแล้ว จะพูดกี่ครั้งก็เหมือนเดิม คืออยากให้แซ็คเอาความจริงออกมาพูด ถ้าเขาพูดความจริงแต่แรก หนูจะได้ไม่ต้องออกมาในวันนี้เป็นครั้งที่ 2 และถ้าเขาพูดความจริง เขาก็จะได้ไม่ต้องออกมาขอโทษกับสื่อ”

มีอะไรอยากฝากบอกเขาไหม ?
“ถ้าแซ็คส่งหมายเรียกมาขนาดนี้ เราก็ต้องดำเนินคดีในส่วนของเราค่ะ ก็ให้ไปสู้กันในชั้นศาล”

มีอะไรที่ยังค้างคาในใจไหม ?
“มันจบไปแล้วค่ะ ไม่สามารถย้อนกลับมาได้แล้ว อะไรที่ค้างคาก็ปล่อยไปเลยค่ะ จริงๆ หนูมีอีกเยอะนะคะที่หนูไม่พูด ถ้าเขาไม่มาพาดพิงถึงหนู ไม่เอาหนูเข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องต่างๆ ของเขา หนูจะไม่ออกมาอีกแน่นอนค่ะ”

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com