แหม่ม วิชุดา

แหม่ม วิชุดา โชว์หน้าบาร์บี้หลังทุ่มเงินศัลยกรรมหลักล้าน ครบ 5 เดือน

แหม่ม วิชุดา เป็นอีกหนึ่งดาราในวงการที่บินตรงไปศัลยกรรมเกาหลี

แหม่ม วิชุดา หลังเจอกับปัญหาศัลยกรรมครั้งแรกแล้วได้ผลที่ไม่พอใจ แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้บินไปศัลยกรรมที่เกาหลีรอบ 2

โดยครั้งนี้เปลี่ยนทั้งโรงพยาบาลและเอเจนซี่ที่ดูแล มาแก้ไขปัญาความหย่อนคล้อยบนใบหน้าด้วยการรอยไหม และปลูกผม 3,000 เส้น

ซึ่งตอนนี้นับแล้วก็ประมาณ 5 เดือน กับการเริ่มทำศัลยกรรมที่เกาหลี แหม่ม เองได้โพสต์รูปหน้าโคสอัพใกล้ๆ ให้เห็นความสวยที่หลายคนบอกเลยว่าคล้าย ตุ๊กตาบาร์บี้ ด้วยพื้นฐานโครงหน้าฝรั่งเป็นทุนเติม ศัลยกรรมเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย ผลที่ได้หลังหน้าเข้าที่ บอกเลยว่าดีงาม

แหม่ม วิชุดา

แหม่ม วิชุดา โพสต์อินสตาแกรมว่า “หลังศัลยกรรมครบ 5 เดือน ความเจ็บบนใบหน้าหายไปหมดแล้ว แผลเย็บข้างหูเหลือแค่รอยขีดจางๆ บางจุด ไม่สังเกตดีๆ จะมองไม่เห็นเลยค่ะ ไรผมที่ปลูกขึ้นมาเหมือนผมปกติ รอยาวให้เท่ากันแค่นั้น ขึ้นแล้วขึ้นเลยไม่มีร่วง แผลที่เย็บด้านหลังหัวหายเจ็บ เป็นปกติแล้ว สรุปง่ายๆ ตอนนี้ ความเจ็บไม่มีหลงเหลือแล้วค่ะ ความบวมบนใบหน้าก็ยุบลงเป็นปกติแล้ว ชิว”

ก่อนหน้าที่จะบินไปแก้หน้ารอบ 2 แหม่ม วิชุดา ได้ live สดลง Facebook ส่วนตัวเกี่ยวกับการรีวิวผลที่ได้จากการศัลยกรรมไว้ว่า “เมื่อวันที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมาว่าสิ่งที่ประทับใจในครั้งแรกที่ทำคือ ฉีดไขมันเข้าร่องแก้ม ก่อนหน้านี้ร่องแก้มชัดมาก แหม่มโอเคกับสิ่งนี้ เพราะทำให้ร่องแก้มหายไป คนที่มีปัญหาร่องแก้มแนะนำ พอร่องแก้มหายจะดูเด็กขึ้นมาทันที”

“ก่อนที่แหม่มจะไปแหม่มมีปัญหาใต้ตาห้อย แหม่มเลยต้องกรีดและเอาไขมันออกและตัดหนังส่วนเกินออก อันนี้แหม่มก็โอเค แต่ก่อนแหม่มไปก็บอกแล้วว่าจะแก้จุดนี้ แต่พอไปถึงมีการพูดคุยกับโรงพยาบาล เจ้าของพยาบาลบอกเอาออกไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ได้ทำนะคะ เพราะอยากทำจุดนี้ถ้ารู้ว่าทำไม่ได้ตั้งแต่แรกจะได้ไม่ต้องไป แต่แหม่มโอเคกับการบอกก่อนผ่านะคะ เราจะได้รู้ว่าอาจจะออกไม่หมด ตอนนี้ผ่านไป 3 เดือน ข้างหนึ่งแฮปปี้ แต่อีกข้างหนึ่งยังออกไม่หมด มีหลงเหลืออยู่นิดนึงพอรับได้ แหม่มรู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้ตั้งแต่ 1 เดือนแรกแล้ว เพราะเราอยู่กับมันมานาน หลังจากนั้นตั้งแต่เดือนแรกแหม่มก็พยายามหาเอเจนซี่ที่อื่นที่จะทำตรงจุดนี้ได้โดยที่ไม่ต้องกรีดซ้ำ”

ต่อมาเป็นการรอยไหม อันนี้อยากพูดถึงมากๆ ครั้งแรกจำได้มั้ยแหม่มบอกว่าอยากไปดึงหน้าแล้วมีการแนะนำให้ใช้การรอยไหม ก็โอเคนะคะกับการรอยไหมแบบไม่ละลาย แต่ที่โรงพยาบาลเขาใช้คำว่าไหมถาวร แหม่มไม่เคยทำมาก่อน แหม่มเลยลองทำดู เขาบอกว่ามันจะอยู่ได้นานกว่าไหมละลาย อยู่ได้นาน 2 ปี คุ้มนะ เดือนแรกที่รอยมาดีมาก หน้าดีสวยงามไม่หลอกแหล่มแฮปปี้มาก ชอบมาก แต่พอเริ่มไป 2 เดือนและ 3 เดือน ไม่ประทับใจเท่าที่ควร อาจจะแล้วแต่คนหรือเปล่าไม่รู้ แต่แหม่มมั่นใจว่าดูแลตัวเองดีมาก ถ้าอยู่แค่ 3 เดือน คิดว่าไม่คุ้ม”

แหม่ม วิชุดา

“นอกจากนี้ยังมีการทำ PRP ที่แหม่มได้ข้อมูลมานั้นคือการดูดเลือดออกมาไปปั่นแล้วฉีดกลับไปที่หน้า 2 เดือนแรกหน้าจะใสเด้ง ฝา กระ จุดด่างดำ รูขุมขนที่กว้างจะกระชับเล็กลง แต่ก็ไม่ได้เป็นขนาดนั้น แหม่มไม่รู้ว่า PRP สำหรับคนอื่นเป็นยังไงนะ สำหรับแหม่มรู้สึกดี 7 วันแรก หน้ามีเลือดฝาด แต่ 2 เดือนก็ไม่ได้ผลเท่าที่ได้ข้อมูลมา”

“สุดท้ายอยากพูดถึงมากๆ คือ โบท็อกซ์หน้าผาก อยู่ในโปรแกรมที่แหม่มไปทำทั้งหมด ตอนแรกแหม่มเข้าใจว่าเขาลืมฉีดมาหรือเปล่า เพราะมันไม่เห็นผล แต่ที่นั่นยืนยันว่าฉีดแต่ต้องรอ 1 เดือนถึงจะเห็นผล แต่หน้าผากแหม่มยับมาก ซึ่งแหม่มคิดว่าไม่เกี่ยวกับยี่ห้อ เพราะที่เมืองไทยเขาก็ใช้ยี่ห้อนี้กัน แหม่มพยายามหาว่าทำไมการฉีดโบท็อกซ์ที่เกาหลีไม่เห็นผล หรืออาจจะเป็นเพราะเรากินยาแก้อักเสบหลังทำศัลยกรรม ถ้าเป็นแบบนั้นจริงทำไม่ฉีดที่หลัง แหม่มไม่ทราบจริงว่าเพราะอะไร แหม่มไม่ได้ว่าใคร นี่คือการรีวิวอันที่ได้ผลจะบอก อันไหนที่ไม่ได้ผลก็บอกแค่นั้น”

ศัลยกรรมครั้งที่ 2 นี้มีค่าใช้จ่ายอย่างละเอียดทั้งหมดเท่าไหร่

– Mini facelifting (การดึงหน้า) 11 ล้านวอน (330,000 บาท)

– ปลูกผม 3,000 เส้น 10.5 ล้านวอน 315,000 บาท

– Accu Sculpt (ดูดไขมันที่เหนียง) 1 ส่วน 2.75 ล้านวอน 82,500 บาท

– ยกมุมปากแบบเย็บ 2.75 ล้านวอน 82,500 บาท

– ฉีด Filler ปาก 1 cc 1.65 ล้านวอน 49,500 บาท

– New Mega (ทำหน้าฉ่ำ) 2.2 ล้านวอน 66,000 บาท

– Ulthera 300 Shot (เลเซอร์ยกกระชับ) 4.4 ล้านวอน 132,000 บาท

รวม 35.25 ล้านวอน คิดเป็นเงินไทย 1,057,500 บาท

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com…